โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำมันโลกพุ่งเกือบ 10% หลังผู้นำอิหร่านลั่น-ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ

efinanceThai

เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

น้ำมันโลกพุ่งเกือบ 10% หลังผู้นำอิหร่านลั่น-ปิดช่องแคบฮอร์มุซต่อ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 มี.ค. 69 8:02: น.

ราคาน้ำมันโลกพุ่งกว่า 9% ในวันพฤหัสบดี (12 มี.ค.) สูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2022 หลังอิหร่านเพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและระบบขนส่งทั่วตะวันออกกลาง ขณะที่โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านประกาศจะยังคงปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกต่อไป

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 95.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.7%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 100.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 8.48 ดอลลาร์ หรือ 9.2%

เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิรักเปิดเผยว่า เรือบรรทุกเชื้อเพลิงสองลำในน่านน้ำอิรักถูกโจมตีโดยเรือของอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่อีกรายให้สัมภาษณ์ว่า ท่าเรือขนส่งน้ำมันของประเทศได้หยุดดำเนินการแล้วทั้งหมด นอกจากนี้ บลูมเบิร์กยังรายงานว่า โอมานได้ย้ายเรือทั้งหมดออกจากท่าเรือส่งออกน้ำมันหลักที่มีนา อัล ฟาฮาล ซึ่งตั้งอยู่นอกช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อป้องกันล่วงหน้า

ทางด้านโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่าน แถลงต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกหลังได้รับการแต่งตั้ง โดยมีข้อความตอนหนึ่งระบุว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินต่อไปในฐานะเครื่องมือกดดันศัตรู

จิม เบิร์กฮาร์ด รองประธานและหัวหน้าฝ่ายวิจัยน้ำมันดิบโลกของ S&P Global Energy กล่าวว่า ตลาดน้ำมันขณะนี้อยู่ในภาวะไม่สมดุลอย่างรุนแรง และจะยังเป็นเช่นนี้ต่อไปจนกว่าจะเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และกิจกรรมการผลิตและการกลั่นน้ำมันจะกลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็ววัน

ทางด้าน คริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ กล่าวว่า ขณะนี้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยังไม่สามารถคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ แต่มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในสิ้นเดือนมี.ค.นี้ และระบุว่า ราคาน้ำมันโลกไม่น่าจะพุ่งขึ้นถึงระดับ 200 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้อิหร่านยังคงโจมตีเรือพาณิชย์อย่างต่อเนื่องก็ตาม

นอกจากนี้ ทำเนียบขาวยังระบุว่า รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณายกเว้นข้อบังคับด้านการเรือภายใต้กฎหมาย Jones Act เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง โดยจะเปิดทางให้เรือบรรทุกต่างชาติซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าเรือในประเทศ สามารถขนส่งสินค้าประเภทน้ำมันเชื้อเพลิงและปุ๋ย ซึ่งตามกฎหมายเดิมกำหนดให้ต้องใช้เรือของสหรัฐฯ เท่านั้น โดยมาตรการยกเว้นดังกล่าวซึ่งอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียด จะมีระยะเวลาการยกเว้น 30 วัน

องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (International Energy Agency IEA) เตือนว่า สงครามครั้งนี้กำลังนำไปสู่การหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตลาดโลก เพียงหนึ่งวันหลังจากมีการอนุมัติการระบายน้ำมันจากคลังสำรองยุทธศาสตร์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 400 ล้านบาร์เรล

นักวิเคราะห์จาก Energy Aspects ระบุว่า ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดที่ชัดเจนในการปล่อยน้ำมันสำรอง ทำให้ตลาดยังคงมีข้อสงสัยว่าปริมาณน้ำมันทั้งหมดจะถูกปล่อยออกมาจริงหรือไม่ โดยปริมาณน้ำมันส่วนใหญ่ซึ่งเป็นน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันบางส่วนในคลังสำรองดังกล่าว เทียบเท่ากับอุปทานที่ขาดหายไปเพียง 25 วันจากสถานการณ์หยุดชะงักในปัจจุบัน

รายงานภาวะตลาดน้ำมันประจำเดือนล่าสุดของ IEA ระบุว่า ประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียได้ลดกำลังการผลิตน้ำมันรวมกันอย่างน้อย 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคิดเป็นเกือบ 10% ของความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลก

ขณะที่บริษัทที่ปรึกษา IIR ระบุว่า โรงกลั่นน้ำมันในตะวันออกกลางได้หยุดกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบและคอนเดนเสท (Condensate)รวม 2.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สำหรับสถานการณ์สู้รบล่าสุด กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนได้ยิงจรวดระลอกใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันพุธ (11 มี.ค.) ส่งผลให้อิสราเอลเปิดฉากโจมตีตอบโต้จนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วกรุงเบรุต การโจมตีของฮิซบอลเลาะห์ยังทำให้เกิดความกังวลว่ากลุ่มฮูตีในเยเมนอาจเข้าร่วมรบกับอิหร่าน ซึ่งอาจกระทบต่อเส้นทางการเดินเรือในทะเลแดง

ที่มา Reuters

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...