ราคาทองวันนี้(21 ม.ค. 69) พุ่งกระฉูด 1,950 บาท ทองรูปพรรณทะลุ 72,350 บาท
ราคาทองวันนี้(21 ม.ค.69) พุ่งกระฉูด ทำสถิติใหม่ ซื้อขายปรับเปลี่ยนร้อนแรง 45 ครั้ง เบ็ดเสร็จปิดตลาดปรับขึ้น 1,950 บาท ดันทองรูปพรรณขายออกขึ้นไปถึงบาทละ 72,360 บาท และระหว่างวันปรับขึ้นไปถึง 72,700บาท ขณะที่ทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 71,550 ชี้เป็นผลมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการค้าระหว่างสหรัฐและยุโรป “ฮั่วเซ่งเฮง” คาดเป้าหมายราคาทองคำโลกรอบนี้อยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ เชื่อดันราคาทองไทยพุ่งไปอยู่ที่ 72,700 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำวันนี้ (21 ม.ค. 2569) พุ่งขึ้น 1,950 บาท เปรียบเทียบกับราคาปิดเมื่อวานนี้ โดยทองรูปพรรณ 96.5% รับซื้ออยู่ที่บาทละ 70,024.04 บาท ทองรูปพรรณขายออกที่บาทละ 72,350 บาท ตามข้อมูลล่าสุด จากเว็บไซต์ของสมาคมค้าทองคำ เมื่อเวลา 16.40 น. ซึ่งเป็นราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของวัน โดยระหว่างวันราคาปรับขึ้นไปสูงสุดที่บาทละ 2,100 บาท
ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศ รับซื้ออยู่ที่บาทละ 71,450.00 ขายออกบาทละ 71,550.00 บาท ตามประกาศครั้งที่ 45 ประจำวันนี้ ในส่วนของราคาทองคำโลก (Gold Spot) อยู่ที่ระดับ 4,867.00 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์
ปมตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ดันทองพุ่ง
บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด : แม่ทองสุก (MTS GOLD) ออกบทวิเคราะห์ราคาทองคำวันนี้ (21 ม.ค. 69) ว่า ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถทะลุระดับ 4,800 เหรียญในช่วงเช้านี้ สะท้อนแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ภาพรวมการปรับตัวขึ้นรอบนี้มีสาเหตุหลักจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าระหว่างสหรัฐ และยุโรปที่กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง สัญญาณแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง
ปัจจัยกดดันสำคัญมาจากฝั่งสหรัฐ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแนวทางขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากยุโรป โดยเริ่มต้นที่อัตรา 10% ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และอาจปรับเพิ่มสูงสุดถึง 25% ในระยะถัดไป ขณะที่ฝั่งยุโรปส่งสัญญาณตอบโต้ โดยบางประเทศ เช่น เดนมาร์ก แสดงท่าทีอาจพิจารณาขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพื่อลดการพึ่งพาสินทรัพย์ดอลลาร์ ความตึงเครียดดังกล่าวทำให้ตลาดกังวลต่อเสถียรภาพทางการเงินและการค้าโลก ส่งผลให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยในช่วง 3 วันที่ผ่านมา ราคาปรับขึ้นรวมแล้วกว่า 200 เหรียญสหรัฐ
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในระยะสั้น วันนี้ตลาดจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ (Speech) ของโดนัลด์ ทรัมป์ ในงาน World Economic Forum (WEF) เวลา 20.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งอาจส่งสัญญาณเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายการค้าและทิศทางเศรษฐกิจ
ด้านค่าเงิน ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 98.46 จุด จากก่อนหน้าที่ 99.10 จุด สะท้อนกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่บริเวณ 30.90 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 5 ปี
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิค ราคาทองคำเช้านี้สามารถทะลุแนวต้านสำคัญบริเวณ 4,800 เหรียญได้อย่างชัดเจน (Breakout) ส่งสัญญาณแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นทะลุระดับ 70,000 บาทต่อบาททองคำเป็นครั้งแรก สะท้อนถึงแรงซื้อที่เข้ามาอย่างต่อเนื่องและมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ราคาทองคำโลกได้ทำจุดสูงสุดใหม่ (All-Time High) ในปีนี้แล้วเป็นครั้งที่ 5 ตอกย้ำโมเมนตัมเชิงบวกของตลาด อย่างไรก็ตาม จากการปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ภาพรวมในระยะสั้นยังต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไร
ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่บริเวณ 4,750–4,700 เหรียญ ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ระดับ 4,850–4,900 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 70,000 บาท และแนวต้านที่ 71,200 บาท
จับตาเป้าหมายทองโลก 5,000 ดอลลาร์
ทางด้าน ฮั่วเซ่งเฮง ออกบทวิเคราะห์ราคาทองล่าสุดช่วงเย็นของวันนี้(21 ม.ค.2569) เมื่อเวลา 16.24 น. โดยระบุว่า “กรีนแลนด์” ตึงเครียด Buy Gold, Sell America เป้าหมายทอง 5,000 ดอลลาร์ โดยฮั่วเซ่งเฮงชี้ว่าราคาทองปรับขึ้นร้อนแรงทะลุ 4,800 ดอลลาร์ และพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ (All-time high) อย่างต่อเนื่องแตะ 4,878 ดอลลาร์ (วันที่ 21 ม.ค.) ทองไทยทะลุ 70,000 บาท และทำ All-time high แตะ 71,800 บาท จากความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ตั้งแต่เปิดปีใหม่ เริ่มจากเวเนซุเอลาไปถึงกรีนแลนด์
ท่าทีของทรัมป์ที่แข็งกร้าวต้องการยึดครองกรีนแลนด์ นำไปสู่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-EU หลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (17 ม.ค.) ทรัมป์ขู่จะเพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจาก 8 ประเทศในยุโรป จนกว่าสหรัฐจะได้รับอนุญาตให้ซื้อกรีนแลนด์ โดยจะเริ่มเก็บภาษี 10% ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. และเพิ่มเป็น 25% ในวันที่ 1 มิ.ย.
ขณะที่ EU เตรียมมาตรการตอบโต้กลับเช่นกัน ทั้งมาตรการเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐ หรืออาจใช้เครื่องมือป้องกันการบีบบังคับ (anti-coercion instrument) ซึ่งยังไม่เคยถูกนำมาใช้มาก่อน โดยอาจจำกัดการเข้าถึงการประมูลงานภาครัฐ การลงทุน หรือกิจกรรมทางการธนาคารของสหรัฐ
2 เหตุผลหลักที่ทรัมป์ต้องการซื้อและครอบครองกรีนแลนด์ คือ
1.ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ ทรัมป์ต้องการเป็นที่ตั้งของฐานทัพทหารสหรัฐ กรีนแลนด์ตั้งอยู่ระหว่างทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ติดกับมหาสมุทรอาร์กติกและหันหน้าเข้าสู่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ตำแหน่งที่ตั้งนี้ทำให้กรีนแลนด์อยู่บนเส้นทางทางทหารที่สำคัญ เส้นทางที่สั้นที่สุดของขีปนาวุธข้ามทวีปจากรัสเซียที่มุ่งสู่สหรัฐจะพาดผ่านบริเวณอาร์กติกและเหนือกรีนแลนด์ และเส้นทางที่สั้นที่สุดจากอเมริกาเหนือไปยุโรป ทำให้สหรัฐได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ด้านการทหารและระบบเตือนภัยล่วงหน้าด้วยขีปนาวุธ
2.กรีนแลนด์อุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างมาก รวมถึงแร่หายากที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง จากการสำรวจในปี 2023 พบว่ากรีนแลนด์มีแร่ธาตุ 25 จาก 34 ชนิดที่คณะกรรมาธิการยุโรปจัดให้เป็น “วัตถุดิบที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์”
กรีนแลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างเพื่อถ่วงดุลอิทธิพลของรัสเซียและจีนในภูมิภาคอาร์กติก เป็นการเปลี่ยนแปลงจากการมองกรีนแลนด์ในฐานะดินแดนพันธมิตร ไปสู่การปฏิบัติในฐานะทรัพย์สินเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องควบคุม
Buy Gold, Sell America
ฮั่วเซ่งเฮง ระบุเพิ่มเติมว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.69) เงินดอลลาร์ พันธบัตร และตลาดหุ้นสหรัฐ ต่างพากันปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ ทำให้เริ่มมองว่าอาจเกิดกระแส “Sell America trade” ซึ่งปีที่แล้วมาตรการภาษีในวัน Liberation Day ในเดือน เม.ย. เริ่มเห็นกลยุทธ์การขายสินทรัพย์สหรัฐ (Sell America trade) จากสงครามการค้าและปัญหาวินัยทางการคลังของสหรัฐ
ซึ่งเดือน พ.ค. Moody’s Ratings ได้ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้รัฐบาลสหรัฐจาก Aaa ลงมาเป็น Aa1 โดยให้เหตุผลจากการขาดดุลงบประมาณและต้นทุนการกู้ยืมที่สูง แต่กระแสดังกล่าวค่อย ๆ ซาลงไป แต่ก็อาจกลับมาอีกครั้งอย่างรุนแรงในปีนี้ แต่ความรุนแรงอาจไม่เท่าปีที่แล้ว ดูได้จากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 0.5% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (20 ม.ค.) เมื่อเทียบกับวัน Liberation Day เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง 1.6% และปีที่แล้วเงินดอลลาร์อ่อนค่าถึง 10% ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังขยายตัวดีอยู่ ทำให้แรงเทขายตลาดหุ้นสหรัฐอาจไม่รุนแรง
คาดทองโลกขึ้นแตะ 5,000 ดอลลาร์
มาตรการภาษีในวัน Liberation Day ในต้นเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ทำให้มีแรงซื้อทองคำและราคาทองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด บางวันขึ้นเกือบ 100 ดอลลาร์ จากต้นเดือนราคาทองอยู่ที่ 3,100 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นไปทำ ATH ใกล้ 3,500 ดอลลาร์ ในวันที่ 22 เม.ย. ปรับขึ้นราว 400 ดอลลาร์ ใช้เวลาเพียง 3 สัปดาห์เท่านั้น ในช่วงเวลานี้หลังเกิดสถานการณ์ตึงเครียดของกรีนแลนด์ราคาทองเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ขึ้นวันละเกือบ 100 ดอลลาร์ เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนที่เกิดสถานการณ์ตึงเครียดของกรีนแลนด์ราคาทองอยู่ที่ราว 4,600 ดอลลาร์
ดังนั้นคาดว่าราคาทองคำรอบนี้อาจขึ้นราว 400 ดอลลาร์ ดังนั้นเป้าหมายราคาทองรอบนี้อยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาทองไทย 72,700 บาท (สมมติฐานเงินบาท 32.75 บาท/ดอลลาร์) สิ่งที่ต้องระวัง คือ แรงเทขายเพื่อล็อกผลตอบแทน ซึ่งปีนี้ราคาทอง Spot ให้ผลตอบแทน 13% และท่าทีของทรัมป์ต่อกรีนแลนด์และสงครามการค้ากับอียูแข็งกร้าวลดลง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ราคาทองวันนี้(21 ม.ค. 69) พุ่งกระฉูด 1,950 บาท ทองรูปพรรณทะลุ 72,350 บาท
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net