เซเลนสกี เผย สหรัฐต้องการให้รัสเซีย–ยูเครนยุติสงครามภายในเดือนมิถุนายน
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยว่า สหรัฐต้องการให้สงครามระหว่างยูเครนกับรัสเซียยุติลงภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมระบุว่าทั้งสองฝ่ายได้รับเชิญให้เดินทางไปสหรัฐเพื่อร่วมการเจรจาในสัปดาห์หน้า
8 ก.พ. 69 - เซเลนสกี กล่าวว่า สหรัฐเสนอเป็นครั้งแรกให้คณะเจรจาของยูเครนและรัสเซียพบกันในสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะเป็นที่เมืองไมอามีภายในหนึ่งสัปดาห์ และยูเครนได้ยืนยันการเข้าร่วมแล้ว ขณะที่ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการจากวอชิงตันหรือมอสโก โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ ผลักดันให้ยุติความขัดแย้งดังกล่าวมาตั้งแต่กลับเข้ารับตำแหน่งอีกครั้งเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน
ความเห็นของเซเลนสกีมีขึ้นหลังการเจรจาสันติภาพรอบที่สอง ซึ่งสหรัฐเป็นคนกลางและจัดขึ้นที่กรุงอาบูดาบี สิ้นสุดลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาโดยยังไม่มีรายงานความคืบหน้า โดยผู้นำยูเครนยอมรับว่า“ประเด็นยากยังคงเป็นประเด็นยาก” โดยเฉพาะเรื่องการยอมยกดินแดน ซึ่งยูเครนกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก
เขาระบุว่า การเจรจาครั้งนี้มีการหารือเป็นครั้งแรกถึงความเป็นไปได้ในการจัดประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่เพียงตัวแทนเจรจา แต่ยังต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายด้าน พร้อมกันนี้ เมื่อถูกถามถึงกรอบเวลาของข้อตกลง เซเลนสกีกล่าวว่า“ฝ่ายอเมริกันบอกว่าต้องการทำทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน” โดยมองว่าปัจจัยการเมืองภายในสหรัฐ รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน อาจมีผลต่อท่าทีของวอชิงตัน
ท่ามกลางความพยายามทางการทูต รัสเซียยังคงเดินหน้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้างในช่วงสภาพอากาศหนาวจัด เดนิส ชมีฮาล รัฐมนตรีพลังงานยูเครน ระบุว่า สถานีไฟฟ้าย่อย สายส่งไฟฟ้าแรงสูง และโรงไฟฟ้า ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี ทำให้ระบบไฟฟ้าของประเทศขาดดุลอย่างมีนัยสำคัญ และต้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินด้านพลังงานจากโปแลนด์
เซเลนสกีระบุว่า การโจมตีเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมาเกี่ยวข้องกับโดรนมากกว่า 400 ลำ และขีปนาวุธกว่า 40 ลูก แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศจะสกัดได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังมีความเสียหายในอย่างน้อย 4 แคว้น รวมถึงแคว้นลวิฟ ซึ่งโรงไฟฟ้าโดโบรตวิร์ถูกโจมตี ทำให้ประชาชนหลายพันคนไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่โรงไฟฟ้าบูร์ชตินในแคว้นอิวาโน-ฟรังคิฟสก์ก็ถูกโจมตีเช่นกัน
บริษัทพลังงาน DTEK ระบุว่า นี่เป็นการโจมตีขนาดใหญ่ครั้งที่ 10 ต่อโรงไฟฟ้าของบริษัทนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2025 และตั้งแต่เริ่มการรุกรานเต็มรูปแบบเมื่อเกือบ 4 ปีก่อน โรงไฟฟ้าพลังความร้อนของ DTEK ถูกโจมตีมาแล้วมากกว่า 220 ครั้ง
มีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 รายในแคว้นรีฟเน และมีผู้บาดเจ็บหลายคนในแคว้นซาโปริซเซีย ขณะที่ในกรุงเคียฟ ประชาชนต้องหลบภัยในสถานีรถไฟใต้ดินอีกครั้ง ท่ามกลางความหวาดกลัวจากการโจมตีอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยูเครนยอมรับว่าได้โจมตีเป้าหมายในรัสเซีย รวมถึงโรงงานผลิตเชื้อเพลิงขีปนาวุธในแคว้นตเวียร์ และคลังน้ำมันในแคว้นซาราตอฟ โดยรัสเซียยังไม่ออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
รัสเซียกลับมาโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของยูเครนอีกครั้ง หลังจากหยุดโจมตีชั่วคราวตามคำร้องขอของทรัมป์เนื่องจากสภาพอากาศหนาวจัด อย่างไรก็ตาม ยูเครนโต้แย้งกรอบเวลาการหยุดยิงดังกล่าว
ด้านมอสโกกล่าวหายูเครนว่าไม่จริงใจต่อการสร้างสันติภาพ โดยรัฐมนตรีต่างประเทศ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ ระบุว่า ยูเครนอยู่เบื้องหลังเหตุยิงนายพลระดับสูงของกองทัพรัสเซีย เพื่อบ่อนทำลายกระบวนการเจรจา แม้ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ลงมือ
เซเลนสกีระบุว่า นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานเต็มรูปแบบในเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ทหารยูเครนเสียชีวิตแล้วราว 55,000 นาย ขณะที่บีบีซียืนยันรายชื่อผู้เสียชีวิตฝ่ายรัสเซียจากการสู้รบในยูเครนแล้วเกือบ 160,000 คน