โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาผู้บริโภคจี้ ETDA-ขนส่งฯ คุมแอปเรียกรถช่วงเปลี่ยนผ่าน ชง 5 ข้อเสนออุดช่องโหว่ความปลอดภัย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 มี.ค. เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 07 มี.ค. เวลา 09.56 น.

สภาผู้บริโภคยื่น 5 มาตรการต่อ ETDA และกรมการขนส่งทางบก รับมือช่วงขยายเวลาจดทะเบียนรถสาธารณะถึง 31 มี.ค. 69 จี้แพลตฟอร์มโชว์สถานะคนขับ-รถก่อนเรียกใช้ พร้อมวางระบบเยียวยาอุบัติเหตุและสกัดรถนอกระบบ เพื่อคุ้มครองผู้โดยสารช่วงรอยต่อกฎหมาย

จากกรณีที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ร่วมกับกรมการขนส่งทางบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ออกประกาศที่กำหนดให้ผู้ขับขี่ที่ให้บริการผ่านแอปพลิเคชันต้องจดทะเบียนรถประเภท รย.17/18 กับกรมการขนส่งทางบกให้เรียบร้อยภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 และนำรถไปเปลี่ยนสถานะเป็นรถสาธารณะให้ครบถ้วนภายในช่วงวันที่ 1 – 30 มีนาคม 2569 สภาผู้บริโภคเสนอมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 มีนาคม 2569

นายคงศักดิ์ ชื่นไกรลาศ ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมการขนส่งและยานพาหนะ สภาผู้บริโภค ให้ข้อมูลว่า เดิมประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (คธอ.) เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (DPS) ซึ่งกำหนดให้แพลตฟอร์มเรียกรถ ให้บริการเฉพาะผู้ขับที่มีรถจดจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและมีใบอนุญาตขับรถสาธาธารณะ รวมทั้งจัดให้มีระบบยืนยันตัวตน ตรวจสอบข้อมูลผู้ขับ กำกับดูแล ค่าบริการ และรายงานผลการดำเนินการนั้น มีผลบังคับไช้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2568

แต่มีข้อร้องเรียนจากผู้ขับเกี่ยวกับอุปสรรคในการนำรถเข้าสู่การจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ทั้งขั้นตอนระยะเวลาและต้นทุน ส่งผลให้ผู้ขับบางส่วนไม่สามารถดำเนินการได้ทันกำหนด ETDA และ ขบ. จึงกำหนดมาตรการช่วยเหลือและขยาย กรอบระยะเวลาการดำเนินการออกไปถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และ 31 มีนาคม 2569

นายคงศักดิ์ ให้ความเห็นว่า การขยายระยะเวลาบังคับใช้มาตรการอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดเพียงเรื่องค่าบริการหรือการยกเลิกงาน แต่ยังครอบคลุมถึง ความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยเฉพาะกรณีรถที่ยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ ซึ่งอาจไม่มีการตรวจสภาพรถหรือการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ขับอย่างเพียงพอ

นอกจากนี้ ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับ รวมถึงกรณีอุบัติเหตุหรือเหตุอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้น ตลอดจนกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มอย่างเป็นระบบ

“แม้การเลื่อนกำหนดบังคับใช้มาตรการจะมีเป้าหมายเพื่อให้แพลตฟอร์มและผู้ขับรถมีเวลาปรับตัวและดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย แต่หากไม่มีมาตรการเรื่องความปลอดภัยและคุ้มครองผู้โดยสารที่ชัดเจน ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงและกระทบความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยเฉพาะกรณีที่ยังมีไรเดอร์บางส่วนที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด” นายคงศักดิ์ระบุ

นายคงศักดิ์กล่าวอีกว่า การเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบที่กำหนดให้รถและผู้ขับต้องขึ้นทะเบียนเป็นรถสาธารณะอย่างถูกต้อง อาจทำให้จำนวนรถที่สามารถให้บริการได้ตามเงื่อนไขลดลงในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความเพียงพอของบริการ ระยะเวลารอคอย และภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้บริการ หากไม่มีการบริหารจัดการที่เหมาะสม

อีกทั้งยังมีความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการบางรายอาจหลีกเลี่ยงการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเกิดการให้บริการนอกระบบในช่วงรอยต่อและหลังการบังคับใช้มาตรการ ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องเผชิญกับความเสี่ยงโดยขาดหลักประกันด้านความปลอดภัยและความรับผิดชอบที่ชัดเจน

สภาผู้บริโภค จึงมีข้อเสนอต่อกรมการขนส่งทางบก และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ดังต่อไปนี้

1.จัดทำและเผยแพร่แผนบริหารจัดการช่วงรอยต่อและภายหลังครบกำหนดวันที่ 31 มีนาคม
2569 ต่อสาธารณะอย่างชัดเจน โดยกำหนดกรอบเวลาและแนวทางจัดการรถและผู้ขับที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มครองผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม

2.กำหนดให้แพลตฟอร์มแสดงสถานะการขึ้นทะเบียนของรถและผู้ขับแก่ผู้โดยสารก่อนยืนยืนยันการใช้บริการ โดยข้อมูลต้องถูกต้องเป็นปัจจุบัน และเข้าถึงได้ง่าย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตัดสินใจ บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วน

3.กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้โดยสารในช่วงเปลี่ยนผ่านเพิ่มเติมจากความคุ้มครองตามกฎหมาย รถยนต์ภาคบังคับ โดยเฉพาะกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงหรือเหตุอาชญากรรม พร้อมจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนและการเยียวยาที่โปร่งใส และตรวจสอบได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

4.กำหนดมาตรการป้องกันการให้บริการนอกระบบหรือการหลีกเลี่ยงกฎหมายอย่างจริงจัง โดยใช้การตรวจสอบผ่านระบบดิจิทัลควบคู่กับการกำกับเชิงรุก และเปิดเผยผลการดำเนินการต่อสาธารณะ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคต้องแบกรับความเสี่ยงจากช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย

5.กำหนดกลไกประเมินและติดตามผลกระทบเรื่องความเพียงพอของจำนวนรถ ระยะเวลารอคอยและระดับค่าบริการทั้งก่อนและหลังการปิดระบบขึ้นทะเบียน เพื่อให้สามารถกำหนดมาตรการรองรับได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ลดทอนมาตรฐานความปลอดภัยและหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดไว้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สภาผู้บริโภคจี้ ETDA-ขนส่งฯ คุมแอปเรียกรถช่วงเปลี่ยนผ่าน ชง 5 ข้อเสนออุดช่องโหว่ความปลอดภัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...