ดนตรีอินดัสเทรียล, เค้ก และปลาทู โชว์ที่ปอกเปลือกมนุษย์ของ ทิลล์ ลินเดอร์มันน์
บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์
ดนตรีอินดัสเทรียล, เค้ก และปลาทู
โชว์ที่ปอกเปลือกมนุษย์ของ ทิลล์ ลินเดอร์มันน์
ในช่วงเทศกาลหยุดยาวส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่ผ่านมา ทิลล์ ลินเดอร์มันน์ นักร้องและนักแต่งเพลงของวงอินดัสเทรียลเมทัลระดับแถวหน้าของโลกอย่าง Rammstein (รัมสไตน์) ได้เดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตเดี่ยวของตัวเองที่ จ.ภูเก็ตในวันสิ้นปี และที่ UOB Live ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา
โดยทั้ง 2 โชว์นี้เป็นส่วนหนึ่งของทัวร์ The Meine Welt Tour ที่เริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว
โชว์ 2 รอบครั้งแรกในไทยของ ทิลล์ ลินเดอร์มันน์ สร้างความเซอร์ไพรส์ให้กับแฟนเพลงชาวไทยไม่น้อย เพราะไทยเป็นประเทศเดียวในโซนเอเชียแถบตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียตะวันออกที่ทิลล์เลือกมาแสดงคอนเสิร์ต
โดยการมาเยือนไทยของเขาก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะทั้งที่ภูเก็ตและกรุงเทพฯ ต่างก็มีฐานแฟนเพลงของทิลล์ ที่เป็นชาวรัสเซียอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะร็อกเกอร์รุ่นใหญ่คนนี้ได้รับความนิยมสูงมากในรัสเซีย
ไม่น่าแปลกใจเลยที่โชว์ทั้ง 2 รอบของเขาในไทยจะมีชาวรัสเซียมาชมมากกว่าแฟนเพลงชาวไทยเสียอีก
แต่ก่อนที่จะไปสำรวจกันว่าคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ ของเขามีความดุดันและดิบเถื่อนอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากแค่ไหน
เราไปดูกันก่อนว่าทำไมการมาเยือนไทยของทิลล์ ลินเดอร์มันน์ ถึงสร้างความฮือฮาได้ตั้งแต่มีการประกาศว่าเขาจะมาเปิดโชว์ในแดนสยาม และดนตรีที่เขาเล่นมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง
โชว์ของทิลล์ ลินเดอร์มันน์ ขึ้นชื่อในเรื่องงานโปรดักชั่นที่ทั้งยิ่งใหญ่และแปลกตา ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานของระบบแสงสีเสียงอยู่ในระดับสูงมาก
งานวิช่วลที่ปรากฏอยู่บนจอ LED ขนาดใหญ่แสดงภาพที่ทั้งหลอน, รบกวนจิตใจ, ยั่วยุและปั่นประสาทผู้ชมตามเนื้อหาของบทเพลงที่เขาแต่ง ซึ่งมักจะทำลายกรอบศีลธรรมมาตรฐานเพื่อพาผู้ชมไปสู่โลกแห่งจินตนาการที่ดำดิ่งเข้าสู่ด้านมืดของมนุษย์ รวมถึงแรงขับทางด้านเพศและรสนิยมความหลงใหลเฉพาะทาง (Fetish) ไปจนถึงการเสพติดความเจ็บปวดรุนแรงแบบซาโดมาโซคิสม์
ทิลล์ ลินเดอร์มันน์ ทำเพลงในแนว Neue Deutsche H?rte ที่ใช้เรียกดนตรีประเภท Dance-Metal ซึ่งนำดนตรีเต้นรำมาผสมกับความหนักหน่วงของดนตรีเฮฟวีเมทัลและอินดัสเทรียล
นี่คือตระกูลเพลงที่นำเสียงเครื่องจักรอุตสาหกรรมมาผสมผสานกับริฟฟ์กีตาร์ที่มีไดนามิกอันหนักหน่วงไม่ต่างไปจากพายุทอร์นาโดที่อัดเข้าใส่โสตประสาทจนแทบจะกระจุย
และท่ามกลางความหนักหน่วงนั้นจังหวะของดนตรีเต้นรำที่เน้นบีตที่ย่ำอยู่กับที่และหนักเหมือนค้อนทุบในแบบดนตรีเทคโนก็ทำให้โชว์ของเขามีครบทุกรสชาติ
ไม่ว่าจะเป็นความหนักของดนตรีอินดัสเทรียลเมทัล ความสนุกของดนตรีเต้นรำ ความตื่นตระหนกในแบบวัฒนธรรมดนตรี Shock Rock
ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจจากงานโปรดักชั่นและศิลปะการแสดงอันชวนตกตะลึงพรึงเพริด
ด้านนักดนตรีแบ็กอัพที่แทบจะเป็นผู้หญิงทั้งหมดของทิลล์ ลินเดอร์มันน์ มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ซ่อนอยู่
ประการแรกก็คือ เขาต้องการสลัดภาพลักษณ์ของวง Rammstein ที่มีสมาชิกเป็นผู้ชายทั้งวงออกไป โดยการได้สาวสวยมาเล่นดนตรีบนเวทีสร้างความขัดแย้งกับลุคที่ดิบเถื่อนของทิลล์ได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะมันเข้ากับธีมการปะทะกันในเรื่องความขัดแย้งและสอดคล้องในเรื่องเพศอยู่ในที ซึ่งเป็นการส่งเสริม Narrative ของเนื้อหาเพลงโดยรวมได้อย่างเป็นรูปธรรม
Fat เพลงแรกของโชว์เป็นหนึ่งในเพลงที่แสดงให้เห็นว่า ทิลล์ ลินเดอร์มันน์ หลงใหลในดนตรีคลาสสิก
นี่คือเพลงจังหวะปานกลางที่นำเสียงดนตรีเครื่องสายมาบรรเลงร่วมกับริฟฟ์กีตาร์อันหนักหน่วงได้อย่างยอดเยี่ยม
เนื้อหาพูดถึงความหลงใหลในความอ้วนท้วนสมบูรณ์ของผู้หญิงที่ปฏิเสธมาตรฐานความงามแบบผอมบางของสาวสวยในสังคมกระแสหลัก
โดยทิลล์เคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาได้แรงบันดาลใจในการแต่งเพลงมาจากกลุ่ม Feeders ที่มี Fetish ในการป้อนอาหารให้คู่รักจนอ้วนเพื่อความพึงพอใจทางเพศ
Und die Engel singen (และทูตสวรรค์ก็ร้องเพลง) เป็นเพลงแนวเทคโน/อินดัสเทรียลเมทัลสุดโหด เพลงนี้มีเนื้อหากล่าวถึงการเผชิญหน้ากับความตายและความสิ้นหวัง รวมถึงการที่อัตลักษณ์ของมนุษย์ที่ค่อยๆ หายไปทีละน้อยเพราะแคร์กับสายตาของผู้คนภายนอกมากกว่าเจตจำนงภายในของตัวเอง Schweiss (เหงื่อ)
เป็นเพลงที่ใช้เสียงดนตรีสังเคราะห์อย่างหนักหน่วง แต่ทว่าเมโลดี้ของเพลงกลับงดงามและไพเราะมาก
เนื้อหาของเพลงพูดถึงเหงื่อของมนุษย์ที่จะถูกขับออกมาเมื่อเผชิญหน้ากับความกดดันและความทุกข์ยาก ในความเห็นของทิลล์ หยาดเหงื่อคือวงจรของความเสื่อมสลายและการทำลายตัวเอง
Altes Fleisch (กายหยาบที่ชราภาพ) เพลงแนวอิเล็กทรอนิกส์/ซินธ์ป๊อป เพลงนี้พูดถึงความเสื่อมถอยของสังขาร และการพยายามเอาชนะกาลเวลาด้วยการทำศัลยกรรมซึ่งเป็นเรื่องเปล่าประโยชน์ เพราะไม่ว่าจะแก้ไขสังขารอย่างไรจิตวิญญาณภายในก็จะคงร่วงโรยต่อไปอยู่ดี
Golden Shower เป็นเพลงแนวอินดัสเทรียลเมทัลเต็มขั้นที่เนื้อหาของเพลงพูดถึงรสนิยม Urophilia หรือการปัสสาวะรดกันเพื่อส่งเสริมความกำหนัดของคู่รัก
เนื้อหาของเพลง Sport frei (ขอให้อิสระจงเกิดแก่กีฬา) เปรียบเปรยถึงการฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬาที่เปรียบเสมือนลัทธิที่ผู้คนยอมอุทิศทั้งชีวิตให้ แม้ผลลัพธ์สุดท้ายจะทิ้งให้พวกเขาไม่เหลืออะไรเลยก็ตาม
Tanzlehrerin (ครูสอนเต้นหญิง) เป็นเพลงอะคูสติก/ฟลามิงโก้ที่พูดถึงการร่ายรำที่ถูกดึงดูดเข้าสู่แรงปรารถนาทางกามารมณ์
Blut (เลือด) เพลงอินดัสเทรียล/บัลลาดสุดดาร์กเพลงนี้พูดถึงมนุษย์ที่ไม่ว่าจะมีชาติพันธุ์สูงส่งหรือต่ำต้อย ร่ำรวยหรือยากจนเพียงใด ทุกคนต่างก็มีเลือดสีแดงเหมือนกันทั้งนั้น โดยเลือดเป็นทั้งสัญลักษณ์และพยานของความรัก, การมีชีวิตและความตายในเวลาเดียวกัน
Allesfresser (ผู้ที่สวาปามทุกอย่าง) เพลงนี้เสียดสีลัทธิบริโภคนิยมและระบบทุนที่กัดกร่อนสำนึกผิดชอบชั่วดีที่ทำให้มนุษย์หิวโหยอยู่ตลอดเวลาผ่านดนตรีแนวแดนซ์เมทัลที่ฟังแล้วต้องเต้นและโยกหัวตามจนตัวโยน
Prostitution (ค้าประเวณี) เพลงที่ขับเคลื่อนด้วยเสียงเครื่องจักรกล เพลงนี้สื่อถึงโลกทุนนิยมที่ทุกคนต่างก็ต้องค้าขายเพื่อความอยู่รอด และสิ่งที่ขายง่ายที่สุดก็คือร่างกายของตัวเอง
Praise Abort (ทำแท้งจงเจริญ) นี่คือเพลงที่อื้อฉาวที่สุดของทิลล์ เพราะเนื้อเพลงที่เหยียดเพศหญิงและพูดถึงการไม่รับผิดชอบในเรื่องการทำผู้หญิงท้องแล้วไม่รับ
ส่วนเนื้อหาที่ทำให้เพลงนี้ถูกต่อต้านอย่างหนักก็คือการบอกว่าตนเองต้องเสียทั้งเงิน, เวลา และเสียความสุขส่วนตัวไปกับการเลี้ยงดูครอบครัวที่เขาเกลียดชัง ไม่ว่าจะเป็นชีวิตตัวเอง, ผู้หญิง และเด็กในท้อง แต่ถึงจะอย่างไรก็ตาม มีการตีความว่า ทิลล์ไม่ได้หมายความเช่นนั้นจริงๆ แต่นี่คือเรื่องตลกร้ายของสังคมยุคใหม่ที่ผู้ชายล้มเหลวในการทำหน้าที่เป็นพ่อคนและหัวหน้าครอบครัว
ยังมีอีกหลายเพลงที่ทิลล์ ลินเดอร์มันน์ นำมาเล่นโชว์บนเวที อาทิ Platz Eins, Du hast kein Herz, Skills in Pills, ?bers Meer, Knebel, Fish On และ Ich hasse Kinder ที่เป็นเพลงเมทัลที่หนักหน่วงมากๆ และเนื้อหาของแต่ละเพลงก็ล้วนแล้วแต่ชวนเหวอทั้งสิ้น
แต่ถึงจะอย่างนั้นทุกเพลงต่างก็สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ ทำให้เราเข้าไปตรวจสอบด้านอัปลักษณ์ของชีวิตที่ซ่อนอยู่ในตัวเราทุกคนเพื่อที่จะเข้าใจตัวเองมากขึ้น
สิ่งที่ต้องชื่นชมก็คือทาง Park Live World โปรโมเตอร์ผู้จัดเซ็ตงานสร้างบนเวทีคอนเสิร์ตออกมาได้อย่างน่าประทับใจ
ฝีมือของนักดนตรีแต่ละคนอยู่ในระดับดีเยี่ยม รวมถึงศิลปะการแสดงสดที่สร้างข้อถกเถียงให้กับกลุ่มหัวอนุรักษนิยมแน่นอน
แต่สำหรับกลุ่มเสรีนิยมฝ่ายซ้าย นี่คือโชว์ที่แสดงออกซึ่งเสรีภาพและสะท้อนแรงปรารถนาในส่วนลึกที่สุดของจิตใจทุกคนออกมาให้ได้เห็นกันแบบจะจะ
ส่วนคอสตูมที่เป็นชุดหนังแก้วที่ดูคล้ายเครื่องแบบตำรวจก็ดูประชดประชันไม่น้อย เพราะมันดูเหมือนว่านักดนตรีแต่ละคนเป็นผู้พิทักษ์ด้านมืดและความวุ่นวายของมนุษย์มากกว่าที่จะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์
ส่วนการโยนทั้งเค้กและปลาทูใส่ผู้ชม แถมยังมีโชว์ที่แสดงรสนิยมด้านเพศเฉพาะทางที่เห็นแล้วอ้าปากค้างจะทำให้ทุกคนจดจำโชว์นี้ไปไม่รู้ลืมแน่นอน
นี่อาจจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การจัดคอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศในไทยที่มีการนำศิลปินแนวอินดัสเทรียลเมทัลแท้ๆ มาเปิดคอนเสิร์ตที่กรุงเทพฯ
นี่คือโชว์ต้อนรับปีใหม่ที่ถึงแม้ว่าจะเหลือเวลาอีกทั้งปีเต็มๆ แต่รับรองได้เลยว่านี่จะเป็นหนึ่งในคอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของไทยในปีนี้แน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดนตรีอินดัสเทรียล, เค้ก และปลาทู โชว์ที่ปอกเปลือกมนุษย์ของ ทิลล์ ลินเดอร์มันน์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly