ทำไม 'Harvard' ถึงเป็นตัวท็อปสายการเมือง-รัฐศาสตร์-กฎหมาย? (พาเจาะลึก 3 คณะเด่นๆ)
สวัสดีชาว Dek-D ทุกคนค่ะ ช่วงนี้เริ่มใกล้เข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว นอกจากคนทุกวัยจะหันมาสนใจการเมืองและโครงสร้างสังคมมากขึ้น สถานการณ์หลายอย่างก็จุดประกายให้น้องๆ อยากมีบทบาทในแวดวงการเมืองเพื่อขับเคลื่อนสังคมด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยระดับโลกที่มีอิทธิพลต่อการเมือง นโยบายสาธารณะ และผู้นำประเทศมากแห่งหนึ่ง ก็คือ‘Harvard University’ นั่นเองค่ะ
มีประวัติศาสตร์การก่อตั้งมายาวนาน และปั้นนักวิชาการ นักการเมือง ข้าราชการระดับสูงๆ และผู้นำประเทศ (รวมถึงไทย) มาหลายต่อหลายรุ่น วันนี้พี่ลูกหมูจะพาไปเจาะลึกคณะสายการเมือง & สายกฎหมายของ Harvard ที่เข้ายากแต่ก็น่าเรียนสุดๆ ไปลุยกันเลยค่ะ!
___
เจาะลึก ‘Harvard University’
มหาวิทยาลัยระดับตำนานของโลก
Harvard Universityเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา ตั้งอยู่ที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของประเทศ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1636 และอยู่ในกลุ่ม Ivy Leagueซึ่งเป็นเครือข่ายมหาวิทยาลัยตัวท็อปของอเมริกาที่ขึ้นชื่อเรื่องวิชาการเลิศ ประวัติศาสตร์ยาวนาน และการคัดเลือกนักศึกษาที่เข้มข้นมากๆ (ทั้งหมดจะมี 8 แห่ง ได้แก่ Harvard, Yale, Princeton, Columbia, UPenn, Brown, Dartmouth, Cornell)
ปีล่าสุด Harvard ติดอันดับ#5ของโลก (Top 3 ของประเทศ) จากการจัดอันดับโดย QS World University Rankings 2026และ THE World University Rankings 2026
มีระบบ Harvard ซึ่งเป็นเครือข่ายห้องสมุดมหาวิทยาลัยใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งรวมหนังสือ งานวิจัย และฐานข้อมูลสำคัญที่สนับสนุนการเรียนและการทำวิจัยในทุกสาขา (ห้องสมุดหลักของมหาลัยคือ Widener Library ขณะที่แต่ละคณะก็จะมีห้องสมุดเฉพาะทางของตัวเองอีกค่ะ)
สไตล์การเรียนการสอนของ Harvard จะเน้นให้นักศึกษาได้คิด วิเคราะห์ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในห้องเรียน มากกว่าการนั่งฟังเลกเชอร์เพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในสาย กฎหมาย การเมือง นโยบายสาธารณะ รวมถึง MBA ของ Harvard Business School จะใช้การเรียนแบบ ‘Case-based Learning’ (Case Method)'อธิบายง่ายๆ ก็คือจะให้นักศึกษาไปอ่านเคสจากสถานการณ์จริงมาล่วงหน้า เพื่อเตรียมมาถกเถียงกันในคลาส ช่วยปลดล็อก Critical Thinking และเห็นภาพสิ่งที่เรียน
(ลองดูคำอธิบายจากคลิป The HBS Case Method Defined ด้านล่างนี้ประกอบได้ค่ะ)
มีคณะและโรงเรียนเฉพาะทางอะไรบ้าง?
- Harvard College (ระดับปริญญาตรี)
- Harvard Business School (ธุรกิจและการจัดการ)
- Harvard Divinity School (ศาสนาและปรัชญา)
- Harvard Faculty of Arts and Sciences (คณะใหญ่ที่ดูแล Harvard College, วิทยาศาสตร์, สังคมศาสตร์ ฯลฯ)
- Harvard Kenneth C. Griffin Graduate School of Arts and Sciences *บัณฑิตวิทยาลัยหลักของ Harvard (โท/เอก)
- Harvard Graduate School of Design (การออกแบบ สถาปัตยกรรม และการวางผังเมือง)
- Harvard Graduate School of Education (การศึกษาและพัฒนาการเรียนรู้)
- Harvard John A. Paulson School of Engineering and Applied Sciences (วิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ประยุกต์)
- Harvard Kennedy School (John F. Kennedy School of Government) (นโยบายสาธารณะ การบริหาร และผู้นำ)
- Harvard Law School (กฎหมาย)
- Harvard Medical School (แพทยศาสตร์)
- Harvard School of Dental Medicine (ทันตแพทยศาสตร์)
- Harvard T.H. Chan School of Public Health (สุขภาพสาธารณะ)
เปิดเหตุผลที่ทำให้ Harvard ยืนหนึ่ง
สายการเมือง รัฐศาสตร์ และกฎหมาย
นอกจากสาย Business ที่ขึ้นชื่อแล้ว เป็นอีกหนึ่งสถาบันที่โดดเด่นด้านรัฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง และกฏหมาย โดยปีนี้ Harvard ติดอันดับ #1ทั้งสาขา Law & Legal Studies, Politics และ Social Policy & Administration จากการจัดอันดับโดย QS World University Rankings by Subject 2025เลยค่ะ // เรียกได้ว่าปังสุดทุกทางจริงๆ
และสำหรับใครที่อยากเรียนทางด้านนี้ พี่ลูกหมูจะขอแบ่งเป็น 3 สาย เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจง่ายๆ ว่าเราควรจะไปเรียนคณะ/School ไหนของมหาวิทยาลัย โดยแบ่งได้ดังนี้
- สายรัฐศาสตร์
- สายการเมือง–นโยบายสาธารณะ–ผู้นำประเทศ
- สายกฎหมาย
__
1. Department of Government
ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านรัฐศาสตร์ระดับโลก
เริ่มกันที่ ‘Department of Government’ ที่อยู่ภายใต้ Harvard Faculty of Arts and Sciences ค่ะ หลักสูตรนี้เปิดสอนตั้งแต่ระดับป.ตรี – บัณฑิตศึกษา (ไม่่มี ป.โท แต่มีระดับ ป.เอก) ครอบคลุมทั้งการเมืองเปรียบเทียบ, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปรัชญาการเมือง เหมาะกับคนที่อยากเป็นนักคิดและนักวิชาการ เพราะจะเรียนรัฐศาสตร์แบบเข้มข้นทั้งทฤษฎีและการวิเคราะห์ด้านรัฐศาสตร์และการเมืองแบบลงลึกค่ะ
ตัวอย่างศิษย์เก่าคนดัง
- John F. Kennedy- อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และศิษย์เก่า Harvard College ผู้เป็นแรงบันดาลใจในการตั้งชื่อ 'Harvard Kennedy School' ซึ่งมุ่งพัฒนาผู้นำด้านนโยบายสาธารณะและการบริหารประเทศ (เดี๋ยวเราจะพาไปรู้จักคณะนี้กันต่อค่ะ)
- Henry Kissinger- อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ นักคิดด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) ผู้ทรงอิทธิพลในศตวรรษที่ 20 และนักวิชาการที่มีบทบาทอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
………………………………..
2. Harvard Kennedy School (HKS)
รร.ปั้นผู้นำโลก สายการเมืองและนโยบายสาธารณะ
Harvard Kennedy School หรือที่หลายคนเรียกสั้นๆ ว่า ‘HKS’ เป็นโรงเรียนรัฐประศาสนศาสตร์และนโยบายสาธารณะระดับโลก เหมาะกับคนที่อยากเป็นนักปฏิบัติหรือผู้นำนโยบาย ที่เน้นการบริหารประเทศและแก้ปัญหาสังคม
หลักๆ โปรแกรมของ HKS มีดังนี้
- Master in Public Policy (MPP)หลักสูตรไฮไลต์ของ HKS ที่เน้นการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายสาธารณะ เหมาะกับคนที่อยากทำงานด้านนโยบาย การเมือง หรือองค์กรระหว่างประเทศ
- Master in Public Administration (MPA) หลักสูตรที่เน้นทักษะบริหารจัดการภาครัฐ และการเป็นผู้นำ เหมาะกับคนที่มีประสบการณ์ทำงาน และอยากยกระดับบทบาทสู่ตำแหน่งผู้นำ
- Master in Public Administration in International Development (MPA/ID) หลักสูตรที่โฟกัสประเด็นการพัฒนาระหว่างประเทศ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมเชิงลึก โดยการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะและการบริหารจัดการ
- PhD in Public Policyหลักสูตรสำหรับสายวิชาการและงานวิจัยเชิงลึก แบ่งออกเป็นสาขาย่อยต่างๆ อย่างเศรษฐศาสตร์การเมือง, นโยบายสุขภาพ เป็นต้น
- Executive Education / Certificatesหลักสูตรระยะสั้นสำหรับคนที่มีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว เช่น นักการเมืองหรือผู้บริหารระดับสูงที่อยากเสริมสกิลด้านนโยบายสาธารณะและภาวะผู้นำเพิ่มเติม เช่น Public Policy Certificate, Senior Executive Fellows เป็นต้น
ตัวอย่างศิษย์เก่าคนดัง
- Ban Ki-moon- อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ (UN)
- พิธา ลิ้มเจริญรัตน์- อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล (จบ MPP)
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
………………………………..
3. Harvard Law School (HLS)
ตัวท็อปสายกฎหมายแถวหน้าของวงการ
หนึ่งในโรงเรียนกฎหมายที่ดังที่สุดในโลก ‘Harvard Law School’ หรือ ‘HLS’ ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1817 แน่นอนว่าสไตล์เรียนก็คงเอกลักษณ์ฮาร์วาร์ดสุดๆ คือไม่เน้นท่องจำตัวบท แต่ให้นักศึกษาศึกษาและวิเคราะห์คดีหรือสถานการณ์จริง ก่อนนำมาอภิปราย แลกเปลี่ยนมุมมอง และถกเถียงกันในคลาสอย่างเข้มข้น
เปิดสอนหลักสูตรระดับ J.D. (ปริญญาวิชาชีพด้านกฎหมาย), LL.M. (ป.โท) และ S.J.D. (ป.เอก) รวมถึงโอกาสเรียนข้ามคณะ (Joint Degree Programs) เช่น นโยบายสาธารณะหรือธุรกิจ ทำให้บัณฑิตของเติบโตไปเป็นผู้พิพากษา นักการเมือง และผู้นำระดับโลกในหลากหลายเวที
ตัวอย่างศิษย์เก่าคนดัง
- Barack Obama- อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเคยเป็น President of the Harvard Law Review
- Michelle Obama - อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ ทำงานด้านกฎหมาย สิทธิมนุษยชน และการพัฒนาสังคมมาอย่างต่อเนื่อง
- ดร. สุรเกียรติ์ เสถียรไทย - อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม
ชวนอ่าน 10 คำถามกับเด็ก ‘Harvard Law School'
รีวิวกว่าจะสอบติด, วิธีเรียน, สภาพแวดล้อม ฯลฯ
“ฮาร์วาร์ดเป็น leader ในแต่ละ field แล้วชูโรงเรื่องมีสื่อการเรียนรู้เยอะที่สุดในโลกด้วยครับ สภาพแวดล้อมและวิธีเรียนที่เน้น discuss จะเหมือนเป็นไฟต์บังคับให้นักเรียนต้องค้นคว้าตลอดเวลา พี่เรียนคือต้องเข้าห้องสมุดทุกวัน ซึ่ง Law มีห้องสมุดของตัวเองแยกออกมา แถมยังใหญ่ที่สุดในบรรดาห้องสมุดทั้งหมดของฮาร์วาร์ดด้วย // ตอนไปเจอครั้งแรกก็ตกใจนะ อลังการมาก 555 แต่ชีวิตเด็ก HLS ไม่ได้ถึงกับต้องอ่านหมดนั่น ปกติก็อ่านเฉพาะเรื่องที่ตัวเองสนใจหรือกำลังหาข้อมูลนั่นแหละครับ”
พี่บิ๊ก' พงศ์ณัฐ ศิษย์เก่า LL.M, Harvard Law School
นอกจากนี้ยังมี Harvard Institute of Politics (IOP)จาก Harvard Kennedy School ซึ่งจะไม่ใช่หลักสูตรปริญญาค่ะ แต่เป็นศูนย์กิจกรรมสำหรับนักเรียนที่สนใจการเมืองจริงจังโดยเฉพาะระดับปริญญาตรี
โดยมุ่งเน้นกิจกรรมภาคปฏิบัติและการเมืองจริง เช่น การสื่อสารกับผู้เชี่ยวชาญ การเสวนาการเมือง ติวเข้มการทำแคมเปญ ได้เรียนรู้และแลกเปลี่ยนกับนักการเมือง นักนโยบาย นักเคลื่อนไหว รวมถึงดูแล John F. Kennedy Jr. Forum ซึ่งเป็นเวทีอภิปรายการเมืองระดับโลกด้วย นอกจากนี้ยังมีโอกาสฝึกงานด้าน public service ทั่วโลก รวมถึงเวทีวิเคราะห์การเลือกตั้ง // เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้นักศึกษาได้ลงมือทำจริง คิดเชิงวิพากษ์ และเตรียมพร้อมสู่เส้นทางการเมืองและงานเพื่อสาธารณะเลยค่ะ
เว็บไซต์มหาวิทยาลัย
…………….
สำหรับใครที่มองหาโอกาสโกอินเตอร์ ตอนนี้มีหลายทุนกำลังเปิดรับสมัคร
ตามไปเช็กกันต่อได้เลยที่ "โปรแกรมค้นหาทุนเรียนต่อนอก by Dek-D"
ติดตามทุนต่อนอกง่ายๆ กับ Dek-D
- Website: www.dek-d.com/studyabroad
- X: @tornokandcourse
- IG: @tornokandcourse
- Facebook: Study Abroad เรียนต่อนอก by Dek-D
- Facebook: Study Guide ไปเรียนต่อนอกกันเถอะ
- TikTok: @tornokandcourse