“จีน” อัดฉีด 3 แสนล้านหยวน เพิ่มทุนแบงก์รัฐ รับมือหนี้เสีย-เสริมเสถียรภาพการเงิน
"จีน" เตรียมอัดฉีดเงิน 300,000 ล้านหยวน ผ่านพันธบัตรรัฐบาลพิเศษเพื่อเพิ่มทุนให้ธนาคารของรัฐ พร้อมเร่งจัดการหนี้เสียและปฏิรูประบบสถาบันการเงิน
วันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 09.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า รัฐบาลจีนประกาศแผนอัดฉีดเงิน 300,000 ล้านหยวน หรือประมาณ 43,590 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ธนาคารพาณิชย์ของรัฐในปีนี้ ผ่านการออกพันธบัตรรัฐบาลพิเศษ (special treasury bond) พร้อมเดินหน้าปฏิรูประบบสถาบันการเงินของรัฐ เพื่อป้องกันความเสี่ยงเชิงระบบในภาคการเงิน
มาตรการดังกล่าวถูกระบุไว้ในรายงานการทำงานของรัฐบาลประจำปี (Government Work Report) ที่ผู้นำจีนเผยแพร่ในพิธีเปิดการประชุม สภาประชาชนแห่งชาติ (National People’s Congress: NPC) ซึ่งเป็นการประชุมรัฐสภาประจำปีของจีน
รายงานระบุว่ ารัฐบาลจะเพิ่มเงินทุนให้กับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเร่งจัดการสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (non-performing assets) ในภาคการเงิน เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบธนาคาร
นักวิเคราะห์ คาดว่า ธนาคารรัฐรายใหญ่ของจีน เช่น Industrial and Commercial Bank of China (ICBC) และ Agricultural Bank of China อาจได้รับเงินเพิ่มทุนในครั้งนี้ หลังจากกระทรวงการคลังจีนได้อัดฉีดเงินทุนให้กับธนาคารรัฐอีก 4 แห่งเมื่อปีที่ผ่านมา
มาตรการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลจีนในการเสริมเสถียรภาพของระบบการเงิน ในช่วงที่เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญแรงกดดันหลายด้าน ทั้งวิกฤตภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อ่อนแอ และแรงกดดันจากภาวะเงินฝืด
ขณะเดียวกันธนาคารพาณิชย์จีนยังต้องเผชิญกับหนี้เสียที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเชื่อมโยงกับปัญหาทางการเงินของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงรัฐบาลท้องถิ่นที่มีภาระหนี้สูง
การเพิ่มทุนครั้งนี้เกิดขึ้นต่อเนื่องจากแผน เพิ่มทุนให้ธนาคารรัฐขนาดใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา มูลค่าประมาณ 72,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ธนาคารสามารถรับมือกับ กำไรที่ลดลงและความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์
นอกจากนี้รัฐบาลจีนยังมีแผนกำกับดูแลการแข่งขันในภาคการเงิน และผลักดันการควบรวมกิจการของสถาบันการเงินท้องถิ่นขนาดเล็กและขนาดกลาง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของระบบการเงิน
ขณะเดียวกันทางการจีนต้องการดึงดูดเงินลงทุนระยะยาวเข้าสู่ตลาดหุ้นมากขึ้น โดยจะปรับปรุงเงื่อนไขการเข้าถึงตลาดสำหรับเงินทุนระยะกลางและระยะยาว
รายงานยังระบุว่ารัฐบาลจะขยายช่องทาง การถอนการลงทุน (exit) สำหรับกองทุนไพรเวทอิควิตี้และกองทุนร่วมลงทุน (venture capital) พร้อมเพิ่มสัดส่วนของการระดมทุนผ่านตลาดทุนและการออกหุ้น (equity financing) ในระบบเศรษฐกิจที่ยังพึ่งพาการปล่อยสินเชื่อจากธนาคารเป็นหลัก
อ้างอิง : www.reuters.com