โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกชนฝากงานรอรัฐบาลใหม่ สารพัดปัญหา ‘ข้าว-อ้อย-อุตฯ’ ถาโถม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เอกชนตั้งตารอการจัดตั้ง ครม.ชุดใหม่ ฝากถึงรัฐบาลอนุทิน 2 แก้ปัญหาอุปสรรคการค้าในประเทศ แม้สงครามโลกระอุหนัก ด้านผู้ส่งออกข้าว จี้รัฐดูแลค่าเงินบาทโดยด่วน ชี้ข้าวนาปรังใกล้ออก โรงงานน้ำตาลโอดขอให้รับซื้อไฟจากชีวมวล บ่นคุยหลายครั้งไม่เคยสำเร็จ ด้าน ปตท.ขอกฎหมายทำ CCS ขณะที่ WHA วอนรัฐลงทุนสายส่งซัพพอร์ต Data Center

“ข้าว” ขอค่าเงินบาทอ่อน

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยกล่าวว่า อุตสาหกรรมข้าวไทย เผชิญการแข่งขันที่มีความท้าทายสูง ไม่ว่าจะเรื่องของปริมาณผลผลิตข้าวของโลกที่เพิ่มขึ้น ผนวกกับปัญหาภาษีสหรัฐ และค่าเงินบาทที่มีความผันผวน ดังนั้น สิ่งที่ผู้ส่งออกข้าวและอุตสาหกรรมนี้ต้องการคือ นโยบายที่มีความชัดเจน เพราะขณะนี้ยังไม่เห็นแนวทางที่จะเข้ามาดูแลว่าจะเป็นอย่างไร หากได้รัฐบาลที่มีความมั่นคง โดยคาดหวังรัฐมนตรีที่จะเข้ามาดูแล เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีเกษตรและสหกรณ์ อยากได้ผู้ที่มีความรู้ ความเข้าใจในอุตสาหกรรมจริง ๆ เพื่อให้สามารถเข้ามาเดินหน้านโยบายและแก้ไขอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องการเห็นเร่งด่วนคงไม่พ้นการดูแลค่าเงินบาท เพื่อให้อุตสาหกรรมข้าวสามารถแข่งขันได้ โดยมองว่าค่าเงินที่เหมาะสมอยู่ที่ 33-34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้ค่าเงินบาทอยู่ที่ 31 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ทำให้แข่งขันยากและลำบากขึ้น

“ควรมีนโยบายระยะสั้น กลาง ยาวที่ชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมข้าว เพราะต้องยอมรับว่าอุตสาหกรรมนี้ปัญหาเยอะและมีมานาน และตั้งรัฐบาลได้เร็วยิ่งดี เพราะตอนนี้นาปรังผลผลิตก็จะออก ฤดูข้าวนาปีก็ใกล้จะเริ่มเข้าสู่ฤดูการผลิต ก็หวังว่าคนที่จะเข้ามา อยากให้มีพื้นฐานที่ดี สามารถผลักดันให้กระทรวงเกษตรฯ ปลูกพืชในสิ่งที่ตลาดต้องการ และกระทรวงพาณิชย์เป็นหน่วยงานที่ขาย ซึ่งใครจะมาเป็นเจ้ากระทรวงก็ได้

แต่ขอให้อยู่ภายใต้พรรคเดียวกัน เพื่อให้เกิดการทำงานที่สอดคล้องและเชื่อมโยงกันมากขึ้น เป็นทีมเดียวกัน เพราะที่ผ่านมาขาดการประสานงานร่วมกัน พูดคุยกันมากขึ้น เอกชนพร้อมทำงานร่วมในการผลักดันนโยบายให้อุตสาหกรรมไทยเข้มแข็งและแข่งขันได้ดีขึ้น”

“อ้อย” ขอชดเชยงดเผาเพิ่ม

นายชลัช ชินธรรมมิตร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท น้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) หรือ KSL กล่าวว่า เรายังไม่เห็นหน้าตารัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ แต่ถ้าจะให้ถามว่าเราอยากฝากอะไร ก็คงเป็นเรื่องที่เราเคยคุยกันมาตลอด แต่ยังไม่สำเร็จสักครั้ง เช่น การรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวล การชดเชยเงินช่วยเหลือให้ชาวไร่ หรือจะเอาเงินกองทุนอ้อยไปช่วย ส่วนที่เป็นโซนแดง รัฐก็ต้องประกาศให้ชัด ไม่ใช่วันนี้บอกว่าเป็นโซนแดง ซึ่งพอเป็นช่วงตัดและหีบก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย แล้วผ่านมาสักพักบอกเป็นโซนเหลืองตัดได้ แต่เลยช่วงหีบช่วยอายุอ้อยที่ต้องตัดไปแล้ว มันก็ไม่มีประโยชน์

สำหรับนโยบายอ้อยไฟไหม้ เงินช่วยเหลืออ้อยสดของรัฐไม่เพียงพอ อยากให้พิจารณาปรับปรุงนโยบาย หรือให้อนุโลมในบางพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ อ้อยถูกไฟไหม้ หากไม่ให้เก็บเกี่ยวก็ขอให้พิจารณาเงินชดเชยที่เหมาะสมให้กับชาวไร่

ปตท.ขอหน่วยงานหนุน CCS

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมา ปตท.กับภาครัฐได้หารือกันมาตลอดทุก ๆ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานของประเทศ และขณะนี้ ปตท.อยู่ระหว่างศึกษาโครงการดักจับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) ดังนั้น เมื่อมีรัฐบาลใหม่จึงอยากเสนอภาครัฐ 1.ตั้งหน่วยงานกลางรูปแบบ Single Window เพื่อทำหน้าที่กำกับ อนุญาต และติดตามโครงการ CCS แบบเบ็ดเสร็จ (Delivery Unit) แทนการกระจายอำนาจไปหลายหน่วยงาน

2.ดำเนินการเรื่องของกฎระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ CCS ให้ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์ความชัดเจนเรื่องสิทธิการใช้พื้นที่ใต้ดินระยะยาว, กรอบความรับผิดชอบ (Liability) หลังการปิดหลุมกักเก็บ 3.รัฐจำเป็นต้องออกแบบกลไกทางเศรษฐศาสตร์ให้เหมาะสม เปิดทางให้โครงการ CCS สามารถสร้างคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการรับรองในระดับสากลได้

WHA ขอรัฐหนุนดาต้า เซ็นเตอร์

นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) กล่าวว่า ปีนี้ไทยเจอความท้าทายรอบด้าน แต่ความต่อเนื่องของนโยบายและรัฐบาลจะเห็นว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเจอการเปลี่ยนแปลง ครม.บ่อย ดังนั้น การเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ ก็คาดหวังว่าพรรครัฐบาลจะสามารถรวมได้ 300 เสียง เพื่อสร้างความมั่นคงและสามารถดำเนินแนวนโยบายการทำงานอยู่ครบวาระได้ 4 ปี ซึ่งจะมีผลต่อความต่อเนื่อง ทำให้เกิดความเชื่อมั่นต่อภาคนักลงทุน นอกจากนี้ ยังอยากเห็นรัฐมนตรีที่มีความสามารถ ซึ่งก็เริ่มเห็นภาพชัดเจนขึ้น

ขณะที่ภาคเอกชนหวังว่าจะจัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการโดยเร็ว เพื่อเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยประเมินว่าหากเริ่มทำงานได้เร็ว เศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสเติบโตมากกว่า 2% พร้อมกันนี้ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาเร่งส่งเสริมและวางโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน เข้ามาแก้เรื่องของสายส่ง เพราะว่าอุตสาหกรรม Data Center มีความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูง หากมีการแก้ไข รวมไปถึงกฎระเบียบที่ยังเป็นข้อจำกัดต่าง ๆ พัฒนาคนให้มีความสามารถ ปรับโครงสร้างพื้นฐานให้สอดคล้อง ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน มั่นใจว่าภาพรวมของเศรษฐกิจไทยก็มีโอกาสเติบโตได้เกินเป้าหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เอกชนฝากงานรอรัฐบาลใหม่ สารพัดปัญหา ‘ข้าว-อ้อย-อุตฯ’ ถาโถม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...