โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้เชี่ยวชาญเตือนสงครามสหรัฐ-อิหร่านอาจยืดเยื้อ แม้ทรัมป์คาดจบใน 4-5 สัปดาห์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 5 มีนาคม 2569 เวลา 16.58 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงระบุว่าปฏิบัติการ Operation Epic Fury ของสหรัฐ และอิสราเอลต่ออิหร่านอาจซับซ้อนและยืดเยื้อกว่าที่ทำเนียบขาวคาดการณ์ แม้ทรัมป์คาดจบใน 4-5 สัปดาห์

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.17 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า หลังจากสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านแบบไม่ทันตั้งตัวเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐพยายามย้ำอย่างต่อเนื่องว่าปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้จะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ และจะไม่กลายเป็นสงครามยืดเยื้อแบบที่เรียกว่า “forever war” หรือสงครามที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลานาน

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระหว่างประเทศเตือนว่าปฏิบัติการทางทหารที่มีชื่อว่า“Operation Epic Fury” อาจยืดเยื้อได้ หากรัฐบาลอิหร่านสามารถรักษาความแข็งแกร่งและตอบโต้ได้มากกว่าที่สหรัฐคาดการณ์ไว้

ซูซานน์ มาโลนีย์ รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายต่างประเทศของ Brookings Institution กล่าวว่า แม้ช่วงแรกของปฏิบัติการจะดูเหมือนประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการประกาศว่าการโจมตีสามารถสังหาร อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ และสหรัฐกับอิสราเอลสามารถสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน

แต่เธอเตือนว่า “วันถัดไปหลังจากนั้นจะมีความซับซ้อนอย่างมาก” และยังไม่มั่นใจว่าสงครามจะจบลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากอิหร่านกำลังยกระดับการตอบโต้ในหลายพื้นที่ของภูมิภาค ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่อิหร่านใช้มาโดยตลอด

การโจมตีทางอากาศของสหรัฐและอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาได้มุ่งเป้าไปที่ผู้นำและโครงสร้างทางทหารของอิหร่าน รวมถึงการสังหารคาเมเนอีภายในที่พักของเขาเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังการโจมตีเริ่มต้น ทำให้หลายฝ่ายตระหนักอย่างรวดเร็วว่าปฏิบัติการครั้งนี้ จะไม่ใช่การโจมตีครั้งเดียวแล้วจบ

อย่างไรก็ตามโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ระบุในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านจะใช้เวลาประมาณ 4–5 สัปดาห์ ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ตั้งแต่รองประธานาธิบดี เจดี แวนซ์ ไปจนถึงรัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ ต่างย้ำว่าสงครามครั้งนี้จะไม่กลายเป็นความขัดแย้งยืดเยื้อแบบที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถานหรืออิรัก

สงครามยืดเยื้อหรือ “forever wars” เคยสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชนอเมริกันอย่างมาก โดยเฉพาะฐานเสียง MAGA ของทรัมป์ ซึ่งต้องการให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากกว่านโยบายต่างประเทศ ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่ามีเพียง 1 ใน 4 ของชาวอเมริกัน ที่สนับสนุนการโจมตีอิหร่าน และยังมีการประท้วงต่อต้านการโจมตีเกิดขึ้นในกรุงวอชิงตัน

ในช่วงแรก สหรัฐและอิสราเอลระบุว่าเป้าหมายหลักของการโจมตีคือ การทำลายโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างถาวร แต่ในช่วงสัปดาห์นี้ เป้าหมายของสงครามดูเหมือนจะเปลี่ยนไป โดยมีการกล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่หลากหลาย ตั้งแต่การทำลายโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ไปจนถึงการปกป้องชาวอเมริกันจากภัยคุกคามที่ใกล้จะเกิดขึ้น แม้จะไม่ได้ระบุรายละเอียดของภัยคุกคามดังกล่าวอย่างชัดเจน

วิลเลียม โรบัค อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำบาห์เรน กล่าวว่า ทรัมป์จำเป็นต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของสาธารณชนอย่างมาก เพราะปฏิบัติการในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะตลาดพลังงานและตลาดหุ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ทรัมป์ให้ความสำคัญ

โรบัคยังระบุว่า รัฐบาลสหรัฐยังไม่สามารถอธิบายเหตุผลของการโจมตีอิหร่านให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างชัดเจน ทำให้มีเพียงคนส่วนน้อยที่สนับสนุนปฏิบัติการดังกล่าว

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือคำถามว่า สหรัฐต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองของอิหร่านหรือไม่ หลังจากการเสียชีวิตของคาเมเนอี และหากเกิดขึ้นจริง ใครจะขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำสูงสุดคนใหม่

รัฐมนตรีกลาโหม พีต เฮกเซธ ย้ำว่าปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนระบอบการปกครอง โดยกล่าวว่า“นี่ไม่ใช่สงครามเพื่อเปลี่ยนระบอบ แต่ระบอบก็เปลี่ยนไปแล้ว” โดยอ้างถึงการเสียชีวิตของผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายคน

ทอร์บยอร์น โซลต์เวดต์ นักวิเคราะห์ตะวันออกกลางจาก Verisk Maplecroft กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สหรัฐต้องการให้ความขัดแย้งจบลงอย่างรวดเร็ว แต่จากสถานการณ์ปัจจุบัน ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ความขัดแย้งจะยืดเยื้อ และชี้ว่าอิหร่านเป็นประเทศขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และมีระบบความมั่นคงที่ซับซ้อน ทำให้การจัดการกับสถานการณ์หลังสงครามเป็นเรื่องยาก

นักวิเคราะห์จำนวนมากเห็นพ้องกันว่า แผนระยะสุดท้ายของสหรัฐยังไม่ชัดเจน ทำให้ยากต่อการประเมินว่าปฏิบัติการทางทหารจะกินเวลานานเพียงใด โดยบางฝ่ายมองว่าปฏิบัติการครั้งนี้เป็น การเดิมพันทางการเมืองครั้งใหญ่ของทรัมป์

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า หากเป้าหมายคือการเปลี่ยนระบอบการปกครองในอิหร่าน สหรัฐอาจต้องส่งกองกำลังภาคพื้นดินเข้าไปในประเทศ ซึ่งเป็นทางเลือกที่วอชิงตันไม่น่าจะยอมรับได้

มัลคอล์ม ริฟคินด์ (Malcolm Rifkind) อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศและกลาโหมของสหราชอาณาจักร กล่าวว่า การบุกยึดประเทศขนาดใหญ่อย่างอิหร่านเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้ และอาจทำให้สถานการณ์ซ้ำรอยสงครามอิรัก

แม้หลายฝ่ายกังวลว่าสงครามอาจยืดเยื้อ แต่นักวิเคราะห์บางคนมองว่ายังมีความเป็นไปได้ที่ปฏิบัติการจะจบลงอย่างรวดเร็ว โดยขึ้นอยู่กับว่าทรัมป์ต้องการอะไรจากสงคราม และผู้นำอิหร่านจะสามารถต้านทานการโจมตีได้ยาวนานเพียงใด

โรเบิร์ต แม็กแคร์ อดีตเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำอิหร่าน กล่าวว่าโอกาสที่จะเกิด “forever war” ค่อนข้างต่ำ เพราะอิหร่านไม่น่าจะสามารถตอบโต้ได้อย่างไม่จำกัด

ขณะที่ชาร์ลส์ ไมเออร์ส จาก Signum Global Advisors ระบุว่า ผลลัพธ์สุดท้ายของสงครามมีเพียงทางเดียวคือ อิหร่านจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เนื่องจากต้องเผชิญกับกองทัพของสองประเทศที่มีศักยภาพสูงที่สุดในโลก

เขาคาดว่าช่วงการสู้รบที่รุนแรงที่สุดอาจสิ้นสุดภายใน 3–4 วัน หลังจากนั้นสหรัฐอาจเริ่มพูดถึงทางออกของความขัดแย้งหรือการเจรจาเพื่อหาข้อตกลงยุติสงคราม

อ้างอิง : cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...