‘Therians’ เทรนด์ใหม่ วัยรุ่นระบุอัตลักษณ์เป็น ‘สัตว์’ สร้างพื้นที่ปลอดภัย-ค้นหาตัวตน
สวนสาธารณะหลายแห่งในกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา คลาคล่ำด้วยวัยรุ่นที่ออกมารวมตัวกันแสดงพฤติกรรมเคลื่อนที่เลียนแบบสัตว์สี่เท้าหรือที่เรียกว่า “Quadrobics” พร้อมทั้งมักสวมหน้ากากหรือหางสัตว์ และบางครั้งก็ปีนป่ายต้นไม้ในที่สาธารณะ โดยพยายามรักษาระยะห่างจากสายตาของผู้คนที่สัญจรไปมาด้วยความสงสัย
บางคนสวมหน้ากากสุนัขบีเกิลวิ่งด้วยสี่ขาบนพื้นหญ้า ขณะที่วัยรุ่นอีกคนกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางด้วยท่าทางที่เลียนแบบสุนัขพันธุ์เบลเยียมมาลิโนอิส
ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “Therians” (เธเรียน) ซึ่งหมายถึงบุคคลที่ระบุตัวตนทางจิตวิญญาณว่าเป็น “สัตว์” คำนี้มีที่มาจากภาษากรีก “Therianthrope” ที่แปลว่าครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ โดยกลุ่มคนเหล่านี้เชื่อว่าอัตลักษณ์ภายในของตนเองนั้นไม่สอดคล้องกับเผ่าพันธุ์ทางชีวภาพที่เป็นอยู่
เทรนด์นี้ ได้รับความนิยมอย่างมาในโซเชียลมีเดียของอาร์เจนตินาในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะบน TikTok ที่ #therian มียอดโพสต์มากกว่า 2 ล้านครั้ง จนทำให้อาร์เจนตินากลายเป็นประเทศที่มีส่วนร่วมกับกระแสนี้มากที่สุดในลาตินอเมริกา กลายเป็นที่สนใจจากสื่อและคนในสังคม ซึ่งมีทั้งคนที่เข้าใจและต่อต้าน
อากีรา วัยรุ่นอายุ 15 ปี ซึ่งเป็นผู้นำกลุ่มที่เธอเรียกว่า “ฝูง” (pack) ระบุตัวตนว่าเธอคือสุนัขพันธุ์เบลเยียมมาลิโนอิส เธอมีผู้ติดตามบน TikTok มากกว่า 125,000 คน และเป็นผู้ประสานงานการรวมตัวในเมืองหลวงอยู่เป็นประจำ แม้เธอจะมองว่าตนเองเป็นสุนัข แต่เธอก็ยืนยันว่าใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นปรกติทั่วไป
“ฉันตื่นมาเหมือนคนปรกติและใช้ชีวิตแบบคนปรกติ เพียงแต่ฉันมีช่วงเวลาที่ชอบเป็นสุนัข” สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมเลียนแบบสัตว์ เป็นการปลดปล่อยตัวตนในช่วงเวลาหนึ่งมากกว่าจะเป็นการละทิ้งความเป็นมนุษย์ไปอย่างสิ้นเชิง
ในขณะเดียวกัน อารู เด็กสาววัย 16 ปี ที่สวมหน้ากากแมวน้ำไปร่วมงานพบปะที่สวนสาธารณะ กล่าวว่า เธอถือว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม “Otherpaw” ซึ่งอยู่ในร่มของเธเลียน โดยเป็นกลุ่มคนที่สวมหน้ากากและหาง หรือเคลื่อนไหวด้วยสี่ขาเพื่อความสนุกสนาน โดยไม่จะเป็นต้องรระบุตัวตนว่าเป็นสัตว์เสมอไป
อารูคิดว่า ที่กระแสเธเรียนสามารถแพร่หลายในอาร์เจนตินาได้ เป็นเพราะสภาพแวดล้อมของประเทศค่อนข้างเสรี และการเคลื่อนไหวนี้ได้สร้างชุมชนที่ช่วยให้หนุ่มสาวรู้สึกว่า พวกเขาได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม Therians แตกต่างจากกลุ่ม Furries โดยกลุ่ม Furries (เฟอร์รี่) เป็นกลุ่มคนที่สนใจและชื่นชอบตัวละครสัตว์ที่มีลักษณะนิสัยหรือรูปร่างคล้ายมนุษย์ (Anthropomorphic animals) เช่น เดินสองขา พูดได้ ใส่เสื้อผ้า โดยมักสร้างตัวตนจำลองที่เรียกว่า “Fursona” (เฟอร์โซน่า) ขึ้นมาผ่านศิลปะ การสวมบทบาท (Roleplay) หรือชุดคอสเพลย์ (Fursuit)
แต่สำหรับ Therians พวกเขายืนยันว่า การระบุตัวตนสัตว์เหล่านี้ ไม่ได้เป็นแค่งานอดิเรก แต่เป็นส่วนหนึ่งของตัวตนที่อยู่ในจิตใจ
ผลการวิจัยจาก Furscience ที่ทำการศึกษาทั้งสองกลุ่ม ผู้เข้าร่วมถูกขอให้ระบุระดับการระบุตัวตนกับสัตว์สายพันธุ์ที่พวกเขาอ้างอิงในระดับเจ็ดระดับ พบว่า กลุ่มเธเรียนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 6.6 ซึ่งสูงกว่ากลุ่มเฟอร์รี่อยู่ที่ 5.6 โดยกลุ่มเธเรียนรู้สึกว่าวิธีการรับรู้โลก การตอบสนอง หรือการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นของพวกเขาไม่เหมือนกับมนุษย์ทั่วไป
นอกจากนี้ พวกเขายังรู้สึกว่า ถ้าเลือกได้พวกเขาก็ไม่เลือกที่จะเป็นมนุษย์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพวกเขารู้สึกว่าตนเองไม่ได้เป็นมนุษย์จริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่การสวมบทบาท
ปัจจุบัน ในวงการจิตวิทยายังไม่ได้ระบุว่า อัตลักษณ์ Therian เป็นความผิดปรกติ ตามคู่มือการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM-5) และผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่าหากไม่กระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวัน ก็ไม่ควรถูกมองว่าเป็นโรค
เดโบราห์ เพเดซ นักจิตวิทยา กล่าวว่านี่คือ “การระบุตัวตนเชิงสัญลักษณ์กับสัตว์” เธอมองว่าปรากฏการณ์นี้จะกลายเป็นเรื่องน่ากังวลหรือเป็นพยาธิสภาพ ก็ต่อเมื่อมันกลายเป็นความเชื่อที่ฝังรากลึกจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน หรือนำไปสู่การทำร้ายตนเองและผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ระหว่างอัตลักษณ์นี้กับภาวะบางอย่าง เช่น สมาธิสั้น ออทิสติก หรือความวิตกกังวลทางสังคม นักจิตวิทยาบางคนกังวลว่าสภาพแวดล้อมออนไลน์อาจกระตุ้นการสร้างอัตลักษณ์ที่รุนแรงขึ้นในวัยรุ่นที่กำลังค้นหาตัวเอง โดยขาดการไตร่ตรองอย่างเหมาะสม ซึ่งพ่อแม่อาจจะต้องช่วยกำกับดูแลและพูดคุยกับบุตรหลานในการใช้สื่อออนไลน์
ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองก็ควรทำความเข้าใจว่า การระบุตัวตนเป็นสัตว์ของวัยรุ่น อาจเป็นเพียงงานอดิเรกที่เน้นความสนุกสนาน หรือการหาพื้นที่ที่ตนเองได้รับการยอมรับ จะช่วยให้พ่อแม่มองสถานการณ์ได้อย่างเป็นกลางมากขึ้น
กระแสนี้ยังถูกนำไปเชื่อมโยงกับการเมือง โดยเฉพาะกลุ่มฝ่ายขวาจัดที่นำภาพลักษณ์ของ Therians ไปโจมตีว่าเป็นสัญลักษณ์ของความเสื่อมถอยในสังคม มีการปล่อยข่าวลือเกินจริง เช่น เรื่องโรงเรียนต้องจัดกระบะทรายให้เด็กที่คิดว่าตัวเองเป็นแมว เพื่อสร้างความตระหนกในหมู่ผู้ปกครอง
นักวิจารณ์ฝ่ายขวาบางคนในอาร์เจนตินา ถึงขั้นระบุว่าปรากฏการณ์นี้เป็น “อาการเจ็บป่วยทางจิต” หรือผลจากการวิศวกรรมวัฒนธรรมที่มุ่งทำลายอัตลักษณ์ความเป็นมนุษย์ ทำให้ Therians ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงไปถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศ
แม้จะมีเสียงวิจารณ์ที่รุนแรง แต่สำหรับวัยรุ่นที่เป็น Therians หลายคน เช่น กาเบรียลาวัย 15 ปี เธอมองว่าการมารวมตัวกันคือการหาเพื่อนที่เข้าใจกัน แม้ในบางครั้งเธอจะต้องเผชิญกับการถูกล้อเลียนหรือคุกคามจากผู้คนที่มารอดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นในสวนสาธารณะก็ตาม
ปรากฏการณ์ Therian ในอาร์เจนตินาแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการสร้างอัตลักษณ์ในยุคดิจิทัล มันเป็นทั้งการค้นหาพื้นที่ปลอดภัยของเยาวชน และในขณะเดียวกันก็เป็นภาพสะท้อนของความขัดแย้งทางอุดมการณ์ในสังคมสมัยใหม่ที่ยังหาข้อยุติไม่ได้
ที่มา: AP News, El Pais, Euro News, The Washington Post