โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ. พร้อมดูแลคนไทยเดินทางกลับจากตะวันออกกลาง ตั้งแต่สนามบินจนถึงภูมิลำเนา

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กระทรวงสาธารณสุข ประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข ดูแลคนไทยเดินทางกลับจากเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง หากได้รับการประสานอพยพสามารถให้การดูแลได้ทันที

วันนี้ (6 มีนาคม 2569) ที่ ศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข จังหวัดนนทบุรี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานประชุมติดตามความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข รองรับการดูแลคนไทยจากเหตุความรุนแรงในตะวันออกกลาง โดยมี นายแพทย์สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ผู้บริหารกรมวิชาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เข้าร่วมประชุมทั้งออนไซต์และออนไลน์

นายพัฒนา ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ว่า รัฐบาลได้ตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการสถานการณ์ตะวันออกกลาง" (War Room) เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานการช่วยเหลือคนไทยที่มีกว่า 100,000 คน โดยอยู่ในประเทศอิสราเอลซึ่งเป็นจุดสำคัญกว่า 65,000 คน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กว่า 20,000 คน ซึ่งขณะนี้มีผู้แจ้งความประสงค์เดินทางกลับผ่านหน่วยงานของกระทรวงการต่างประเทศบ้างแล้ว แต่กระบวนการขั้นตอนต่างๆ ยังเป็นไปตามระบบปกติ

นายพัฒนากล่าวต่อว่า ในส่วนกระทรวงสาธารณสุข ได้เตรียมความพร้อมดูแลประชาชนที่อยู่ในตะวันออกกลาง โดยประสานสถานทูตจัดระบบ Telemedicine นัดหมายพบแพทย์ทางไกลผ่านแอปพลิเคชัน "หมอพร้อม" ซึ่งจะเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพเข้าระบบฐานข้อมูล สามารถดูแลต่อเนื่องเมื่อกลับถึงประเทศไทย และเปิดช่องทางสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เพื่อลดความเครียดจากสถานการณ์ กรณีที่มีการอพยพกลับ ได้จัดระบบคัดกรองสุขภาพในสนามบิน 5 แห่ง ได้แก่ สนามบินกองทัพอากาศ (บน.6) สนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินอู่ตะเภา และสนามบินหาดใหญ่ เพื่อคัดกรองโรคติดต่อที่สำคัญ อาทิ เมอร์ส ไข้เวสไนล์ เป็นต้น รวมถึงการเจ็บป่วยอื่นๆ และปัญหาสุขภาพจิต โดยมีโรงพยาบาลสังกัดกรมการแพทย์ กรมสุขภาพจิต และโรงพยาบาลในพื้นที่ เป็นหน่วยรับส่งต่อรักษา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด/โรงพยาบาลตามภูมิลำเนา ติดตามดูแลในพื้นที่ สำหรับเรื่องยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบ ทั้งนี้ อย. และองค์การเภสัชกรรม ได้ร่วมกันติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...