24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
>> หญิงชาวเมียนมา ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนแล้วถูกรถบรรทุกทับร่าง บาดเจ็บสาหัส กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งทำ CPR ก่อนนำส่ง รพ.
07.30 น. ได้รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้บาดเจ็บหมดสติ บนถนนสุวรรณภูมิ สาย 3 บริเวณแยกไฟแดงเฮอริพอต ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า ลีด สีขาว ล้มคว่ำอยู่ใต้ท้องรถบรรทุก 6 ล้อ ใกล้กันพบร่างของมีผู้บาดเจ็บเป็นหญิง 1 ราย ทราบต่อมา เป็นชาวเมียนมา อายุ 39 ปี มีอาการสาหัสและหมดสติ และบริเวณช่วงท้องมีร่องรอยของล้อหน้ารถบรรทุกเหยียบลักษณะเป็นรอยดอกยางรถสีดำ
ทีมอาสาสมัครกู้ภัยจึงทำการ CPR ที่เกิดเหตุ แล้วประสานทีมกู้ชีพโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9 มาร่วมดำเนินการ และนำผู้เจ็บส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 9
>> คนเร่ร่อนเดินตัดหน้ารถเก๋ง BMW หลบไม่ทัน ชนเข้าอย่างจัง เสียชีวิตกลางถนน จ.ฉะเชิงเทรา
08.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง ตรวจสอบอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิต บนถนนสุขุมวิทสายเก่า มุ่งหน้าบางปะกง บริเวณหน้าวัดแสมขาว หมู่ 2 ต.สองคลอง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา
ที่เกิดเหตุ พบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ลักษณะเป็นชายเร่ร่อน สติไม่สมประกอบ ไม่พบเอกสารคิดตัว นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นถนน ห่างออกไป พบรถนั่งส่วนบุคคล BMW 520d สีเทา ป้ายทะเบียน ฉะเชิงเทรา จอดอยู่ในสภาพด้านหน้ามีรอยบุบและกระจกฝั่งซ้ายมีรอยแตกร้าวพังเสียหาย
สอบสวนชายคนขับ ให้การว่า ตนขับรถมาตามทางปกติ ระหว่างขับมาถึงจุดเกิดเหตุ จู่ๆ ผู้ตาย เดินก้มหน้าข้ามถนนตัดหน้ารถตนแบบกระชั้นชิด ตนเบรกแล้วแต่ก็ยังชน ทำให้เกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมแพทย์เวรร่วมตรวจสอบ ก่อนมอบให้อาสาสมัครกู้ภัยนำศพส่ง รพ.บางปะกง ให้แพทย์ชันสูตร
>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิต 1 รายกลางถนนทวีชัย จ.นครสวรรค์
08.50 น. หน่วยบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิการกุศลตาคลี ได้รับแจ้ง ว่าเกิดอุบัติเหตุรถกระบะชนรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต บริเวณถนนทวีชัย ปากซอยทวีชัย 11 ใกล้เคียงทางเข้าวัดเขาถ้ำประทุน ในพื้นที่ ต.ตาคลี อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า สีฟ้า ลักษณะชนกับ รถกระบะ อีซูซุ สีเทา ป้ายทะเบียน นครสวรรค์ ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นผู้ชายไทย อายุ 56 ปี
จากการสอบถามข้อมูลในที่เกิดเหตุ ทราบว่า รถกระบะและรถจักรยานยนต์ขับตามกันมา ก่อนที่รถกระบะจะเร่งเครื่องขับแซง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถจักรยานยนต์กำลังเลี้ยวขวาเข้าซอยพอดี จึงทำให้เกิดการชนกันอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตดังกล่าว
ภายหลังตรวจชันสูตร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตาคลี มีคำสั่งให้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งฝากไว้ที่โรงพยาบาลตาคลี เพื่อรอญาติมารับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป
>> ตำรวจสอบสวนกลาง ผนึก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ทลาย 4 เครือข่ายใหญ่ ยึดเปปไทด์เถื่อน-ผ้าอนามัยปลอม-ร้านยาเก๊ รวมกว่า 40 ล้าน
14.00 น. ที่ห้องประชุมชัยจินดา อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และผู้แทน สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แถลงผลกวาดล้าง 4 คดีใหญ่ เริ่มจากทลายแหล่งผลิต “ยาฉีดเปปไทด์” ไม่ขึ้นทะเบียน 3 จุดใน กทม.-นครปฐม-ราชบุรี ของกลางกว่า 119,000 ชิ้น มูลค่าราว 17.9 ล้านบาท ลอบขายผ่านไลน์อำพรางเป็น “Art Toy” ต่อด้วยบุก 7 ร้านยาในกรุงเทพฯ ขายยาแก้ไอให้กลุ่มวัยรุ่น ยึดของกลางกว่า 5,000 ขวด และปิดโกดังสมุทรสาคร ลักลอบนำเข้าผ้าอนามัย 2 ยี่ห้อ พร้อมเครื่องสำอางเถื่อน รวมกว่า 1.2 ล้านชิ้น มูลค่า 20.2 ล้านบาท
เจ้าหน้าที่ระบุ พฤติการณ์ส่วนใหญ่ไม่มีเลขจดแจ้ง อย. ฉลากไม่ถูกต้อง และโฆษณาเกินจริง เสี่ยงอันตรายต่อผู้บริโภค โดยเฉพาะยาฉีดเปปไทด์ที่อาจก่อผลข้างเคียงรุนแรง เบื้องต้นเตรียมดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง พร้อมพักใช้ใบอนุญาตร้านยา และขยายผลเครือข่ายออนไลน์เพิ่มเติม
>> ทลาย 3 แหล่งผลิต “ยาฉีดเปปไทด์เถื่อน” ส่งขายออนไลน์ ยึดของกลางกว่าแสนชิ้น
15.20 น. กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปคบ., สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี เปิดปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตและขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์เถื่อน อ้างลดน้ำหนัก ผิวสวยใส ชะลอวัย ในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี ตรวจยึดของกลาง 389 รายการ รวม 119,383 ชิ้น มูลค่า 17,938,000 บาท
สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งได้เฝ้าระวังและตรวจสอบพบการโฆษณาขายผลิตภัณฑ์ยาฉีดกลุ่มเปปไทด์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาหลายรายการ ในกลุ่มไลน์ ที่มีสมาชิกในกลุ่มหลักพันคน อ้างจำหน่ายดินสอสีหรือของเล่น เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการตรวจสอบพบว่า ร้านค้าดังกล่าวไม่ได้จำหน่ายดินสอสีหรือของเล่นแต่อย่างใด แต่เป็นรหัสลับรู้กันว่าขายผลิตภัณฑ์ยากลุ่มเปปไทด์เถื่อนสำหรับใช้ฉีด โดยโฆษณาอวดอ้าง เช่น ใช้ฉีดควบคุมน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน
จนเป็นที่มาของการระดมกวาดล้างแหล่งผลิตและขาย จำนวน 3 จุด ในพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และสถานที่จัดเก็บ ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ร่วมถึงสถานที่ผลิตและจัดเก็บในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม และภายในบ้านในพื้นที่เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร รวมตรวจค้น 3 จุด ตรวจยึดของกลาง 389 รายการ รวม 119,383 ชิ้น มูลค่ากว่า 17,938,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี
>> ไฟไหม้ โรงงานสี พานทอง ชลบุรี เพลิงโหมรุนแรง เสียงระเบิดเป็นระยะ
15.20 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พานทอง จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายพื้นที่กว่า 10 คัน เร่งรัดเข้าที่เกิดเหตุโรงงาน พื้นที่หมู่ 1 ตำบลพานทอง อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงภายในโกดังผสมสี เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบไฟกำลังลุกไหม้บริเวณอาคารผสมสี ภายในมีปี๊บบรรจุสีจำนวนมาก มีเสียงระเบิดเป็นระยะ
โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งรัดระดมฉีดน้ำดับไฟเพื่อควบคุม และยังมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิงในหลายพื้นที่กำลังเร่งรัดเข้าที่เกิดเหตุ และได้รับแจ้งต่อมาว่า เวลา 16.20 น. เจ้าหน้าที่สามารถควบคุม และเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบสวน
>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านหมี่ เสียหายวอดทั้งหลัง จ.ลพบุรี
15.30 น. รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในพื้นที่ หมู่ 9 ตำบลหนองกระเบียน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูงในชุมชน ที่ปลูกหลายหลังติดต่อกัน พบเจ้าที่ดับเพลิงหนองกระเบียน ระดมฉีดน้ำควบคุมเพลิงไว้ได้อยู่ในวงจำกัด ไม่ลุกลามบ้านข้างเคียง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
สอบถาม เจ้าของบ้าน เล่าว่า ตนเองทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง อาบน้ำแต่งตัวกำลังจะไปทำงาน ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดชั้นล่างของบ้าน จึงลงไปดู พบว่าไฟกำลังลุกไหม้ อย่างรุนแรง จึงได้ใช้น้ำสายยางดับไฟ ไม่สามารถควบคุมได้ เพลิงได้ลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้โทรขอความช่วยเหลือรถดับเพลิง มาช่วยดับไฟ ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านหมี่
>> โรงผลิตพลุงานศพ เกิดระเบิด บ้านพังทั้งหลัง เจ้าของถูกไฟลวกทั้งตัวเจ็บสาหัส ที่บ้านลาด จ.เพชรบุรี
16.00 น. สภ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี รับแจ้งเกิดเหตุพลุระเบิดภายในบ้านหลังหนึ่ง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ในพื้นที่ หมู่ 4 ต.ถ้ำรงค์ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
ที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นชาย 1 ราย มีบาดแผลถูกไฟลวกตามร่างกาย อาการสาหัส ทราบชื่อคือ ชายไทย อายุ 74 ปี ภูมิลำเนาอยู่บ้านหลังดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ฯ ได้เร่งให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนทำการเคลื่อนย้ายส่งรักษายังโรงพยาบาลพระจอมเกล้า นอกจากนี้แล้วภายในที่เกิดเหตุ สภาพอาคารที่ใช้ในการผลิตพลุถูกแรงระเบิดพังได้รับความเสียหาย และเกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งหลัง หน่วยดับเพลิงได้เข้าดำเนินการควบคุมเพลิงเป็นที่เรียบร้อย
จากการสอบถาม ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เล่าว่า ตนได้ยินเสียงระเบิดดังมาก พร้อมกับกลุ่มควันลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นจำนวนมาก จึงได้ขี่รถ จยย.มาดู เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังลุกไหม้อาคารที่ใช้ในการผลิตพลุ และพบผู้ได้รับบาด ซึ่งยังพอมีสติอยู่ ยืนเอาสายน้ำฉีดไฟที่ลุกไหม้อาคาร ตนจึงตะโกนให้ออกมา และให้การช่วยเหลือดังกล่าว
ด้าน ภรรยาผู้ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า สถานที่ดังกล่าวใช้เป็นที่ผลิตพลุที่ใช้จุดในงานศพ ช่วงเกิดเหตุ ตนออกไปขายของด้านนอก จึงไม่รู้ว่าสามีเข้าไปทำอะไรในโรงทำพลุ ซึ่งสถานที่ดังกล่าวไม่มีการผลิตพุแล้ว เพราะจะผลิตตามออเดอร์ที่สั่งเข้ามาเท่านั้น ส่วนดินปืนมีเพียงเล็กน้อย ตนก็สงสัยว่าเกิดการระเบิดขึ้นมาได้อย่างไร แต่ทั้งนี้วันนี้อากาศร้อนมาก อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นมาได้
>> ปภ. เผยวันนี้ โอนเงินช่วยเหลือน้ำท่วมเพิ่มเติมใน 45 จังหวัด รวม 142,113 ครัวเรือน เป็นเงิน พันกว่าล้านบาท
16.36 น. นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า วันนี้ (18 ก.พ. 68) คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ครั้งที่ 4 (เพิ่มเติม) จำนวน 2,203,445,900 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ จำนวน 243,557 ครัวเรือน โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประชุมและพิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และธนาคารออมสินในฐานะหน่วยดำเนินการ จะทำการโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยที่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือในพื้นที่ 45 จังหวัด รวมจำนวน 142,113 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,361,200,000 บาท ผ่านบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกไว้กับหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน โดยจะมีผลการโอนตั้งแต่เวลา 12.00 – 15.00 น. ของวันนี้
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้จ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ 72 จังหวัด ไปแล้ว 3 ครั้ง รวมจำนวนทั้งสิ้น 20,394,635,100 บาท และได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยแล้ว จำนวน 2,239,993 ครัวเรือน ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลและตรวจสอบผลการโอนเงินช่วยเหลือเยียวยาของตนตามสิทธิ
>> กสทช. ลุยปิดเบอร์ ‘ซิมผี’ ส่อใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตั้งแต่ต้นปี 2569 ปิดแล้วกว่า 28,112 เลขหมายทั่วประเทศ
16.40 น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ยังคงดำเนินการตามประกาศมาตรการเพื่อป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำหรับผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ร่วมกับผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อคัดกรองเบอร์โทรศัพท์ที่มีการใช้งานผิดปกติ และระงับการใช้บริการทันทีให้เกิดความต่อเนื่อง
โดยในเดือนมกราคม 2569 ได้สั่งปิดเบอร์ที่เข้าข่ายส่อใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีกว่า 28,112 เลขหมายทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเลขหมายที่มีลักษณะการใช้งานอย่างผิดปกติ โดยการใช้เลขหมายเดิมโทรออกเป็นจำนวนหลายครั้ง ในระยะเวลาติดต่อกัน
จากการตรวจสอบในรายละเอียด พบว่า พื้นที่ที่ใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีส่วนใหญ่ยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่บริเวณชายแดน ได้แก่ จ.สระแก้ว ระงับซิม 7,331 เลขหมาย จ.เชียงราย ระงับซิม 4,231 เลขหมาย จ.หนองคาย ระงับซิม 3,898 เลขหมาย จ.นราธิวาส ระงับซิม 2,534 เลขหมาย เป็นต้น ส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร ระงับซิม 511 เลขหมาย และปริมณฑล 511 เลขหมาย
สำนักงาน กสทช. จะเดินหน้าดำเนินมาตรการดังกล่าวต่อไปตามประกาศสำนักงาน กสทช. โดยสั่งการให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีหน้าที่ต้องตรวจสอบการใช้งานโทรศัพท์ที่มีพฤติกรรมผิดปกติและรายงานผลการตรวจสอบให้ทราบเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
>> "แอล" ขอโทษสังคม ที่มอบตัวเพราะกลัวเด็ก นร.เดือดร้อนที่ต้องหยุดเรียน
17.40 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายหลังนายนพรัตน์ หรือแอล ชายคลั่งก่อเหตุยิงรถกู้ภัย ติดต่อขอมอบตัวโดยบอกให้ "บิ๊กแจ๊ส" นายก อบจ.ปทุมธานี ไปรับตัวที่นนทบุรี จากนั้นคุมตัวมาสอบปากคำที่ สภ.เมืองปทุมธานี
โดยนายแอล กล่าวว่า ที่มามอบตัวก็เพราะว่าเห็นเด็กนักเรียนหลาย ๆ คน หลาย ๆ โรงเรียนเดือดร้อน เพราะลูกผมก็เรียน หลานก็มี มองว่ามันเดือดร้อนกันขนาดนี้ จึงคิดไว้ว่ามามอบตัวซะดีกว่า พร้อมปฏิเสธว่าไม่เคยพูดว่าจะเข้าไปก่อเหตุภายในโรงเรียน "ผมก็คน ผมไม่ถึงขนาดขนาดนั้น ลูกผมก็เรียน หลานผมก็มี" แต่ที่ข่าวออกไปผมเข้าใจว่าคงอยากจะให้ผมมอบตัว
ส่วนสาเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเมีย โดยเหตุการณ์ที่เกิดเหตุที่ทางหลวงชลบุรี เนื่องจากมีปากเสียงกับเมียเพราะเรื่องหึงหวง แล้วจู่ ๆ กู้ภัยก็เข้ามาเปิดกระจกเข้ามาบอกว่า "มีอะไรค่อย ๆ คุยกัน" ซึ่งเมียผมน่าจะเป็นคนแจ้ง จนเหตุการณ์บานปลาย และมีการสูบกัญชาก่อนหน้านี้แล้ว ส่วนอาวุธปืนนั้นตนเก็บตังค์จากการขายใบกระท่อม และปืนดังกล่าวก็มีชื่อมีทะเบียน ซื้อมาได้ 2 ถึง 3 ปี ไม่เคยใช้ก่อเหตุมาก่อน
สุดท้าย นายแอล กล่าวว่า ขอโทษสังคม ที่ทำให้ลูกเด็กเล็กแดงต้องหยุดเรียน และผมไม่เคยมีจิตใจที่จะก่อเหตุกับเด็ก
>> พบโครงกระดูกมนุษย์ ลอยขึ้นฝั่งหาดรังมดแดง จ.ปัตตานี
18.01 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน มีชาวบ้านแจ้งว่า พบศพลอยขึ้นฝั่งบริเวณหาดรังมดแดง พื้นที่ อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบว่า สภาพศพเหลือเพียงโครงกระดูกและชิ้นส่วน เสื้อผ้า ไม่สามารถระบุเพศ ชื่อ–นามสกุล หรือสาเหตุการเสียชีวิตได้ เนื่องจากร่างกายอยู่ในสภาพย่อยสลายอย่างมาก
เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ พร้อมเก็บรวบรวมชิ้นส่วนเพื่อส่งตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและติดตามตัวตนผู้เสียชีวิตต่อไป
>> นายกรัฐมนตรี ส่งคำอวยพรต้อนรับเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ส่งความปรารถนาดี
20.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวเนื่องในโอกาสต้อนรับเดือนรอมฎอน ประจำปี พ.ศ. 2569 (ฮ.ศ. 1447) ใจความว่า
สวัสดีพี่น้องมุสลิมชาวไทยที่รักทุกท่าน เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 ผมในนามรัฐบาล ขอส่งความปรารถนาดีและขอร่วมแสดงความยินดีมายังพี่น้องมุสลิมทุกท่าน ที่จะได้ร่วมกันปฏิบัติศาสนกิจสำคัญในการถือศีลอด
เดือนรอมฎอน เป็นเดือนแห่งการทดสอบศรัทธาและความอดทนของจิตใจ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาแห่งการปลูกฝังความเมตตา การรู้จักแบ่งปัน และการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาอันทรงคุณค่าของพี่น้องชาวมุสลิมทุกคน
คุณค่าอันงดงามเหล่านี้ นับเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างสังคมที่เกื้อกูล เอื้ออาทร และอยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมทั้งเป็นโอกาสอันประเสริฐในการน้อมจิตที่เปี่ยมด้วยศรัทธา รำลึกถึงพระมหาคัมภีร์อัลกุรอาน ที่องค์พระอัลเลาะห์ทรงประทานแก่พี่น้องชาวมุสลิม เพื่อนำหลักธรรมคำสอนไปยึดถือและปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
“ในวาระอันเป็นมงคลนี้ ผมขอพรอันประเสริฐแห่งองค์พระผู้อภิบาล จงโปรดประทานความเมตตา ความอิ่มเอมใจ และพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์แก่พี่น้องมุสลิมชาวไทยทุกท่าน ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจตามหลักศาสนบัญญัติได้อย่างครบถ้วนและลุล่วงตามเจตนารมณ์ เพื่อความสุข ความเจริญแก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติสืบไป ขอความสันติสุข และความสวัสดี จงประสบแก่ทุกท่าน”
>> เหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยร่มเกล้า 25 คาดเกิดจากการจุดเทียนทิ้งไว้
20.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ ซอยร่มเกล้า 25 ถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ใช้เป็นพักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องน้ำ เพลิงลุกไหม้ฝ้าเพดานและผนัง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายประมาณ 4 ตารางเมตร ประชาชนใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกู้ภัยทำการระบายควันและความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากการจุดเทียนทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยร่มเกล้า
>> ไฟไหม้ในโกดังเก็บผ้า ที่เมืองโพธาราม เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิง จ.ราชบุรี
23.50 น. สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ราชบุรี ได้รับแจ้งว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ภายในโกดัง ในพื้นที่ ตำบลดอนทราย อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นโกดังเก็บผ้า นุ่น ฝ้าย เกิดเพลิงลุกไหม้ด้านใน เจ้าหน้าที่ พร้อมด้วยรถดับเพลิงในพื้นที่โพธาราม และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมดำเนินการใช้หัวฉีดน้ำเพื่อควบคุม
ต่อมา เวลา 03.00 น. (19 ก.พ.69) รับแจ้งว่า เนื่องจากเชื้อเพลิงเป็น ผ้า นุ่น ฝ้าย จึงต้องใช้รถขุดดินเพื่อมาทำการตักเศษเชื้อเพลิงด้านบนออก และสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด เหลือแต่กลุ่มควัน ขณะเกิดเหตุ ยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ระหว่างการตรวจสอบ สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธาราม
>> แผ่นดินไหว ที่กาญจนบุรี
02.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุ แผ่นดินไหว ขนาด 2.3 ความลึก 1 กม. บริเวณพื้นที่ของ ต.เขาโจด อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี (14.91°N,99.09°E) ขณะนี้ยังไม่มีรายงานการรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน
>> เพลิงไหม้รถยนต์ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ประชาชนช่วยกันใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ
04.02 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ สถานที่เกิดเหตุ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 37 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล 7 ที่นั่ง สีขาว หมายเลขทะเบียน กรุงเทพมหานคร รถใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิง เพลิงลุกไหม้เสียหายเฉพาะคอนโซลด้านหน้ารถยนต์ ประชาชนใช้ถังดับเพลิงทำการดับเพลิงสงบ ก่อนรถดับเพลิงถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงทำการระบายความร้อน
ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่สายไฟบริเวณคอนโซลด้านหน้ารถยนต์ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางขุนนนท์
>> รถเก๋งเฉี่ยวชนกับรถแท็กซี่แล้วเสียหลักฟาดขอบทาง หญิงสาวคนขับเจ็บหนัก ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
04.45 น. รับแจ้งว่า ถนนพหลโยธิน ขาออก ช่วงซอยพหลโยธิน 49 เยื้องๆ ม.ศรีปทุม รถนั่งส่วนบุคคล เสียหลักชนขอบทาง บาดเจ็บ เลนขวา
คืบหน้า ที่เกิดเหตุ พบรถนั่งส่วนบุคคล ฮอนด้า ซิตี้ สีเทา ป้ายทะเบียน กทม. ลักษณะเฉี่ยวชนกับ รถแท็กซี่ สีเหลือง ป้ายทะเบียน กทม. แล้วรถเก๋งเสียหลักชนขอบทาง
ตรวจสอบ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 รายอาการสาหัส อาสากู้ภัยกำลังช่วยเหลือ ด้วยการทำ CPR แต่ไม่เป็นผล เสียชีวิตในเวลาต่อมา เบื้องต้นเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 25 - 30 ปี สาเหตุที่แท้จริงอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางเขน