โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ทริส ให้เรทติ้งหุ้นกู้ GULF วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ที่ “AA-” ธุรกิจไฟฟ้าแกร่ง ปันผล ADVANC ฉ่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 10.38 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 03.38 น.

ทริส จัดเรทติ้งหุ้นกู้ GULF วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท อายุไม่เกิน 10 ปี ที่ “AA-” ธุรกิจไฟฟ้าแข็งแกร่ง รับปันผลฉ่ำจากธุรกิจที่ลงทุน โดยเฉพาะจาก ADVANC

เมื่อวันที่ 12 ก.พ.2569 ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 3.5 หมื่นล้านบาท และมีอายุไม่เกิน 10 ปีของ บมจ.กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ที่ระดับ “AA-” โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ขยายธุรกิจและ/หรือชำระหนี้

พร้อมกันนี้ ทริสเรทติ้งยังคงอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทที่ระดับ “AA-” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัทที่ระดับ “AA-” พร้อมแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” ด้วย

อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะที่แข็งแกร่งของบริษัทในธุรกิจผลิตไฟฟ้าภายในประเทศ รวมถึงการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่มีขนาดใหญ่และกระจายตัวดี ตลอดจนกระแสเงินสดที่มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว

นอกจากนี้ การพิจารณาอันดับเครดิตยังครอบคลุมไปถึงเงินปันผลจำนวนมากที่บริษัทได้รับจากการลงทุนในหลายกิจการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน บมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)

อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็ถูกจำกัดจากแผนการใช้จ่ายเงินลงทุนขนาดใหญ่ในระยะปานกลางของบริษัท

ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่น่าพอใจ โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 1.4-1.6 แสนล้านบาทต่อปี และมี EBITDA ปกติอยู่ที่ 5.3-6.0 หมื่นล้านบาทต่อปี ในช่วงระหว่างปี 2568-2571

ทั้งนี้ กำไรส่วนเพิ่มจากโครงการที่พัฒนาแล้วเสร็จน่าจะช่วยชดเชยเงินลงทุนจำนวนมากที่กำลังจะเกิดขึ้น และช่วยรักษาอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ให้อยู่ที่ระดับไม่เกิน 7 เท่าได้ตลอดช่วงเวลาประมาณการ ซึ่งการมีสินทรัพย์ลงทุนขนาดใหญ่ก็ช่วยสนับสนุนความยืดหยุ่นทางการเงิน โดยทำให้บริษัทสามารถลดภาระหนี้ผ่านการขายสินทรัพย์ได้ในกรณีที่จำเป็น

ณ เดือนกันยายน 2568 หนี้สินรวมของบริษัทซึ่งไม่นับหนี้สินตามสัญญาเช่ามีจำนวนทั้งสิ้น 3.6 แสนล้านบาท โดยจำนวน 1.6 แสนล้านบาทเป็นหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนซึ่งประกอบด้วยหนี้ที่มีหลักประกันของบริษัทและหนี้เงินกู้ทั้งหมดของบริษัทย่อย ส่งผลทำให้อัตราส่วนหนี้ที่มีลำดับในการได้รับชำระคืนก่อนต่อหนี้สินรวมของบริษัทอยู่ที่ระดับ 44%

ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนดังกล่าวให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 50% เอาไว้ได้แม้มีแนวโน้มว่าบริษัทจะใช้เงินกู้โครงการในการพัฒนาโครงการต่าง ๆ ในอนาคตก็ตาม

แนวโน้มอันดับเครดิต

แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าโครงการโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ในปัจจุบันของบริษัทจะยังมีผลการดำเนินงานที่น่าพอใจและสร้างกระแสเงินสดที่แน่นอนได้อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่โครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาจะแล้วเสร็จตามกำหนดเวลาและอยู่ภายในงบประมาณที่วางไว้ นอกจากนี้ ตัวชี้วัดเครดิตต่าง ๆ ของบริษัทจะยังคงสอดคล้องกับประมาณการกรณีพื้นฐานของทริสเรทติ้งด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

การปรับเพิ่มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้หากบริษัทสามารถลดภาระหนี้สินลงได้อย่างมีนัยสำคัญโดยมีอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ในระดับต่ำกว่า 5 เท่าอย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน ทริสเรทติ้งอาจพิจารณาปรับลดอันดับเครดิตลงหากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อ EBITDA ของบริษัทอยู่ในระดับเกินกว่า 7 เท่าโดยไม่มีแนวโน้มที่จะลดลง ซึ่งกรณีดังกล่าวอาจเกิดจากการดำเนินกลยุทธ์การลงทุนหรือนโยบายทางการเงินในเชิงรุกมากขึ้น หรือสินทรัพย์ลงทุนต่าง ๆ มีผลการดำเนินงานที่ต่ำกว่าคาด หรือต้นทุนโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาสูงเกินกว่างบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...