หลุมหลบภัยสั่นคลอน! “ดอลลาร์-เยน” ผันผวนหนัก “ฟรังก์สวิส” ขึ้นแท่นสกุลเงินปลอดภัยอันดับหนึ่ง
หลุมหลบภัยสั่นคลอน! "ดอลลาร์-เยน" ผันผวนหนัก "ฟรังก์สวิส" แข็งแกร่งสุดในรอบกว่า 10 ปี กลายเป็นตัวเลือกหลักของนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในตลาดการเงินโลกยุคผันผวน
วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 06.08 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า นักลงทุนจำนวนมาก หากถูกถามถึงสกุลเงินหลุมหลบภัย (safe-haven currencies) มักจะนึกถึง ดอลลาร์สหรัฐ, ฟรังก์สวิส และเยนญี่ปุ่น เป็นอันดับแรก เนื่องจากในอดีตสกุลเงินเหล่านี้ถูกมองว่าสามารถรักษามูลค่าได้ดีในช่วงที่โลกเผชิญความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์หรือความผันผวนทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตามในช่วงปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 สกุลเงินหลุมหลบภัยเหล่านี้กลับเผชิญความผันผวนเสียเอง โดยดอลลาร์และเยนอ่อนค่าลงอย่างมาก ขณะที่ฟรังก์สวิสแข็งค่าขึ้น แต่กลับสร้างความท้าทายต่อเศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งพึ่งพาการส่งออกและมีเงินเฟ้อในระดับต่ำเป็นพิเศษ
ดอลลาร์สหรัฐ: หลุมหลบภัยที่เริ่มสั่นคลอน
การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เดินหน้านโยบายภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ในปี 2568 ได้พลิกโฉมระบบการค้าโลก และจุดชนวนกระแส “ขายอเมริกา” (sell America) ซึ่งหมายถึงการเทขายสินทรัพย์สหรัฐฯ รวมถึงดอลลาร์ซึ่งเป็นสกุลเงินสำรองหลักของโลก
ธนาคารเอกชนสวิส Julius Baer ระบุว่า นโยบายการค้าที่คาดเดาไม่ได้ เป็นเพียงหนึ่งในสาเหตุของปัญหาดอลลาร์ ขณะที่กฎหมาย “One Big Beautiful Bill Act” ของทรัมป์ทำให้สหรัฐเดินหน้าเข้าสู่เส้นทางหนี้สาธารณะที่ไม่ยั่งยืน นอกจากนี้แรงกดดันของทรัมป์ต่อเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ยังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อค่าเงินดอลลาร์
ดัชนีดอลลาร์ (Dollar Index) ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก ร่วงลงกว่า 9.3% ในปี 2568 และยังอ่อนค่าต่อในปี 2569 จนแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 4 ปี
ฝั่ง นักวิเคราะห์ Deutsche Bank มองว่า สถานะหลุมหลบภัยของดอลลาร์เป็นเพียงมายาคติ และชี้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างดอลลาร์กับตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงหลังแทบไม่สอดคล้องกัน
ขณะที่Cole Smead ซีอีโอของ Smead Capital Management ระบุว่า ดอลลาร์กำลังอยู่ในตลาดขาลงระยะยาวคล้ายกับช่วงฟองสบู่ดอทคอมเมื่อกว่า 20 ปีก่อน
เยนญี่ปุ่น: ผันผวนท่ามกลางการเมืองและนโยบายการคลัง
เยนญี่ปุ่นแกว่งตัวแรงตลอดปี 2568 โดยช่วงต้นปีอยู่ราว 156 เยนต่อดอลลาร์ ก่อนจะแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น แต่กลับอ่อนค่าลงอีกครั้งหลังเดือนตุลาคม เมื่อ Sanae Takaichi เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมจุดยืนด้านนโยบายการคลังเชิงขยาย ซึ่งกระตุ้นแรงขายเยนและดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นระยะยาวสูงขึ้น
นักวิเคราะห์จาก Citigroup และ ING Group เห็นตรงกันว่าเยนไม่น่าจะอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์ได้ง่าย เพราะอาจกระตุ้นให้ทางการญี่ปุ่นหรือสหรัฐเข้าแทรกแซงตลาด
ฟรังก์สวิส: แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาหลุมหลบภัย
ฟรังก์สวิสยังคงรักษาบทบาทสกุลเงินปลอดภัยได้ดีกว่าดอลลาร์และเยน โดยในปี 2568 แข็งค่าขึ้นเกือบ 13% เทียบดอลลาร์ และต้นปี 2569 ทำสถิติแข็งค่าสูงสุดในรอบ 11 ปี ทั้งเทียบดอลลาร์และยูโร
อย่างไรก็ตามค่าเงินที่แข็งเกินไปกำลังสร้างปัญหาให้เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีอัตราเงินเฟ้อเพียง 0.1% และอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสวิส (Swiss National Bank) อยู่ที่ 0%
ประธาน SNB Martin Schlegel ระบุว่า ธนาคารพร้อมเข้าแทรกแซงตลาดอัตราแลกเปลี่ยนหากจำเป็น ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของ UBS มองว่า การแทรกแซงอาจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่ไม่น่าจะรุนแรง และคาดว่าฟรังก์อาจอ่อนค่าราว 2% เทียบดอลลาร์ภายในสิ้นปี
ใครคือ “หลุมหลบภัยตัวจริง” ในตอนนี้?
นักกลยุทธ์จากบริษัทการเงิน Ebury ระบุว่า ดอลลาร์และเยนสูญเสียเสน่ห์ไปพอสมควรในระยะหลัง ขณะที่ฟรังก์สวิสได้ตอกย้ำสถานะ เป็นสกุลเงินหลุมหลบภัยอันดับหนึ่ง
ด้านนักวิเคราะห์จาก MUFG เห็นสอดคล้องกันว่า ในระยะยาว ฟรังก์สวิสพิสูจน์แล้วว่าเป็นแหล่งเก็บมูลค่าที่ดีที่สุดในบรรดาสกุลเงินหลักของกลุ่ม G10
แม้ดอลลาร์และเยนยังคงเป็นสกุลเงินสำคัญของโลก แต่ความผันผวนทางการเมืองและนโยบายเศรษฐกิจได้บั่นทอนสถานะหลุมหลบภัยลง ขณะที่ฟรังก์สวิสกำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวเลือกหลักของนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงในยุคที่ความไม่แน่นอนครอบงำตลาดการเงินโลก
อ้างอิง : www.cnbc.com