กัณวีร์ รับฟังเสียง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ชูถอดกฎหมายพิเศษ-ยกเลิกคดีฟ้องปิดปาก
กัณวีร์ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ รับฟังเสียงประชาชน ชูสันติภาพวาระแห่งชาติ ถอดกฎหมายพิเศษ-ยกเลิกคดีฟ้องปิดปาก ปฏิรูประบบรัฐ ฟื้นเศรษฐกิจพื้นที่
วันที่ 3 ก.พ. 69 นายกัณวีร์ สืบแสง ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลวัต พร้อมคณะ ลงพื้นที่พบปะประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับผู้สมัครสส.ของพรรค ได้แก่ นายไซนุดิง ยูโซะ ผู้สมัคร สส.เขต 4 ปัตตานี และนายอุสมาน ดาโอะ ผู้สมัคร สส.เขต 8 นราธิวาส โดยจุดกิจกรรมอยู่บริเวณหาดนราทัศน์ จ.นราธิวาส และสวนสาธารณะช้างเผือก จ.ยะลา
บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มีประชาชนจำนวนมากเข้ามาขอถ่ายภาพ ให้กำลังใจ และร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของพรรคพลวัตอย่างใกล้ชิด
นายกัณวีร์ กล่าวว่า พรรคพลวัตไม่ได้ส่งผู้สมัคร สส. เขต 1 นราธิวาส เนื่องจากไม่มีเวลาเตรียมความพร้อม แต่ยังมีผู้สมัครในเขต 2 คือ นายอุสมาน ดาโอะ เบอร์ 8 พร้อมกันนี้ได้เชิญชวนประชาชนติดตามเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรค ซึ่งจะจัดขึ้นที่จ.ปัตตานี ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ โดยจะแจ้งรายละเอียดวันและเวลาอีกครั้งผ่านช่องทางสื่อสารของพรรค
กัณวีร์ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ รับฟังปัญหา
ระหว่างการพบปะ ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของจ.นราธิวาส โดยระบุว่าที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง
นายกัณวีร์รับฟังข้อเสนอ พร้อมยืนยันว่าพร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาในพื้นที่นราธิวาสและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเห็นว่าจุดเริ่มต้นสำคัญคือการเปิดพื้นที่พูดคุยสันติภาพ หากเกิดสันติภาพ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนจะดีขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสซึ่งมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจชายแดนใกล้ประเทศมาเลเซีย
ประชาชนในพื้นที่แสดงความเห็นด้วยกับนโยบายของพรรคพลวัต พร้อมระบุว่าต้องการเห็น “สันติภาพที่กินได้” และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตจริงของคนในพื้นที่
นายกัณวีร์ ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกในการลงพื้นที่ว่า ประทับใจกับการต้อนรับของประชาชน รวมถึงเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าที่ต้องการเห็นการเมืองที่เปลี่ยนแปลง และการเมืองที่ทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง โดยย้ำว่าปัญหาความไม่สงบส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ทำให้พรรคให้ความสำคัญกับนโยบายสันติภาพที่ยั่งยืนเป็นอันดับแรก เพราะหากสันติภาพไม่เกิด เรื่องอื่นก็ไม่สามารถเดินหน้าได้
กัณวีร์ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ รับฟังปัญหา
ในด้านเศรษฐกิจ พรรคพลวัตเสนอแนวคิด “เศรษฐกิจชุมชน” เป็นกลไกหลักในการฟื้นฟูพื้นที่ พร้อมผลักดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยมองว่าสินค้าในท้องถิ่น เช่น กือโปะ และปลาเส้น สามารถเพิ่มมูลค่าและต่อยอดสู่ตลาดระดับโลกได้ หากมีโอกาสเข้าไปบริหารประเทศ
สำหรับนโยบายสร้างสันติภาพ นายกัณวีร์ระบุว่า พรรคพลวัตมีแนวทาง “3 ขา” ได้แก่
1.ยกระดับการพูดคุยสันติภาพให้เป็นวาระแห่งชาติ เปิดให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคมในพื้นที่มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และต้องจัดการพูดคุยภายในประเทศไทย โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของทุกฝ่าย
2. ปลดล็อกอัตลักษณ์และเสรีภาพของประชาชน ผ่านการทบทวนและยุติการใช้กฎหมายพิเศษ เช่น กฎอัยการศึก พ.ร.บ.ความมั่นคง และ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามความเหมาะสม
3.ปฏิรูประบบโครงสร้างราชการและกระจายอำนาจ ลดการรวมศูนย์ของหน่วยงานด้านความมั่นคง พร้อมเสนอแนวคิด “พาทหารกลับบ้าน” เพื่อสร้างความไว้วางใจและคืนสภาพปกติให้พื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสี่อำเภอของสงขลา
เมื่อถามถึงความกังวลในการเลือกตั้งในจ.นราธิวาส นายกัณวีร์ ยืนยันว่า พรรคพลวัตไม่กังวล และเชื่อว่าประชาชนจะเห็นถึงความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยตนทำงานด้านสันติภาพในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การทำงานในรัฐสภา
นอกจากนี้ ยังมีเยาวชนในพื้นที่เข้ามาสอบถามถึงการช่วยเหลือนักกิจกรรมที่ถูกดำเนินคดีด้านความมั่นคง นายกัณวีร์ระบุว่า สิ่งแรกที่ต้องทำคือยกเลิกกฎหมายพิเศษและกฎหมาย SLAPP เพื่อคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน พร้อมย้ำว่าเยาวชนควรมีพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพและความเป็นผู้นำโดยไม่ถูกกดทับจากโครงสร้างอำนาจ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัณวีร์ รับฟังเสียง 3 จังหวัดชายแดนใต้ ชูถอดกฎหมายพิเศษ-ยกเลิกคดีฟ้องปิดปาก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th