โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เวียดนาม ล้ม ไทย สำเร็จ ขึ้นแท่น แชมป์คนใหม่ ส่งออกอาหารทะเลโลก

สยามนิวส์

เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 09.08 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 12 ก.พ. 2569 ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไทยสูญเสียสถานะการเป็นผู้นำด้านการส่งออกอาหารทะเลในตลาดโลก

วันที่ 12 ก.พ. 2569 ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS เปิดเผยว่า ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ไทยสูญเสียสถานะการเป็นผู้นำด้านการส่งออกอาหารทะเลในตลาดโลกและตลาดสหรัฐฯ ให้กับประเทศคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนาม อินโดนีเซีย อินเดีย และเอกวาดอร์ จากปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงกว่า รวมถึงข้อจำกัดด้านแรงงาน ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันด้านราคาของสินค้าอาหารทะเลไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง

Krungthai COMPASS ระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้อาหารทะเลไทยเสียเปรียบคู่แข่ง คือโครงสร้างต้นทุนที่สูงกว่า โดยเฉพาะต้นทุนอาหารสัตว์น้ำซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 50–60% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบอย่างกากถั่วเหลืองและข้าวสาลี ต่างจากอินเดียที่เป็นผู้ผลิตถั่วเหลืองรายใหญ่ของโลก หรือเอกวาดอร์ที่ได้เปรียบด้านค่าขนส่งวัตถุดิบในภูมิภาคเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ค่าไฟฟ้าของไทยยังสูงกว่าคู่แข่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยในปี 2024 ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของไทยอยู่ที่ 0.13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง สูงกว่าอินเดียและเวียดนามซึ่งอยู่ที่เพียง 0.08 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือสูงกว่าถึง 63% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

ด้านต้นทุนแรงงาน ไทยยังเสียเปรียบประเทศคู่แข่งอย่างอินเดีย เวียดนาม และจีน อีกทั้งยังมีต้นทุนแฝงจากการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านแรงงานที่เข้มงวด ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากกรณีแรงงานผิดกฎหมายในอดีต และการถูกเตือนเรื่อง IUU Fishing จากสหภาพยุโรป ทำให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนเพิ่มจากมาตรฐาน PIPO และ GLP

Krungthai COMPASS เตือนว่า โอกาสด้านราคาจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะหากมีการปรับลดภาษี หรือผลคำตัดสินของศาลสูงสุดสหรัฐฯ เกี่ยวกับมาตรการภาษีตอบโต้ รวมถึงความเสี่ยงจากแนวโน้มเงินบาทแข็งค่า ซึ่งอาจลดทอนความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในอนาคต

Krungthai COMPASS แนะนำให้ผู้ประกอบการเร่งปรับตัวใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่

1. การนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน เช่น ฟาร์มอัจฉริยะ ระบบ IoT และระบบคัดแยกอัตโนมัติ

2. การสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า ผ่านอาหารเพื่อสุขภาพ นวัตกรรมจาก By-product และ Plant-based Seafood

3. การยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล เช่น ASC, BAP และ MSC เพื่อเจาะตลาดพรีเมียมและเป็นคู่ค้าระดับ Tier 1 ในสหรัฐฯ และยุโรป

ทั้งนี้ Krungthai COMPASS ระบุว่า การยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลไทยต้องดำเนินควบคู่กันทั้ง 3 แนวทาง เพื่อสร้างความได้เปรียบเชิงโครงสร้างที่ยั่งยืนในระยะยาว และสอดรับกับแนวคิด Reinvent Thailand ที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืนเป็นหัวใจหลักของการแข่งขันในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...