กุมขมับกันเป็นแถว! เปิด 6 กลุ่มสินค้าครัวเรือน จ่อขึ้นราคากระทบเต็มๆ
วันที่ 6 มีนาคม 2569 รายงานข่าวจากวงการค้าส่ง-ค้าปลีก เปิดเผยว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในตลาดโลก จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง มีแนวโน้มส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคหลายประเภท เนื่องจากเกี่ยวข้องกับทั้งต้นทุนพลังงาน กระบวนการผลิต รวมถึงค่าขนส่ง ซึ่งอาจทำให้ผู้บริโภคต้องซื้อสินค้าในราคาสูงขึ้น โดยมีสินค้าที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบรวม 6 กลุ่มหลัก ได้แก่
1.กลุ่มอาหารสด เช่น ไข่ไก่ เนื้อหมู และเนื้อไก่ เนื่องจากกระบวนการเลี้ยงสัตว์ต้องใช้พลังงานไฟฟ้าค่อนข้างสูง อีกทั้งอาหารสดจำเป็นต้องขนส่งจากฟาร์มไปยังตลาดเป็นประจำทุกวัน ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสามารถปรับเพิ่มขึ้นได้ทันที เช่นเดียวกับผักสดที่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นตามระยะทางการขนส่งจากแหล่งเพาะปลูกไปยังตลาดจำหน่าย
2.กลุ่มสินค้าเกษตร ได้แก่ ข้าว ปาล์มน้ำมัน อ้อย ยางพารา และผลไม้ เนื่องจากต้นทุนการเพาะปลูกปรับสูงขึ้นจากราคาน้ำมันดีเซลและปุ๋ยเคมี รวมถึงค่าขนส่งผลผลิตจากแหล่งเพาะปลูกไปยังโรงงานแปรรูปและตลาดที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
3.กลุ่มสินค้าอุปโภคภายในครัวเรือน เช่น น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก และทิชชู เนื่องจากวัตถุดิบส่วนหนึ่งมาจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมี โดยเฉพาะพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งมีต้นทุนที่ปรับเพิ่มตามราคาน้ำมัน
4.กลุ่มอาหารกระป๋อง อาทิ ปลากระป๋อง ซึ่งได้รับผลกระทบจากต้นทุนกระป๋องโลหะที่เพิ่มขึ้น รวมถึงค่าขนส่งสินค้า
5.กลุ่มเครื่องดื่มและสินค้าในบรรจุภัณฑ์พลาสติก เช่น น้ำดื่มและนมบรรจุขวด รวมถึงน้ำมันพืชและน้ำมันปาล์มบรรจุขวด เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่ใช้ผลิตขวดพลาสติกปรับสูงขึ้น รวมทั้งค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน
6.กลุ่มวัสดุก่อสร้าง เช่น ปูนซีเมนต์ เหล็กเส้น สีทาบ้าน พลาสติกและท่อพีวีซี รวมถึงกระเบื้อง อิฐ และบล็อกคอนกรีต เนื่องจากกระบวนการผลิตต้องใช้พลังงานจำนวนมาก อีกทั้งวัสดุส่วนใหญ่มีน้ำหนักมาก ทำให้ต้นทุนการขนส่งปรับเพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันอย่างมีนัยสำคัญ
เรียบเรียงโดย มุมข่าว