โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สถาบันพระปกเกล้า เปิดสเปก ครม. ในฝัน อยากได้ มือสะอาด–ซื่อสัตย์-ฟังเสียงประชาชน

The Bangkok Insight

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

สถาบันพระปกเกล้า เปิดผลสำรวจ สเปก ครม.ชุดใหม่ ในฝันของคนไทย อยากได้ ครม. มือสะอาด ซื่อสัตย์สุจริต ฟังเสียงประชาชน พร้อมเปิดรับคนนอก-ผู้หญิง ยกให้นายกฯ ตัดสินใจ

รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 11 เรื่องสเปก ครม.ชุดใหม่ ในฝันของคนไทย โดยทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.- 2 มี.ค. 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 1,908 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

ครม.ชุดใหม่

1. คุณสมบัติรัฐมนตรีใน ครม.ชุดใหม่ ที่ไม่ต้องการ (สำรวจโดย x Line Today) เสียงส่วนใหญ่ ขีดเส้นชัดว่า ปฏิเสธคนที่เคยมีมลทินคอร์รัปชัน

  • 48.9% ไม่ต้องการคนที่ เคยมีประวัติคดีทุจริต หรือคดีร้ายแรงเรื่องความซื่อสัตย์ สูงสุดแบบทิ้งห่าง
  • 17.9% ไม่ต้องการคนที่มีผลประโยชน์ส่วนตัวทับซ้อนในกระทรวงที่เป็นรัฐมนตรี
  • 15.3% ขาดอุดมการณ์ทางการเมือง ย้ายพรรค ข้ามขั้วเพื่อหวังตำแหน่ง
  • 14.9% ไม่มีประสบการณ์/ไม่มีความรู้จริงในกระทรวงที่นั่งเป็นรัฐมนตรี
  • 3.0% เคยบริหารงานผิดพลาดจนเกิดความเสียหาย

คอร์รัปชัน ไม่ใช่แค่ข้อเสีย แต่เป็นด่านแรกที่ประชาชนอยากให้ใช้คัดกรองในการตัดสิทธิ์ คนเริ่มมองธรรมาภิบาลเชิงระบบเป็นเรื่องใหญ่ และอยากเห็นการคัดเลือกรัฐมนตรีบน คุณสมบัติ มากกว่าการเมืองแบบจัดสรรตำแหน่ง

2. คนไทยอยากได้ครม.มือสะอาด–ฟังประชาชน มากกว่ามือการเมือง

  • 32.1% ต้องการคนที่ซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์ สูงสุด
  • 28.7% ต้องการคนที่รับฟังและนำปัญหาประชาชนไปแก้ไข
  • 24.6% มีความเชี่ยวชาญ มีผลงานในตำแหน่งที่รับผิดชอบ
  • 11.5% มีความกล้าในการตัดสินใจ รับผิดชอบในสิ่งที่ตัดสินใจ
  • 3.1% เคยเป็น สส./รมต.มาก่อน

สะท้อนว่า ประชาชนไม่ได้ให้คุณค่ากับสถานะการเป็นนักการเมืองอาชีพเท่ากับความน่าเชื่อถือ เน้น คนซื่อสัตย์ ฟังประชาชน เชี่ยวชาญงาน ประสบการณ์ในสนามการเมืองไม่ใช่แต้มต่อ หากไม่พ่วงความโปร่งใสและผลงาน

3. ความต้องการ ครม.ใหม่ แตกต่างตามพื้นที่ เน้น ซื่อสัตย์สุจริต รับฟัง และนำปัญหาไปแก้ไข

  • กทม., ภาคเหนือ, ภาคอีสาน: ให้น้ำหนักสูงสุดกับ การรับฟังและนำปัญหาไปแก้ไข
  • ภาคกลาง, ภาคตะวันออก, ภาคใต้: ให้น้ำหนักสูงสุดกับ ความซื่อสัตย์สุจริต

ภาคที่เน้นรับฟัง-แก้ปัญหา สะท้อนปัญหาปากท้องเฉพาะหน้าที่รอการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงอยากเห็นรัฐที่ตอบสนองเร็ว ส่วนภาคที่เน้น ซื่อสัตย์ สะท้อนความไว้วางใจต่อการเมืองยังเป็นโจทย์ใหญ่ ต้องการ การเมืองที่สะอาด เป็นเงื่อนไขเริ่มต้น

4. สังคมไม่ยึดติดโควตา เปิดรับทั้ง มืออาชีพคนนอกและผู้หญิง ให้อำนาจนายกฯตัดสินใจ

สัดส่วนผู้ที่เป็นมืออาชีพจากนอกการเมืองที่ควรมี ส่วนใหญ่ 26.4% ระบุว่า มีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่นายกฯ รองลงมา คือ 22.2% อยากให้มี 10%, 18.4% อยากให้มี 30% ขึ้นไป, 14.7% อยากให้มี 20% และ 18.3% ไม่แน่ใจ

  • สัดส่วนผู้หญิงที่ควรมี ส่วนใหญ่ 31.2% ระบุว่า มีหรือไม่มีก็ได้ แล้วแต่นายกฯ รองลงมา คือ 21.5% อยากให้มี 10%, 16.6% อยากให้มี 20%, 14.0% อยากให้มี 30% ขึ้นไป และ 16.7% ไม่แน่ใจ

จะเห็นได้ว่า คนไทยเปิดรับคนนอกพอสมควร และไม่ยึดติดโควตาเพศมากนัก มองเป็นอำนาจตัดสินใจของผู้นำ แต่โดยรวมก็มีความหวังให้ได้ คนมืออาชีพ และ ให้มีผู้หญิงมาร่วมในระดับหนึ่ง อยากให้คัดคนที่เหมาะ โดยไม่ปิดกั้นเพศ (ตัวเลือก 10–30% รวมกันเป็นก้อนใหญ่)

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 11

การสำรวจครั้งนี้สะท้อนความคาดหวังของประชาชนต่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยให้น้ำหนักกับ คุณสมบัติของบุคคล มากกว่าประเด็นด้านโควตาทางการเมืองหรือที่มา ทั้งยังชี้ว่า ประชาชนต้องการผู้นำที่มีมาตรฐานจริยธรรมสูง เริ่มจากความสุจริต โปร่งใส และปลอดผลประโยชน์ทับซ้อน พร้อมทำงานแบบรับฟังและแก้ปัญหาได้จริง

ดังนั้น การเปิดตัวคณะรัฐมนตรีไม่ควรสื่อสารเพียงรายชื่อและตำแหน่ง แต่ควรชี้แจงเหตุผล ของการคัดเลือก โดยเชื่อมโยงกับคุณสมบัติที่ประชาชนให้ความสำคัญ เช่น ประวัติการทำงานที่โปร่งใส กลไกป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน และผลงานการแก้ปัญหาในอดีต

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังสะท้อนว่า ประชาชนจำนวนมากเปิดรับการดึงผู้เชี่ยวชาญจากนอกการเมือง (Technocrat) เข้ามาร่วมทำงาน หากมีบทบาทชัดเจนและวัดผลได้ โดยเฉพาะกระทรวงที่ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางสูง เพื่อเร่งสร้างผลงานให้เป็นรูปธรรมในช่วงต้นของรัฐบาล

ทั้งนี้ เส้นแดงที่สำคัญ คือ ตัวเลขสูงเกือบ 50% ที่ปฏิเสธรัฐมนตรีซึ่งมีประวัติด่างพร้อยเรื่องทุจริตอย่างเด็ดขาด ดังนั้น การแต่งตั้งบุคคลที่มีประวัติหรือข้อร้องเรียนด้านความซื่อสัตย์สุจริต/ผลประโยชน์ทับซ้อน อาจเพิ่มแรงเสียดทานและกระทบความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล หรือ เกิดวิกฤตศรัทธาได้อย่างรวดเร็ว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...