จา พนม เปิดใจเฉียดตาย ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 ผ่าตัดเนื้อร้าย 26 จุด ลั่นเหมือนได้เกิดใหม่
เปิดใจเฉียดตาย! จา พนม ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 ผ่าตัดเนื้อร้ายลาม 26 จุด ลั่นเหมือนได้เกิดใหม่ พร้อมกลับมาลุยแอ๊กชั่น
ทำเอาหลายคนเป็นห่วง หลังทราบข่าวว่าพระเอกนักบู๊จา พนม ยีรัมย์ หรือโทนี่ จา แอ๊กชั่นสตาร์ระดับโลก ป่วยเป็นโรคร้ายมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 จนต้องเข้ารับการผ่าตัดเร่งด่วน ล่าสุดวันที่ 12 มี.ค.69 จา พนม เดินทางมาร่วมงาน “ไนน์เอ็นฯ อวอร์ด 2026 presented by Thonburi Phanich” ณ พารากอนฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน พร้อมเล่านาทีชีวิตที่เหมือนตายแล้วเกิดใหม่อีกครั้ง
ตอนนี้ร่างกายสมบูรณ์หรือยัง?
“สมบูรณ์แล้ว ตอนนี้ก็ร้อย ร้อยเอ็ดแล้ว สำหรับเรื่องสุขภาพของผมที่หลายคนเป็นห่วง มันก็สุดวิสัยเนาะ เราก็คนธรรมดา ทำงานก็มีเจ็บป่วยบ้าง ถือว่าร้ายแรงที่สุดตั้งแต่เกิดมา ถึงกับหลับ แต่ก็ยังกลับมาได้ โอเคอ่ะ เพราะว่า 8 ชั่วโมงอยู่ในห้องผ่าตัด แล้วก็เราก็ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น โชคดีที่ว่าบุญนำพาก็ได้ความอนุเคราะห์จากครอบครัว แล้วก็จากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ แล้วก็ช่วยซัพพอร์ตในเรื่องของทีมแพทย์ ผู้ที่มีความสามารถทางด้านเรื่องของโรคโดยตรงนะครับ ทำให้เราผ่าตัดแล้วก็ฉายแสงคีโมทุกสิ่งทุกอย่างสมบูรณ์ แล้วก็กลับมาครับ”
ย้อนไปตอนนั้นร่างกายส่งสัญญาณยังไง?
“สัญญาณคือหลังจากที่ผมกลับมาจากถ่ายหนังก็มีความรู้สึกเราผิดปกติ ตาเหลือง ผอม แล้วก็รู้สึกแบบปวดท้องหน่วงๆ แล้วก็ฉี่ออกมาสีชาเข้มอ่ะ สีเข้มมากเลย เราก็บอกคนรอบข้างว่าเราเป็นไง ตาเราเหลืองไหม เพราะเราดูในกระจกว่าตาเหลืองมากเลย พอสังเกตเขาบอกเอ้า! ตาเหลือง เปิดเสื้อออกมาตัวเหลืองขมิ้นเลย ทีนี้รีบไปโรงพยาบาล เช็กแล้วทีมแพทย์ก็บอกแจ็กพอตเลย อยากให้ตรวจแบบชัดเจนจริงๆ ตรวจเลือด ตรวจทั้งหมดเลยครับ ความดัน เบาหวานอะไรพวกนี้ตรวจ ปรากฏว่าแพทย์ก็บอกมันมีเชื้อ มันมีเนื้อที่บริเวณท่อน้ำดี ตอนนั้นก็รับการผ่าตัดเลย”
วันที่ได้ยินว่ามันมีแจ็กพอต สภาพจิตใจเราเป็นยังไง?
“มันก็จิตตก โอ้โห! แล้วงานเราอ่ะ ที่แบบว่า 2-3 เรื่องที่เราจะต้องเดินทางไปถ่ายต่างประเทศ มันก็ต้องแคนเซิลหมดเลย แต่ดีที่ว่าทางครอบครัวบอกว่ายังไงก็เอาตรงนั้นออกไปก่อน เราเอาสุขภาพร่างกายของเรากลับมาก่อน เรื่องงานค่อยว่ากัน แล้วก็เลยโทรไปแจ้งทางทีมงานทางต่างประเทศก็คือแคนเซิล”
ตอนที่วินิจฉัยตอนนั้น หมอบอกว่าเป็นอะไรยังไง?
“ทีมแพทย์ก็บอกอาจจะเป็นเชื้อเนื้อร้ายที่บริเวณท่อน้ำดี แล้วก็เดี๋ยวต้องขอเช็กอีกทีนึง เขาก็เลยเอากล้องส่องเข้าไปครับ แล้วตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจที่อเมริกา แล้วก็เช็กเจอแจ็กพอตว่ามันเป็นเนื้อชิ้นส่วนของเนื้อร้าย คุณหมอบอกว่าระยะที่ 3 เร่ก็เฮ้ย! ระยะที่ 3 มันจะลามไประยะที่ 4 เราก็ต้องรับการผ่าตัดเร่งด่วน ทีนี้ก็ผมก็ผ่าตัด ผ่าออกไปอีก 26 จุดในร่างกาย คือมันลามไปแล้ว 26 จุด ลามมาบริเวณท่อน้ำดี บริเวณตับ ต้องยอมรับเลย ทีมแพทย์ที่ปิยมหาราชการุณย์เป็นทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในเรื่องของการผ่าตัด สุดยอดมาก ทั้งหมด 26 จุด เขาก็ผ่าออกเรียบร้อยเลย”
ใช้เวลารักษานานแค่ไหน?
“ใช้เวลารักษาประมาณปีกว่าครับกว่าจะฟื้นฟู ผมก็อยู่ในนั้นแหละครับ ทั้งฉายแสง ทั้งให้คีโม ทั้งอะไร แต่ไม่ได้บอกใครเลย เราบอกตัวเองเราสู้ สู้ได้ เราไม่เป็นไร ถือว่ามันสุดวิสัยนะ เราก็ไม่อยากเอาความทุกข์ความเศร้าไปบอกให้ใครรับทราบอะไรพวกนี้ ถามว่าตอนนี้หายขาดไหม มันก็ต้อง follow up กับหมอครับ แต่ตอนนี้ไม่มีเนื้อร้ายแล้ว แต่ต้องเช็กดูระบบของเลือดว่ามีเชื้ออยู่ไหม”
แพทย์บอกว่ามันมีโอกาสกลับมาไหม?
“แพทย์บอกว่าถ้าได้ผ่าตัดออกหมดแล้วก็คือหมดแล้วเรียบร้อย เพียงแต่ว่าตอนนี้คือเราต้องทำกายภาพ บำบัดตัวเองคือช่วยในการเสริมโปรตีน เรื่องอาหาร เรื่องของกล้ามเนื้ออะไรพวกนี้เข้ามา ที่สำคัญคือจิตใจ พอดีผมได้พลังจากลูก จากครอบครัว และจากเพื่อนทีมงานทุกคนส่งกำลังใจมาให้ เราก็เลยมีความรู้สึกว่าเราต้องยืนหยัดต่อไป กลับมาวันนี้ทีมงานสตั๊นมาที่บ้าน บอกว่าเราต้องกลับมาทำหนังแอ๊กชั่น เราต้องมาบู๊กันต่อ มา One More Round มาตีลังกาอีกครั้งหนึ่ง”
เพื่อนๆ ต่างประเทศว่ายังไงครับ?
“เพื่อนต่างประเทศก็ให้กำลังใจ พอเขาทราบข่าวเขาก็ช็อก เขาบอกว่าถ้าอยากให้รักษาก็บอกได้นะที่เมืองจีนนะ เราก็โอเค ที่นี่ก็เราได้รับการรักษาเป็นขั้นเป็นตอน เป็นระบบเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงก็บอกเพื่อนอย่างงั้น”
หลายคนก็ตกใจเพราะเห็นพี่จาแข็งแรงมาตลอด ทำไมถึงเป็นได้?
“มันเพิ่งเจอ ผมว่าทุกคนไม่คาดคิดเหมือนกันว่ามันจะเกิดขึ้นตรงนี้ ผมว่าถ้าช็อกก็ช็อก แต่ว่าทีนี้เราตั้งสติได้แล้วก็สู้กับมัน ในที่นี้ก็คือทำใจให้คิดบวกไว้ ยังไงเชื่อในความสามารถของทีมแพทย์ที่มีความสามารถในการที่จะกำจัดเนื้อร้าย แล้วโดยเฉพาะบวกกับเราไปบวช แล้วก็ได้กำลังใจจากพระครูบาอาจารย์ ท่านก็ให้ทำจิตให้สงบ ให้ระลึกบริกรรมกรรมฐานอะไรพวกนี้ มันก็ช่วยให้เราไม่มีจิตที่ฟุ้งซ่าน เพราะหนึ่งคือเวลาที่เราได้รับการรักษาเนี่ย เราเข้าไปในอุโมงค์การให้คีโมหรือการโฟกัสในจุดที่เราเป็นในท่อน้ำดีเนี่ย ตอนทำซีทีสแกนห้ามห้ามเคลื่อนตัว ถ้าเคลื่อนที่มันต้องปรับใหม่เลย ผมอยู่ในนั้น 1 ชั่วโมงคือต้องหายใจอย่างเดียว หายใจเข้าออก มันก็เหมือนพุทโธๆ เหมือนการทำสมาธิเลยครับ แล้วก็โชคดีที่ได้เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัยจากพระองค์ท่านด้วย เราปลอดภัยเรารอดมาได้ตรงนี้ก็รู้สึกว่าเราต้องเดินหน้าแล้วสู้ต่อไป”
ตอนนี้แผนงานเป็นยังไงบ้าง?
“แผนงานตอนนี้ก็ต้องมีอะไรสนุกๆ กันครับ คราวนี้ก็รวบรวมทีมงานพร้อมกับทีมนักแสดงต่างประเทศ แล้วก็ทีมสตั๊นแมน ต้องรอดูครับ มีอะไรสนุกๆ แน่นอน เป็นหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนัง หรือเป็น สิ่งที่ผมได้โชว์ไปบนเวที”
บอกว่าเหมือนเฉียดตาย ตอนนี้เรียกว่าเป็นชีวิตใหม่เลยไหม?
“มันตายไปแล้วครับ อะไรที่มันไม่ดีก็ผ่านไป ถือว่าเราคือการกำเนิดตรงนี้ใหม้ เรามาสู้กันใหม่ มา One More Round มันถึงเกิดเพลงนี้ขึ้นมาครับ”
ชีวิตนี้เราจะวางแผนมายังไงต่อไป?
“ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด หน้าที่ของความเป็นนักแสดง ผู้กำกับ หน้าที่ของคนไทย หน้าที่ของครอบครัว พ่อดูแลลูก หรืออะไรก็แล้วแต่ ตอนนี้ก็เตรียมงานกับทีมงานอยากทำหนังบู๊เพราะว่ามันหายไปไม่ค่อยมีเลย”
เห็นว่าภรรยาเราดูแลเราอย่างดี?
“ดูแลเราตั้งแต่วันแรกครับ ต้องสุดๆ แล้วครับ แล้วก็ตื่นขึ้นมาก็มองหน้ากัน คนเราทนได้ยังไง สู้กันฮะ สู้ๆ ต่อไปครับ (โชว์ความแข็งแรงนิดหนึ่ง?) อ๋อ โอเคครับ ช้างกูอยู่ไหน เป็นไงครับ เอ้า! วัน มอร์ ราวด์ ยกๆๆ เห็นไหมพลัง”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จา พนม เปิดใจเฉียดตาย ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีระยะ 3 ผ่าตัดเนื้อร้าย 26 จุด ลั่นเหมือนได้เกิดใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th