โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

หลุมหลบภัยสั่นคลอน! “ดอลลาร์-เยน” ผันผวนหนัก “ฟรังก์สวิส” ขึ้นแท่นสกุลเงินปลอดภัยอันดับหนึ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 03.53 น.

หลุมหลบภัยสั่นคลอน! "ดอลลาร์-เยน" ผันผวนหนัก "ฟรังก์สวิส" แข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 10 ปี กลายเป็นตัวเลือกหลักของนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในตลาดการเงินโลกยุคผันผวน

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นักลงทุนจำนวนมาก หากถูกถามถึงสกุลเงินหลุมหลบภัย (safe-haven currencies) มักจะนึกถึง ดอลลาร์สหรัฐ, ฟรังก์สวิส และเยนญี่ปุ่น เป็นอันดับแรก เนื่องจากในอดีตสกุลเงินเหล่านี้ถูกมองว่าสามารถรักษามูลค่าได้ดีในช่วงที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 สกุลเงินหลุมหลบภัยเหล่านี้กลับเผชิญความผันผวนเสียเอง โดยดอลลาร์และเยนอ่อนค่าลงอย่างมาก ขณะที่ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น แต่กลับสร้างความท้าทายต่อเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งพึ่งพาการส่งออกและมีเงินเฟ้อในระดับต่ำเป็นพิเศษ

ดอลลาร์สหรัฐ: หลุมหลบภัยที่เริ่มสั่นคลอน

การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้านโยบายภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ในปี 2568 ได้พลิกโฉมระบบการค้าโลก และจุดชนวนกระแส “ขายอเมริกา” (sell America) ซึ่งหมายถึงการเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ รวมถึงดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก

ธนาคารเอกชนสวิส Julius Baer ระบุว่า นโยบายการค้าที่คาดเดาไม่ได้ เป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุของปัญหาดอลลาร์ ขณะที่กฎหมาย “One Big Beautiful Bill Act” ของทรัมป์ทำให้สหรัฐเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางหนี้สาธารณะที่ไม่ยั่งยืน นอกจากนี้แรงกดดันของทรัมป์ต่อเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อค่าเงินดอลลาร์

ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ร่วงลงกว่า 9.3% ในปี 2568 และยังอ่อนค่าต่อในปี 2569 จนแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี

ฝั่ง นักวิเคราะห์ Deutsche Bank มองว่า สถานะหลุมหลบภัยของดอลลาร์เป็นเพียงมายาคติ และชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์กับตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงหลังแทบไม่สอดคล้องกัน

ขณะที่Cole Smead ซีอีโอของ Smead Capital Management ระบุว่า ดอลลาร์กำลังอยู่ในตลาดขาลงระยะยาวคล้ายกับช่วงฟองสบู่ดอทคอมเมื่อกว่า 20 ปีก่อน

เยนญี่ปุ่น: ผันผวนท่ามกลางการเมืองและนโยบายการคลัง

เยนญี่ปุ่นแกว่งตัวแรงตลอดปี 2568 โดยช่วงต้นปีอยู่ราว 156 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น แต่กลับอ่อนค่าลงอีกครั้งหลังเดือนตุลาคม เมื่อ Sanae Takaichi เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมจุดยืนด้านนโยบายการคลังเชิงขยาย ซึ่งกระตุ้นแรงขายเยนและดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาวสูงขึ้น

นักวิเคราะห์จาก Citigroup และ ING Group เห็นตรงกันว่าเยนไม่น่าจะอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ได้ง่าย เพราะอาจกระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นหรือสหรัฐเข้าแทรกแซงตลาด

ฟรังก์สวิส: แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหลุมหลบภัย

ฟรังก์สวิสยังคงรักษาบทบาทสกุลเงินปลอดภัยได้ดีกว่าดอลลาร์และเยน โดยในปี 2568 แข็งค่าขึ้นเกือบ 13% เทียบดอลลาร์ และต้นปี 2569 ทำสถิติแข็งค่าสูงสุดในรอบ 11 ปี ทั้งเทียบดอลลาร์และยูโร

อย่างไรก็ตามค่าเงินที่แข็งเกินไปกำลังสร้างปัญหาให้เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อเพียง 0.1% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสวิส (Swiss National Bank) อยู่ที่ 0%

ประธาน SNB Martin Schlegel ระบุว่า ธนาคารพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหากจำเป็น ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS มองว่า การแทรกแซงอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ไม่น่าจะรุนแรง และคาดว่าฟรังก์อาจอ่อนค่าราว 2% เทียบดอลลาร์ภายในสิ้นปี

ใครคือ “หลุมหลบภัยตัวจริง” ในตอนนี้?

นักกลยุทธ์จากบริษัทการเงิน Ebury ระบุว่า ดอลลาร์และเยนสูญเสียเสน่ห์ไปพอสมควรในระยะหลัง ขณะที่ฟรังก์สวิสได้ตอกย้ำสถานะ เป็นสกุลเงินหลุมหลบภัยอันดับหนึ่ง

ด้านนักวิเคราะห์จาก MUFG เห็นสอดคล้องกันว่า ในระยะยาว ฟรังก์สวิสพิสูจน์แล้วว่าเป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ดีที่สุดในบรรดาสกุลเงินหลักของกลุ่ม G10

แม้ดอลลาร์และเยนยังคงเป็นสกุลเงินสำคัญของโลก แต่ความผันผวนทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจได้บั่นทอนสถานะหลุมหลบภัยลง ขณะที่ฟรังก์สวิสกำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักของนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในยุคที่ความไม่แน่นอนครอบงำตลาดการเงินโลก

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...