โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ทองคำ-เงิน” รีบาวด์แรง หลังดิ่งประวัติการณ์ นักวิเคราะห์ชี้แค่ “รีเซ็ตเกม” ไม่ใช่จบขาขึ้น

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ก.พ. เวลา 10.46 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 03.46 น.

"ทองคำ-เงิน" รีบาวด์แรง หลังดิ่งประวัติการณ์ นักวิเคราะห์ชี้แค่ "รีเซ็ตเกม" ไม่ใช่จบขาขึ้น ท่ามกลางปัจจัยหนุนระยะยาวจากความเสี่ยงโลก ดอลลาร์ และดีมานด์อุตสาหกรรม-AI

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.05 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาทองคำและเงินดีดตัวกลับในวันอังคาร หลังเผชิญแรงเทขายรุนแรงเป็นประวัติการณ์ในช่วงก่อนหน้า โดยนักวิเคราะห์มองว่าการปรับฐานล่าสุดเป็นเพียงการรีเซ็ตสถานะการลงทุน (positioning reset) มากกว่าจะเป็นสัญญาณของขาลงระยะยาว

ราคาทองคำฟื้นตัวหลังร่วงหนักในวันจันทร์ และดิ่งเกือบ 10% เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นการปรับตัวลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ ขณะที่ราคาเงินก็ฟื้นตัวเล็กน้อย หลังจากทรุดตัวราว 30% ในวันเดียว ซึ่งเป็นการร่วงหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 1980 โดยทองคำตลาดสปอตพุ่งขึ้นได้มากถึง 4% ในวันอังคาร ก่อนทรงตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2% ที่ระดับ 4,771.76 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าในนิวยอร์กปรับขึ้นราว 3% อยู่ใกล้ระดับ 4,791 ดอลลาร์ ด้านราคาเงินตลาดสปอตดีดขึ้นสูงสุด 7.8% และล่าสุดเพิ่มขึ้น 2.6% ที่ 81.3 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาเงินล่วงหน้าในนิวยอร์กปรับขึ้นราว 7% สู่ระดับ 82.67 ดอลลาร์

แรงฟื้นตัวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการที่นักลงทุนเริ่มประเมินใหม่ว่า การร่วงแรงก่อนหน้านี้เป็นจุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้างของตลาด หรือเป็นเพียงปฏิกิริยาที่เกินจริงต่อปัจจัยระยะสั้น โดยนักกลยุทธ์ของ Deutsche Bank ระบุว่า ประวัติศาสตร์ชี้ว่าความผันผวนลักษณะนี้มักเกิดจากปัจจัยระยะสั้น แม้ขนาดของแรงขายจะทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับสถานะการลงทุนในตลาดก็ตาม ธนาคารมองว่า แม้จะมีสัญญาณการเก็งกำไรสูงขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายความรุนแรงของการร่วงในสัปดาห์ก่อน

Deutsche Bank ระบุเพิ่มเติมว่า ปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนการลงทุนในทองคำและโลหะมีค่ายังคงแข็งแกร่ง และมองว่าสภาวะตลาดในปัจจุบันยังไม่เอื้อต่อการกลับทิศเป็นขาลงอย่างยั่งยืน โดยแตกต่างจากบริบทที่ทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวในช่วงทศวรรษ 2523 และปี 2556 อย่างมีนัยสำคัญ

แรงเทขายก่อนหน้านี้มีสาเหตุจากหลายปัจจัยผสมกัน ทั้งการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ การเปลี่ยนแปลงความคาดหวังเกี่ยวกับทิศทางธนาคารกลางสหรัฐ หลังประธานาธิบดี Donald Trump เสนอชื่อ Kevin Warsh เป็นประธานเฟดคนใหม่ รวมถึงการลดสถานะลงทุนก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

ทางฝั่ง Barclays ให้มุมมองในทิศทางเดียวกัน โดยยอมรับว่าตัวชี้วัดทางเทคนิคและสถานะการลงทุนอยู่ในระดับตึงตัว แต่เชื่อว่าแรงซื้อทองคำในภาพรวมยังสามารถยืนได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ นโยบาย และแนวโน้มการกระจายเงินสำรองของประเทศต่าง ๆ

สำหรับราคาเงิน ความผันผวนรุนแรงกว่าทองคำอย่างชัดเจน สะท้อนขนาดตลาดที่เล็กกว่า ความผันผวนที่สูงกว่า และการมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายย่อยในสัดส่วนมากกว่า อย่างไรก็ดีนักวิเคราะห์บางส่วนยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อโลหะเงิน โดย eToro ระบุว่า แม้แรงเก็งกำไรจะมีบทบาทในระยะสั้น แต่การอธิบายความเคลื่อนไหวทั้งหมดด้วยปัจจัยนี้เพียงอย่างเดียวอาจง่ายเกินไป เนื่องจากเงินยังมีอุปสงค์เชิงอุตสาหกรรมจริง โดยเฉพาะในภาคศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI

งานวิจัยที่เผยแพร่เมื่อเดือนมกราคมคาดการณ์ว่า อุปสงค์เงินทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษนี้ จากภาคพลังงานแสงอาทิตย์และเทคโนโลยีเซลล์รุ่นใหม่ที่ใช้เงินเข้มข้นขึ้น โดยคาดว่าอุปสงค์รวมจะเพิ่มเป็น 48,000–54,000 ตันต่อปีภายในปี 2573 ขณะที่อุปทานจะเพิ่มขึ้นเพียงราว 34,000 ตันต่อปี หมายความว่าอุปทานจะตอบสนองความต้องการได้เพียง 62-70% เท่านั้น และเฉพาะภาคโซลาร์เซลล์อาจใช้เงินถึง 10,000-14,000 ตันต่อปี หรือคิดเป็นสูงสุดราว 41% ของอุปทานโลก

นักวิเคราะห์มองว่า อุปสงค์ดังกล่าวยังคงอยู่ และสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้เป็นเพียงภาวะที่ราคาเงินวิ่งนำปัจจัยพื้นฐานไปไกลเกินไป ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่มักเกิดซ้ำในช่วงที่ตลาดอยู่ในเฟสขาขึ้นของโลหะเงิน

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...