ไทยแลนด์ พริวิเลจ รุกตลาดมหาเศรษฐีดันภูเก็ตสู่ Strategic Luxury Hub
ไทยแลนด์ พริวิเลจ เปิดยุทธศาสตร์ดึงกลุ่ม UHNWIs และเจ้าของซูเปอร์ยอชต์ทั่วโลกพำนักระยะยาว รับแผนขยายสนามบิน-Private Jet Terminal ชูบัตรสมาชิก 5 ระดับ เจาะตลาดนักลงทุนคุณภาพด้วยสิทธิพำนักสูงสุดกว่า 20 ปี พร้อมบริการอำนวยความสะดวกครบวงจร ผนึกเครือข่ายพันธมิตรลักชัวรีในพื้นที่ รองรับดีมานด์ "บ้านหลังที่สอง" ในเมืองชายทะเลระดับโลก
19 มกราคม 2569 – ภูเก็ต – บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด (TPC) ภายใต้การกำกับดูแลของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประกาศแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ประเทศไทยสู่หมุดหมาย World Class Destination โดยการเข้าร่วมงาน "มหกรรมเรือนานาชาติแห่งประเทศไทย 2569" (Thailand International Boat Show 2026 – TIBS) เพื่อขยายฐานสมาชิกกลุ่มมหาเศรษฐี (High Net Worth Individuals) และผู้มีกำลังซื้อสูงจากทั่วโลก
ความเคลื่อนไหวนี้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของจังหวัดภูเก็ตที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Global Luxury Hub ไม่ว่าจะเป็นโครงการขยายสนามบินภูเก็ตเฟสใหม่ พร้อมอาคารผู้โดยสารส่วนบุคคล (Private Jet Terminal) รวมถึงการยกระดับท่าเรือน้ำลึกและท่าเทียบเรือยอร์ชมาตรฐานสากล เพื่อรองรับกลุ่มนักเดินทางระดับ Ultra High Net Worth Individuals (UHNWIs) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ยุทธศาสตร์ Maritime Hub เชื่อมกลุ่มทุนทั่วโลก
นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด ระบุว่า ภูเก็ตได้ยกระดับจากเมืองตากอากาศสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความสำคัญในเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาค ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดกลุ่มนักธุรกิจ นักลงทุน และเจ้าของซูเปอร์ยอชต์ที่ต้องการสิทธิประโยชน์ในการพำนักระยะยาวอย่างยั่งยืน
"ปัจจุบัน ภูเก็ตไม่ได้เป็นเพียงเมืองตากอากาศระดับโลกเท่านั้น หากแต่ได้ก้าวขึ้นสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางทะเล และ Strategic Luxury Hub ที่มีบทบาทสำคัญของภูมิภาค… การสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายหลักที่มองหาบ้านหลังที่สอง รวมถึงผู้ที่ประสงค์พำนักระยะยาวในประเทศไทย เป็นหัวใจสำคัญของภารกิจนี้" — นายมนาเทศ อันนวัฒน์ เพรสซิเดนท์ TPC
ยกระดับสิทธิพำนักระยะยาวตามพอร์ตโฟลิโอสินทรัพย์
เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายคุณภาพ ไทยแลนด์ พริวิเลจได้นำเสนอผลิตภัณฑ์บัตรสมาชิกที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับ Bronze ไปจนถึง Reserve โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมเริ่มต้นตั้งแต่ 650,000 บาท สำหรับสมาชิก 5 ปี ไปจนถึงระดับสูงสุด 5,000,000 บาท สำหรับสมาชิก 20 ปี+ ซึ่งออกแบบมาสำหรับกลุ่มมหาเศรษฐีที่ต้องการการดูแลระดับเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิประโยชน์ในการพำนักที่สามารถต่ออายุได้
จุดเด่นสำคัญคือการเชื่อมโยงบริการ Airport Signature Services อาทิ ผู้ช่วยส่วนตัว (EPA) และห้องรับรองพิเศษ เข้ากับสิทธิประโยชน์ Lifestyle Privileges จากพันธมิตรกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งเป็นกลยุทธ์สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือโปรแกรมการพำนักของประเทศคู่แข่งในภูมิภาค
ปั้น Service Ecosystem ลักชัวรีโซน “ภูเก็ต-พังงา”
ไทยแลนด์ พริวิเลจได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือกับผู้ให้บริการระดับพรีเมียมในจังหวัดภูเก็ตและพังงา ทั้งในส่วนของโรงแรม 5 ดาว โรงพยาบาลชั้นนำ และศูนย์ Wellness ระดับสากล นอกจากนี้ยังรวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านกฎระเบียบภาครัฐ เช่น บริการรายงานตัว 90 วัน (90-Day Report) การประสานงานใบขับขี่ และการเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อลดขั้นตอนความยุ่งยากสำหรับชาวต่างชาติที่ต้องการพำนักในระยะยาว
"การมีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาตินี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรองรับอุปทานการท่องเที่ยวระดับลักชัวรี่อย่างยั่งยืน พร้อมทั้งดึงดูดชาวต่างชาติคุณภาพให้เข้ามาพำนักและใช้ชีวิตในประเทศไทยมากยิ่งขึ้น" — นายมนาเทศ กล่าวเสริม
นักวิเคราะห์ระบุว่า ยุทธศาสตร์การเข้าหาลูกค้าโดยตรงผ่านมหกรรมเรือนานาชาติ เป็นการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพสูง (High-End Segment) ซึ่งไม่เพียงแต่นำรายได้จากการสมัครสมาชิกเข้าสู่บริษัทเท่านั้น แต่ยังสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจท้องถิ่นจากการใช้จ่ายผ่านบริการระดับลักชัวรีในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง