สิงคโปร์ เตรียมหารือสหรัฐ ปมสอบสวนการค้ามาตรา 301 ของ USTR
สิงคโปร์ เตรียมหารือสหรัฐ หลังถูกสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐ พร้อมย้ำความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศยังแข็งแกร่ง
วันที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 11.21 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า รัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่าการกระจายแหล่งพลังงานของประเทศในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเริ่มเห็นผล ท่ามกลางสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่ผลักดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลยังคงพร้อมดำเนินมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมหากสถานการณ์ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ
อัลวิน ตัน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรม และกระทรวงการพัฒนาแห่งชาติของสิงคโปร์ กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg TV ว่า รัฐบาลกำลังติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด และพร้อมเข้าไปสนับสนุนทั้งครัวเรือนและภาคธุรกิจหากจำเป็น โดยยอมรับว่าสิงคโปร์เป็นเศรษฐกิจแบบเปิดที่ต้องนำเข้าพลังงานเป็นส่วนใหญ่ ทำให้พลังงานเป็นประเด็นสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศ
สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเปราะบางต่อแรงกระแทกจากห่วงโซ่อุปทานที่เกิดจากสงครามอิหร่าน เนื่องจากเศรษฐกิจพึ่งพาการค้าและการนำเข้าเป็นหลัก โดยราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากความปั่นป่วนในตลาดพลังงานอาจผลักดันให้ต้นทุนสินค้าและบริการต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ค่าโดยสารเครื่องบินไปจนถึงราคาสินค้าอุตสาหกรรมอย่างพลาสติก
ที่ผ่านมา สิงคโปร์ได้เดินหน้ากระจายแหล่งพลังงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานใหม่ เช่น พลังงานนิวเคลียร์และพลังงานแสงอาทิตย์ พร้อมทั้งประกาศมาตรการคืนเงินค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคให้กับครัวเรือนในงบประมาณปี 2569 เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพ
ตัน กล่าวว่า รัฐบาลมีมาตรการรองรับแรงกระแทกระยะสั้นอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการวางแผนระยะยาวเพื่อปรับยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของประเทศให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลก
ในอีกด้านหนึ่ง ตันระบุว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่าสิงคโปร์ได้รับประโยชน์จากการโยกย้ายเงินทุนออกจากตะวันออกกลางจากผลของสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านหรือไม่ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สิงคโปร์มีเงินทุนและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“สิ่งสำคัญคือการทำให้สิงคโปร์ยังคงเป็นประเทศที่เปิดกว้าง เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก และมีเสถียรภาพ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ” เขากล่าว
ในด้านการค้า ตันเปิดเผยว่าสิงคโปร์กำลังหารือกับสหรัฐเกี่ยวกับข้อมูลการค้าระหว่างสองประเทศที่มีความเห็นไม่ตรงกัน โดยก่อนหน้านี้สิงคโปร์ระบุว่าในปี 2567 ประเทศมีดุลการค้าขาดดุลกับสหรัฐ ซึ่งขัดแย้งกับข้อมูลของรัฐบาลวอชิงตันที่ระบุว่าสิงคโปร์เกินดุลการค้า
ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) ประกาศเปิดการสอบสวนภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ต่อ 16 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รวมถึงสิงคโปร์ โดยมุ่งตรวจสอบปัญหากำลังการผลิตส่วนเกินในภาคอุตสาหกรรมการผลิตที่อาจส่งผลต่อโครงสร้างตลาดโลก
อย่างไรก็ตามตันแสดงความเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสิงคโปร์และสหรัฐจะไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่าทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิด และเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายสามารถสื่อสารและแก้ไขความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้อย่างรวดเร็ว
อ้างอิง : bloomberg.com