โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยแลนด์ พริวิเลจ รุกตลาดมหาเศรษฐีดันภูเก็ตสู่ Strategic Luxury Hub

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ม.ค. เวลา 13.12 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. เวลา 06.12 น.

ไทยแลนด์ พริวิเลจ เปิดยุทธศาสตร์ดึงกลุ่ม UHNWIs และเจ้าของซูเปอร์ยอชต์ทั่วโลกพำนักระยะยาว รับแผนขยายสนามบิน-Private Jet Terminal ชูบัตรสมาชิก 5 ระดับ เจาะตลาดนักลงทุนคุณภาพด้วยสิทธิพำนักสูงสุดกว่า 20 ปี พร้อมบริการอำนวยความสะดวกครบวงจร ผนึกเครือข่ายพันธมิตรลักชัวรีในพื้นที่ รองรับดีมานด์ "บ้านหลังที่สอง" ในเมืองชายทะเลระดับโลก

19 มกราคม 2569 – ภูเก็ต – บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยสู่หมุดหมาย World Class Destination โดยการเข้าร่วมงาน "มหกรรมเรือนานาชาติแห่งประเทศไทย 2569" (Thailand International Boat Show 2026 – TIBS) เพื่อขยายฐานสมาชิกกลุ่มมหาเศรษฐี (High Net Worth Individuals) และผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก

ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดภูเก็ตที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Global Luxury Hub ไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายสนามบินภูเก็ตเฟสใหม่ พร้อมอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) รวมถึงการยกระดับท่าเรือน้ำลึกและท่าเทียบเรือยอร์ชมาตรฐานสากล เพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางระดับ Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ยุทธศาสตร์ Maritime Hub เชื่อมกลุ่มทุนทั่วโลก

นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ระบุว่า ภูเก็ตได้ยกระดับจากเมืองตากอากาศสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน และเจ้าของซูเปอร์ยอชต์ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ในการพำนักระยะยาวอย่างยั่งยืน

"ปัจจุบัน ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศระดับโลกเท่านั้น หากแต่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล และ Strategic Luxury Hub ที่มีบทบาทสำคัญของภูมิภาค… การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลักที่มองหาบ้านหลังที่สอง รวมถึงผู้ที่ประสงค์พำนักระยะยาวในประเทศไทย เป็นหัวใจสำคัญของภารกิจนี้" — นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ TPC

ยกระดับสิทธิพำนักระยะยาวตามพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์

เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายคุณภาพ ไทยแลนด์ พริวิเลจได้นำเสนอผลิตภัณฑ์บัตรสมาชิกที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Bronze ไปจนถึง Reserve โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้นตั้งแต่ 650,000 บาท สำหรับสมาชิก 5 ปี ไปจนถึงระดับสูงสุด 5,000,000 บาท สำหรับสมาชิก 20 ปี+ ซึ่งออกแบบมาสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีที่ต้องการการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิประโยชน์ในการพำนักที่สามารถต่ออายุได้

จุดเด่นสำคัญคือการเชื่อมโยงบริการ Airport Signature Services อาทิ ผู้ช่วยส่วนตัว (EPA) และห้องรับรองพิเศษ เข้ากับสิทธิประโยชน์ Lifestyle Privileges จากพันธมิตรกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งเป็นกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือโปรแกรมการพำนักของประเทศคู่แข่งในภูมิภาค

ปั้น Service Ecosystem ลักชัวรีโซน “ภูเก็ต-พังงา”

ไทยแลนด์ พริวิเลจได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ให้บริการระดับพรีเมียมในจังหวัดภูเก็ตและพังงา ทั้งในส่วนของโรงแรม 5 ดาว โรงพยาบาลชั้นนำ และศูนย์ Wellness ระดับสากล นอกจากนี้ยังรวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบภาครัฐ เช่น บริการรายงานตัว 90 วัน (90-Day Report) การประสานงานใบขับขี่ และการเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในระยะยาว

"การมีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาตินี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับอุปทานการท่องเที่ยวระดับลักชัวรี่อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งดึงดูดชาวต่างชาติคุณภาพให้เข้ามาพำนักและใช้ชีวิตในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น" — นายมนาเทศ กล่าวเสริม

นักวิเคราะห์ระบุว่า ยุทธศาสตร์การเข้าหาลูกค้าโดยตรงผ่านมหกรรมเรือนานาชาติ เป็นการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพสูง (High-End Segment) ซึ่งไม่เพียงแต่นำรายได้จากการสมัครสมาชิกเข้าสู่บริษัทเท่านั้น แต่ยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการใช้จ่ายผ่านบริการระดับลักชัวรีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...