โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ADVANC จะจ่ายปันผล-พิเศษอีก 27.41 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 02.00 น. • เผยแพร่ 03 ก.พ. เวลา 12.39 น.

#ADVANC #ทันหุ้น-บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯว่า ในปี 2568 มีกำไร 47,885.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.5% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไร 35,075.36 ล้านบาท

รายได้จากธุรกิจลูกค้าองค์กร (ไม่รวมโทรศัพท์เคลื่อนที่) อยู่ที่ 7,828 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการใช้งานดิจิทัลในองค์กรธุรกิจที่เพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งนี้ เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นการให้บริการลูกค้าองค์กรด้วยโซลูชันแบบครบวงจร (end-to-end) ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการเชื่อมต่อ ได้แก่ บริการ 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ และ โครงข่ายการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้าองค์กร (EDS) ไปจนถึงบริการ คลาวด์ ศูนย์ข้อมูล และ โซลูชันดิจิทัล ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของลูกค้าองค์กร

ในปี 2568 เอไอเอสมีกำไร EBITDA อยู่ที่ 123,270 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน และสูงกว่าประมาณการที่บริษัทได้ให้ไว้ สะท้อนถึงการเติบโตของรายได้ที่มุ่งเน้นคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ อัตรากำไร EBITDA อยู่ที่ 54.5% ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 53.1% ในปี 2567

**เป้าหมายปี 2569 รายได้โต 3-5% , งบลงทุนราว 3-3.5 หมื่นลบ.

ในปี 2569 คาดว่ารายได้จากการให้บริการหลักจะเติบโตประมาณ ร้อยละ 3–5 ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของ GDP ประเทศไทย โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจดิจิทัล แม้ว่าสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเผชิญความไม่แน่นอนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์โลก ความตึงเครียดทางการค้า และความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างมีวินัย สร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพ และส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีแก่ลูกค้า โดยได้รับแรงสนับสนุนจากแนวโน้มการใช้งานข้อมูลในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มลูกค้าผู้บริโภคและลูกค้าองค์กร ซึ่งจะยังคงเป็นปัจจัยหลักในการสนับสนุนการเติบโตของรายได้ จากความต้องการด้านการเชื่อมต่อข้อมูลที่เพิ่มขึ้น การปรับตัวดีขึ้นของ ARPU และการนำเสนอบริการดิจิทัลที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้า

บริษัทคาดว่า กำไร EBITDA จะเติบโตประมาณร้อยละ 2–4 สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ ขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายเพื่อสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตในระยะยาว โดยในปี 2569 การเติบโตของกำไร EBITDA จะได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตัวของรายได้และกำไรจากการขายอุปกรณ์ อย่างไรก็ตาม เพื่อรักษาการเติบโตในระยะยาวและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เอไอเอสยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงข่ายและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ รวมถึงการลงทุนในคอนเทนต์คุณภาพสูง เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านดิจิทัล เพิ่มศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจ และยกระดับประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า ซึ่งอาจจำกัดการขยายตัวของอัตรากำไร EBITDA ในระยะสั้น

นอกจากนี้ การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจ ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) และโครงการอื่น ๆ คาดว่าจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านแพลตฟอร์มและกระจายแหล่งที่มาของรายได้ในอนาคต นอกเหนือจากธุรกิจโทรคมนาคมแบบดั้งเดิม อย่างไรก็ตาม การลงทุนดังกล่าวอาจส่งผลกดดันต่อ EBITDA ในระยะแรก โดยเอไอเอสคาดว่าธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขาจะสามารถเริ่มสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ ปีที่ 4 เป็นต้นไป

สำหรับงบลงทุน บริษัทตั้งเป้าการลงทุนในช่วง 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อรักษาสถานะผู้นำด้านโครงข่าย รองรับความต้องการด้านการเชื่อมต่อที่เพิ่มขึ้น และสร้างรากฐานสำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะกลาง โดยงบลงทุนดังกล่าวสะท้อนการลงทุนรอบใหม่ให้สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้งานข้อมูลที่เพิ่มขึ้น และเป้าหมายการเป็นผู้นำด้านคุณภาพโครงข่ายในระยะยาว

การเพิ่มขึ้นของงบลงทุนเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมุ่งเน้นการขยายขีดความสามารถและความครอบคลุมของโครงข่าย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งาน 5G และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึงปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ การยกระดับและปรับปรุงโครงข่ายคาดว่าจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเอไอเอสกับลูกค้า และสนับสนุนการเติบโตของ ARPU ในระยะยาว

**จ่ายปันผล รวมปันผลพิเศษ

คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติจัดสรรกำไรสุทธิปี 2568 เป็นเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 15.30 บาทต่อหุ้น นอกจากนี้ให้เสนอพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลพิเศษจากำไรสะสมให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 19.00 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้อัตราการจ่ายเงินปันผลรวมทั้งปีอยู่ที่ 34.30 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วเมื่อวันที่ 3 ก.ย. 2568 ในอัตรา 6.89 บาท คงเหลือเงินปันผลที่จะจ่ายสำหรับงวดนี้ในอัตรา 27.41 บาท โดยจะจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นรายชื่อปรากฎ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล ในวันที่ 2 มีนาคม 2569 (Record Date) โดยวันขึ้น
เครื่องหมาย XD วันแรกคือวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 30เมษายน 2569

**รายได้ปี 68 ที่ 2.26 แสนลบ.

เอไอเอสรายงานผลการดำเนินงานปี 2568 มีรายได้รวม 226,264 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 47,886 ล้านบาท สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากยุทธศาสตร์ที่ยึด “คุณภาพของสินค้าและประสบการณ์ลูกค้า” เป็นหัวใจหลัก พร้อมตอกย้ำความเป็นผู้นำโครงข่ายอัจฉริยะและเทคโนโลยีดิจิทัลที่ดีที่สุดเพื่อคนไทย ด้วยความเร็ว ความเสถียร และประสบการณ์ดิจิทัลที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดยในปีที่ผ่านมา เอไอเอสเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านนวัตกรรมและ AI ทั้งด้านบริการและการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน สร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้ลูกค้าและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน พร้อมต่อยอดการเติบโตระยะยาวผ่าน “ธุรกิจใหม่” ในฐานะฟันเฟืองสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจรีเทล แพลตฟอร์มคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬา และการเงินดิจิทัล

ด้านผลประกอบการและ EBITDA เติบโตอย่างมั่นคง จากการบริหารสมดุลระหว่าง การลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งอนาคต และ การยกระดับประสิทธิภาพภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง สะท้อนแนวทางการเติบโตแบบ “คุณภาพ” ในทุกมิติ โดยปี 2569 เอไอเอสยังคงมุ่งสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่การสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน โดยมีรายละเอียดแต่ละธุรกิจดังนี้

-ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่: โตต่อเนื่องจากฐานลูกค้าคุณภาพ และโครงข่ายอัจฉริยะ 5G ที่มีความน่าเชื่อถือ

เอไอเอสมีผู้ใช้บริการรวม 46.8 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้น 495,200 เลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น กว่า 1 ล้านเลขหมายจากปี 2567 จากการมุ่งเน้นคุณภาพโครงข่ายและการยกระดับประสบการณ์ใช้งานอย่างต่อเนื่องลูกค้าระบบเติมเงิน เพิ่มขึ้นกว่า 301,000 เลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น 392,900 เลขหมายจากปี 2567 โดยยังคงยึดมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในการเปิดเลขหมายใหม่ ผ่านระบบ Liveness Detection ที่ผสาน AI เพื่อการพิสูจน์อัตลักษณ์ขั้นสูง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องผู้ใช้งานจากภัยคุกคามออนไลน์ลูกค้าระบบรายเดือน เพิ่มขึ้นกว่า 194,000 เลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น 616,100 เลขหมายจากปี 2567 จากฐานลูกค้าคุณภาพสูงและ ได้รับผลบวกจากความนิยมในการรับชม ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (EPL) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ใช้งาน 5G เพิ่มเป็น 17.9 ล้านเลขหมาย เพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านเลขหมายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้นกว่า 5.7 ล้านเลขหมายจากปี 2567 บนโครงข่าย 5G ที่ครอบคลุม มากกว่า 95% ของประชากรทั่วประเทศ ส่งผลให้รายได้ธุรกิจมือถือเติบโต 5.8% ทำให้ AIS มีส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้อยู่ที่ 50% ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านคุณภาพในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม

-ธุรกิจบรอดแบนด์: เติบโตด้วยความเชื่อมั่นในคุณภาพจากนวัตกรรมเน็ตบ้าน และความบันเทิงเพื่อทุกครัวเรือน

ธุรกิจเน็ตบ้าน AIS 3BB FIBRE 3 เติบโตอย่างต่อเนื่อง มีผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์รวม 5.24 ล้านราย เพิ่มขึ้น 38,000 รายจากไตรมาส 3/2568 และเพิ่มขึ้น 233,600 รายจากปี 2567 สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพโครงข่ายและด้านบริการที่ยกระดับประสบการณ์ที่ดีให้ทุกครัวเรือน อาทิ แพ็กเกจ SuperFast และนวัตกรรมเน็ตบ้าน Home FiberLAN และบริการที่มากกว่าการเชื่อมต่อ

พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยคอนเทนต์ความบันเทิงและกีฬายอดนิยม เช่น EPL, Thai League, NBA และ NFL ส่งผลให้รายได้ธุรกิจเน็ตบ้านเติบโต 9.6% และมีส่วนแบ่งการตลาดเชิงรายได้ ร้อยละ 48% ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดบรอดแบนด์อย่างมั่นคง

-ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กร: เติบโตด้วยพลังโซลูชั่นส์เพื่อภาคธุรกิจไทย

ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรเติบโตต่อเนื่อง โดยเติบโต 11% จากปี 2567 ได้รับอานิสงค์จากความต้องการในการใช้โครงข่าย 5G สำหรับองค์กรธุรกิจ โครงข่ายเชื่อมต่อข้อมูล รวมถึงบริการ Data Center และ Thai Hyperscale Cloud ที่ช่วยยกระดับขีดความสามารถขององค์กรไทย ทั้งนี้ เอไอเอสยังคงสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็น Sustainable Nation ผ่านการเสริมความพร้อมด้าน Digital Infrastructure ที่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ รองรับการลงทุนและการขยายตัวของผู้ให้บริการเทคโนโลยีระดับโลก รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรม AI ในอนาคต

-แนวโน้มปี 2569: ลงทุนต่อเนื่อง ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อประเทศ

ในปี 2569 เอไอเอสวางกรอบงบลงทุน 30,000–35,000 ล้านบาท เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติ ผ่านการพัฒนาโครงข่าย 5G, การขยายบริการอินเทอร์เน็ตบ้านความเร็วสูง และการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อผลักดันการเป็นศูนย์รวม AI Ecosystem ครั้งใหญ่รายแรกพร้อมเชื่อมโยงโครงข่ายอัจฉริยะกับนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อให้คนไทยทั้งลูกค้าทั่วไปและลูกค้าองค์กรเข้าถึงประสบการณ์ AI ที่มีประสิทธิภาพ เสริมขีดความสามารถด้านดิจิทัลของประเทศ และวางรากฐานระบบนิเวศดิจิทัลที่เชื่อมโยงอย่างปลอดภัย เพื่อสนับสนุนการเติบโตของ Digital Economy ไทยอย่างยั่งยืน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...