โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ตำหนิ “ระเบียบโลกยุคใหม่” ส่งสัญญาณวิจารณ์ทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 16.38 น. • เผยแพร่ 13 ก.พ. เวลา 09.38 น.

ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ชี้โลกกำลังเปลี่ยนสู่ระเบียบที่ยึดผลประโยชน์ตนเองเป็นหลัก พร้อมส่งสัญญาณไม่พอใจต่อนโยบาย America First ของสหรัฐ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 15.33 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ไซริล รามาโฟซา ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ ออกมากล่าวประณามความปั่นป่วนของระเบียบโลก พร้อมส่งสัญญาณวิพากษ์นโยบาย “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First) ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อย่างชัดเจน แม้จะไม่ได้เอ่ยชื่อโดยตรง

รามาโฟซากล่าวสุนทรพจน์แถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาที่เมืองเคปทาวน์ในคืนวันพฤหัสบดีว่า โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นโลกที่ผลประโยชน์แคบ ๆ ของตนเองเข้ามาแทนที่ประโยชน์ส่วนรวม โลกที่การค้าถูกใช้เป็นเครื่องมือบีบบังคับ โลกที่ผู้มีอำนาจเป็นฝ่ายกำหนดกติกา และผู้แข็งแกร่งกดทับผู้ที่อ่อนแอกว่า

เขาระบุว่า ในการเผชิญกับโลกเช่นนี้ ชาวแอฟริกาใต้จำเป็นต้องยึดมั่นในคุณค่าเรื่องความอดทน ความเอื้อเฟื้อ ความเมตตา และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมถึงรักษาหลักการศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค พร้อมยืนหยัดปกป้องผู้ที่เผชิญอคติและการเลือกปฏิบัติ

ความตึงเครียดระหว่างแอฟริกาใต้กับสหรัฐดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ทรัมป์กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนมกราคมปีก่อน และเริ่มปรับทิศทางความสัมพันธ์ของสหรัฐกับทั้งพันธมิตรและคู่แข่งใหม่ทั้งหมด

โดยทรัมป์เคยกล่าวหาว่าแอฟริกาใต้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวผิวขาวต่อเกษตรกรผิวขาว ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่แอฟริกาใต้ปฏิเสธ พร้อมทั้งวิจารณ์ความสัมพันธ์ของประเทศกับอิหร่านและกลุ่มฮามาส และยังประกาศเก็บภาษีศุลกากรสูงถึง 30% กับสินค้าส่งออกบางประเภทของแอฟริกาใต้ ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในบรรดาประเทศแถบซับซาฮาราแอฟริกา

นอกจากนี้ทรัมป์ยังเคยตำหนิรามาโฟซาอย่างรุนแรงต่อหน้าสาธารณชนระหว่างการเยือนทำเนียบขาวเมื่อปีที่ผ่านมา และสั่งให้สหรัฐคว่ำบาตรการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม G20 ที่จัดขึ้นในเมืองโจฮันเนสเบิร์กเมื่อเดือนพฤศจิกายน

อย่างไรก็ดีรามาโฟซายังคงย้ำมาโดยตลอดว่าสหรัฐเป็นหุ้นส่วนสำคัญของแอฟริกาใต้ และรัฐบาลของเขายังเดินหน้าผลักดันข้อตกลงการค้าที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน

ท่าทีล่าสุดของผู้นำแอฟริกาใต้สะท้อนถึงความไม่พอใจที่เพิ่มขึ้นต่อท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์ และการตระหนักมากขึ้นว่าความพยายามเอาใจผู้นำสหรัฐอาจไม่ก่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นมุมมองเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีแคนาดา มาร์ก คาร์นีย์ เคยแสดงออกเมื่อเดือนที่แล้ว

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...