“กกต.” โกลาหล "มวลชน-นักการเมือง-นักวิชาการ-นักกฎหมาย" ร้องกกต.จี้นับคะแนน-เลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศ
“กกต.” โกลาหล "มวลชน-นักการเมือง-นักวิชาการ-นักกฎหมาย" ร้องกกต.จี้นับคะแนน-เลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศเหตุ ไม่สุจริต “บก.ลายจุด” จี้ 3 วันยังเปิดผลไม่ได้ ด้าน“มงคลกิตติ์” ร้องบอกคะแนนหายไป 10 เท่า “กลุ่มแนวร่วมมธ.” จี้กกต. นับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ หลังพบพิรุธอื้อ
วันที่ 11 ก.พ.69 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศด้านหน้ากกต. มีบุคคล มวลชน ตัวแทนพรรคการเมืองเข้าร้องเรียนกกต.ให้นับคะแนนใหม่ รวมถึงข้อบกพร่องในการประกาศคะแนนของกกต.
โดยในเวลา 9.00 น. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด เดินทางมายื่นหนังสือเรื่องปัญหาการจัดการเลือกตั้ง 2569 โดยยื่นกับพ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. นายสมบัติจึงสอบถามถึงกระบวนการนับคะแนนรวมไปถึงพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งทาง กกต. ชี้แจงเพียงว่า ทุกคำถามสามารถตอบได้ แต่จะต้องเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบดูแลส่วนงานนั้นๆ ซึ่งขณะนี้เรากำลังรวบรวมข้อเท็จจริงทุกกรณี
จากนั้น นายสมบัติให้สัมภาษณ์ว่า การที่มาในวันนี้เนื่องจากการเลือกตั้งผ่านพ้นเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว และ กกต. ยังไม่สามารถประกาศผลอย่างเป็นทางการได้ ระหว่างการประกาศผลที่ยังไม่เกิดขึ้น เกิดปรากฎการณ์และคำถามขึ้นมากมายว่าการเลือกตั้งสุจริต โปร่งใสหรือไม่ สังคมไม่เคยรับรู้เลยว่าระบบการรวบรวมคะแนนของกกต. เป็นอย่างไร หลังจากที่กรรมการประจำหน่วย (กปน.) ได้จัดการเลือกตั้งแล้วคะแนนเหล่านั้นจะจัดส่งมาถึงกกต. อย่างไร วอร์รูมอยู่ที่ไหน ในวอร์รูมมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานอื่นเข้ามาตรวจสอบด้วยหรือไม่ ซึ่งควรมีสื่อมวลชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้สังเกตการณ์ภายนอกเข้าไปดูได้ เพราะไม่ทราบว่ากระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นที่ไหน จึงตั้งข้อสังเกตว่าทำไม กกต.เผยแพร่ตัวเลขการนับคะแนนขึ้นๆลงๆ รวมถึงตัวเลขของผู้มาใช้สิทธิ์และบัตรดีมีความแตกต่างกัน เลยเกิดการตั้งคำถามว่าจุดที่มีการคีย์ข้อมูลและปรับเปลี่ยนข้อมูลนั้น เกิดขึ้นภายใต้เหตุผลใด และการกระทำของใคร ระหว่างการนับคะแนนเว็บไซต์ของ กกต. หยุดชะงัก หลังจากนั้นข้อมูลก็มีความโกลาหล ดังนั้นต้องมีการเปิดเผยระบบว่าทำงานเป็นอย่างไร
นายสมบัติ กล่าวอีกว่า กกต. ควรชี้แจงว่าแต่ละหน่วยต้องเอาเอกสารไปไว้ที่อำเภอ และขณะนี้เอกสารทั้งหมดยังอยู่ในระดับจังหวัดที่ยังจัดการไม่เสร็จ จึงไม่สามารถส่งข้อมูลจากระดับจังหวัดมาที่ส่วนกลางได้ ทำให้เห็นถึงความล่าช้าและความเป็นเหตุเป็นผล เพราะตนคิดว่าข้อมูลที่อยู่ในการเลือกตั้งไม่คิดว่าจะล่าช้าขนาดนี้ เพราะไม่ได้ซับซ้อน จึงเรียกร้องให้ดำเนินการทุกอย่างโดยเร็ว ความล่าช้าที่เกิดขึ้นเกิดจากความไม่โปร่งใส ความไม่มีประสิทธิภาพและไม่มีความเที่ยงตรง ถ้าเที่ยงตรงและโปร่งใส เราจะเห็นตั้งแต่วันแรก แต่ตอนนี้โกลาหลไปหมด
ต่อมาในเวลา 10.00 น. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคทางเลือกใหม่ พร้อมสมาชิกได้เดินทางมาเรียกร้องกกต.ให้จัดการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากความไม่โปร่งใส เพราะพรรคทางเลือกใหม่คะแนนหายไปกว่า 1-2 ล้านเสียง ควรจะได้ สส. 4-5 คน ตนเองไม่รู้ว่าใครทำ แต่คงไม่พ้นความรับผิดชอบของ 7 เสือ กกต. และเลขา กกต.โดยอยากเรียกร้องขอคะแนนบัญชีรายชื่อคืนทุกหน่วยเลือกตั้งให้เป็นไปตามความเป็นจริง ไม่ฉะนั้นจะระดมคนที่เลือกตนเองทุกหน่วยมายัน ขณะนี้นับคะแนนไปเหลืออีก 5% จะนับเสร็จสิ้น แต่ทำไมหายเฉพาะพรรคตนเอง หาก กกต.ไม่คืนคะแนนพรรคทางเลือกใหม่ภายใน 7 วัน ตนเองจะไปร้องดำเนินคดีมาตรา 157 ละเว้นปฎิบัติหน้าที่ที่กองบังคับการปราบปรามกับ กกต. 7 คน บวกอีกหนึ่ง รวมถึงจะร้องดำเนินคดีในความผิดตามกฏหมายเลือกตั้งด้วย
นายมงคลกิตติ์ กล่าวต่อว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.คงไม่ชอบตนเอง ใช้ความรู้สึกส่วนตัวจึงไม่สมควรทำหน้าที่แล้ว โดยขณะนี้ควรจะต้องนับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ แต่นับไปก็มั่วหมดแล้ว จึงเสนอให้การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ให้เวลา กกต.ชุดนี้ 7 วัน หลังจากนั้นต้องลาออกเพื่อสรรหา กกต.ชุดใหม่เพื่อจัดการเลือกตั้ง เสียเงิน 6 พันล้านบาทอีกก็ช่างมัน เพราะหากเสียเงินแล้วได้นักการเมืองสุจริตเข้ามา “คุ้ม”
ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวจึงถามถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านโยบายของพรรคทางเลือกไหม ทำจริงไม่ได้ นายมงคลกิตติ์ จึงถามกลับว่า “แล้วนโยบายคนอื่นเป็นจริงหรือไม่ นโยบายไทยหายจนทำได้จริงหรือไม่ก็เฟกนิวส์ คนจนจะหมดประเทศไอ้บ้า เพ้อเจ้อนโยบายเพาะพันธ์ุไดโนเสาร์ยังง่ายกว่าเยอะ นโยบายหมอนวดคนละครึ่งทำได้เลย“
ในเวลา 10.30 น.กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้มีการนับคะแนนผลการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ เนื่องจากพบความผิดปกติที่เป็นแบบแผนเดียวกันในหลายพื้นที่ เช่น เหตุการณ์ไฟฟ้าดับระหว่างการนับคะแนนในหลายหน่วยเลือกตั้ง การขานผลคะแนนที่ไม่ตรงกับบัตรเลือกตั้ง การขีดคะแนนที่กำกวม ไม่โปร่งใส และส่อเจตนาบิดเบือนตัวเลขจริง การรายงานผลการเลือกตั้งผ่านระบบออนไลน์ที่ผิดพลาด ล่าช้า หยุดชะงัก และมีกาคะแนนให้ลดลงจนผิดสังเกต การใช้อำนาจโดยมิชอบของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปนน.) และคณะกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัด ในการกีดกันการตรวจสอบของประชาชน
โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นำป้ายกระดาษที่มีข้อความว่า “นับใหม่ทั้งประเทศ“ มาชูพร้อมกัน และนำหีบบัตรเลือกตั้งจำลองที่มีข้อความเขียนว่า “ระวังบัตรเกิดใหม่” ที่คล้องด้วยซองถุงยางอนามัย มาวางไว้ที่หน้าอาคารศูนย์ราชการด้วย
ตัวแทนภาคประชาชนและแกนนำกลุ่ม กล่าวว่า วันนี้เรามาอยู่เป็นเพื่อนกับคนที่อยู่ต่างจังหวัด ที่ไปทวงถามคะแนนกับ กกต.จังหวัด เราจะไม่ปล่อยให้คณะกรรมการ กกต.ส่วนกลางทั้ง 7 คนหลบอยู่ข้างหลัง โดยเรามายื่นข้อเสนอให้กับทาง กกต.ทั้งหมด 5 ข้อคือ 1.ให้มีการ "นับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ" อย่างเปิดเผย และให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากความผิดปกติที่เกิดขึ้นกระจายตัวเป็นวงกว้าง จนระบบบตรวจสอบปกติไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นได้
จากนั้น พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ได้เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือข้อเรียกร้อง พร้อมยืนยันว่า กกต.จะดำเนินการตรวจสอบให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะเอกสารนับคะแนนรายหน่วย จะมีการอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์เพื่อให้นำไปตรวจสอบได้ ยืนยันว่าจะเร่งรัดให้เสร็จภายใน 1-2 วัน
ประชาชนรายหนึ่งได้ถามถึงกรณีที่มีแบบขีดคะแนน สส. 5/11 ถูกทิ้งในถังขยะ พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ กล่าวว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบแล้ว กำลังรอการรายงานเข้ามา แต่ผู้ชุมนุมเกิดความไม่พอใจ จึงเริ่มส่งเสียงตะโกนด้วยความไม่พอใจ และสอบถามสิ่งที่คาใจกับทางตัวแทน กกต.หลายคำถาม ซึ่งทางตัวแทนกกต.ก็ยังคงตอบแบบเดิม ทำให้ผู้ชุมนุมยิ่งเกิดความไม่พอใจ จนที่ในท้ายที่สุด ทางตัวแทนของ กกต.จะขอให้ทางกลุ่มผู้ชุมนุม ส่งตัวแทนเข้าไปยื่นหนังสือต่อสำนักงาน กกต.
ต่อมาในเวลา 11.00 น. นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เดินทางมายื่นหนังสือถึงกกต.เรียกร้องการเลือกตั้งไม่สุจริตและจะดำเนิคดี
โดยว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาการเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดสมควรกกต.จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเป็นการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่และให้ประกาศว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ทั่วประเทศพร้อมกัน เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ในประวัติศาสตร์การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดสวนทางกับงบประมาณที่กกต. ใช้แต่ที่ต้องการอยากจะได้คือการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชน แต่หากไม่ใช่เป็นแบบนั้นก็จะจะได้การเลือกตั้งที่สกปรกที่สุดวันนี้บริบทแบบนี้ กกต.ไม่ได้ลงไปสืบข้อเท็จจริง แต่ส่งรองเลขาธิการกกต. ไปเท่านั้นซึ่งก็มีอำนาจตัดสินใจ ซึ่งกกต. ทำหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าควรทำอย่างสุจริต ซึ่งต้องไปถึงการเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ และบริบทการเมืองและสถานการณ์ที่ตื่นตัวกันทั่วประเทศนั้น พรรคการเมืองจะต้องสร้างและส่งเสริมประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในหมู่สังคม เพราะการเลือกตั้งที่เป็นสุจริตแบบนี้ทุกคนจะเห็นทุกพรรคเขียนหมดว่าเกิดอะไรขึ้นแบบนี้บางพรรคการเมืองไปเปลี่ยนโลโก้เอาสีของตัวเองออกและเอาสีอื่นมาแทน
วันนี้ก็ไม่สายเพราะตนได้เรียกร้องไปทุกพรรคการเมืองให้หยุดกรณีการตั้งพรรคร่วมข้ามค่าย อยากให้หยุดและออกมาช่วยสังคมให้การเลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็นโมฆะรวมถึงตนจะประกาศว่าจะดำเนินคดีกับ กกต.ทั้ง 7 คน และเรียกร้องให้คนไทยทั้งประเทศออกมาลงชื่อกับตนเอากกต.และเลขาฯกกต.ติดคุก