“ทองคำ-เงิน” รีบาวด์แรง หลังดิ่งประวัติการณ์ นักวิเคราะห์ชี้แค่ “รีเซ็ตเกม” ไม่ใช่จบขาขึ้น
"ทองคำ-เงิน" รีบาวด์แรง หลังดิ่งประวัติการณ์ นักวิเคราะห์ชี้แค่ "รีเซ็ตเกม" ไม่ใช่จบขาขึ้น ท่ามกลางปัจจัยหนุนระยะยาวจากความเสี่ยงโลก ดอลลาร์ และดีมานด์อุตสาหกรรม-AI
วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.05 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำและเงินดีดตัวกลับในวันอังคาร หลังเผชิญแรงเทขายรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในช่วงก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์มองว่าการปรับฐานล่าสุดเป็นเพียงการรีเซ็ตสถานะการลงทุน (positioning reset) มากกว่าจะเป็นสัญญาณของขาลงระยะยาว
ราคาทองคำฟื้นตัวหลังร่วงหนักในวันจันทร์ และดิ่งเกือบ 10% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ราคาเงินก็ฟื้นตัวเล็กน้อย หลังจากทรุดตัวราว 30% ในวันเดียว ซึ่งเป็นการร่วงหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980 โดยทองคำตลาดสปอตพุ่งขึ้นได้มากถึง 4% ในวันอังคาร ก่อนทรงตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% ที่ระดับ 4,771.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าในนิวยอร์กปรับขึ้นราว 3% อยู่ใกล้ระดับ 4,791 ดอลลาร์ ด้านราคาเงินตลาดสปอตดีดขึ้นสูงสุด 7.8% และล่าสุดเพิ่มขึ้น 2.6% ที่ 81.3 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาเงินล่วงหน้าในนิวยอร์กปรับขึ้นราว 7% สู่ระดับ 82.67 ดอลลาร์
แรงฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการที่นักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่า การร่วงแรงก่อนหน้านี้เป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของตลาด หรือเป็นเพียงปฏิกิริยาที่เกินจริงต่อปัจจัยระยะสั้น โดยนักกลยุทธ์ของ Deutsche Bank ระบุว่า ประวัติศาสตร์ชี้ว่าความผันผวนลักษณะนี้มักเกิดจากปัจจัยระยะสั้น แม้ขนาดของแรงขายจะทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในตลาดก็ตาม ธนาคารมองว่า แม้จะมีสัญญาณการเก็งกำไรสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายความรุนแรงของการร่วงในสัปดาห์ก่อน
Deutsche Bank ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการลงทุนในทองคำและโลหะมีค่ายังคงแข็งแกร่ง และมองว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการกลับทิศเป็นขาลงอย่างยั่งยืน โดยแตกต่างจากบริบทที่ทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวในช่วงทศวรรษ 2523 และปี 2556 อย่างมีนัยสำคัญ
แรงเทขายก่อนหน้านี้มีสาเหตุจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ หลังประธานาธิบดี Donald Trump เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ รวมถึงการลดสถานะลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
ทางฝั่ง Barclays ให้มุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยยอมรับว่าตัวชี้วัดทางเทคนิคและสถานะการลงทุนอยู่ในระดับตึงตัว แต่เชื่อว่าแรงซื้อทองคำในภาพรวมยังสามารถยืนได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบาย และแนวโน้มการกระจายเงินสำรองของประเทศต่าง ๆ
สำหรับราคาเงิน ความผันผวนรุนแรงกว่าทองคำอย่างชัดเจน สะท้อนขนาดตลาดที่เล็กกว่า ความผันผวนที่สูงกว่า และการมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายย่อยในสัดส่วนมากกว่า อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อโลหะเงิน โดย eToro ระบุว่า แม้แรงเก็งกำไรจะมีบทบาทในระยะสั้น แต่การอธิบายความเคลื่อนไหวทั้งหมดด้วยปัจจัยนี้เพียงอย่างเดียวอาจง่ายเกินไป เนื่องจากเงินยังมีอุปสงค์เชิงอุตสาหกรรมจริง โดยเฉพาะในภาคศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI
งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมคาดการณ์ว่า อุปสงค์เงินทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษนี้ จากภาคพลังงานแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีเซลล์รุ่นใหม่ที่ใช้เงินเข้มข้นขึ้น โดยคาดว่าอุปสงค์รวมจะเพิ่มเป็น 48,000–54,000 ตันต่อปีภายในปี 2573 ขณะที่อุปทานจะเพิ่มขึ้นเพียงราว 34,000 ตันต่อปี หมายความว่าอุปทานจะตอบสนองความต้องการได้เพียง 62-70% เท่านั้น และเฉพาะภาคโซลาร์เซลล์อาจใช้เงินถึง 10,000-14,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นสูงสุดราว 41% ของอุปทานโลก
นักวิเคราะห์มองว่า อุปสงค์ดังกล่าวยังคงอยู่ และสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้เป็นเพียงภาวะที่ราคาเงินวิ่งนำปัจจัยพื้นฐานไปไกลเกินไป ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักเกิดซ้ำในช่วงที่ตลาดอยู่ในเฟสขาขึ้นของโลหะเงิน
อ้างอิง : cnbc.com