โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ศึกตะวันออกกลาง" เขย่าการค้าโลก ต้นทุน-สินค้าแพงขึ้น

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ศึกตะวันออกกลาง” เขย่าการค้าโลก ต้นทุน-สินค้าแพงขึ้น จับตาเครื่องเล่นเกมจาก “Nintendo” ที่พึ่งพาการขนส่งทางเรือเป็นหลัก

ความขัดแย้งระหว่างพันธมิตรสหรัฐฯ และอิสราเอล กับอิหร่านที่ขยายวงกว้างขึ้น กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อการค้าโลกมากขึ้น และยังถูกใช้เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น

สำนักข่าว บลูมเบิร์ก รายงานว่า MSC Mediterranean Shipping Company ซึ่งเป็นบริษัทเดินเรือขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ อันดับ 1 ของโลก ได้ระงับการรับจองขนส่งสินค้าไปยังตะวันออกกลางแล้ว

ขณะที่ A.P. Moller-Maersk ซึ่งเป็นอันดับ 2 และ Hapag-Lloyd ก็ได้ระงับการเดินเรือผ่านช่องแคบ เฮอร์มุซ ทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ทาง DP World ยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์และผู้บริหารจัดการท่าเรือ ก็ได้ส่งหนังสือแจ้งลูกค้า ว่าได้ระงับการดำเนินงานที่ท่าเรือ Jebel Ali Port ในดูไบ จากนั้น บริษัทฯ ชี้แจงในภายหลังว่า ท่าเทียบเรือทั้ง 4 แห่งยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

ด้านบริษัทเดินเรือของญี่ปุ่นก็ได้ระงับการปฏิบัติการในอ่าวเปอร์เซียเช่นกัน โดย Nippon Yusen KK ระงับการเดินเรือของกองเรือที่บริษัทดำเนินการผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว

ส่วน Kawasaki Kisen Kaisha ได้สั่งให้เรือในอ่าวเปอร์เซียอยู่ในสถานะรอคำสั่ง

เช่นเดียวกันกับ Mitsui O.S.K. Lines ที่ได้สั่งให้เรือไปจอดรอในน่านน้ำที่ปลอดภัย

ความปั่นป่วนด้านโลจิสติกส์ครั้งนี้ ถือเป็นแรงกระแทกสำคัญของภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมี ดูไบ เป็นศูนย์กลางธุรกิจ ที่พึ่งพาการค้า การท่องเที่ยว การขนส่งและการเงิน อีกทั้ง ยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของเมือง ในการเป็นศูนย์กลางธุรกิจที่มั่นคงท่ามกลางภูมิภาคที่ไม่สงบนี้

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากความชะงักงันเหล่านี้ ยืดเยื้อต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยท่าเรือ Jebel Ali ตั้งอยู่ติดกับหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นจุดตัดสำคัญของสินค้าที่ขนส่งจากเอเชียไปยังแอฟริกา ยุโรป และชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ

โดยบริษัทจากสหรัฐฯ และยุโรปจำนวนมากยังมีศูนย์กระจายสินค้า ศูนย์บรรจุภัณฑ์ และคลังสินค้าอยู่ในเขตปลอดอากรของท่าเรือดังกล่าว

ขณะเดียวกัน การปะทะกันครั้งนี้ เสี่ยงทำให้เกิดความแออัดตามท่าเรือต่าง ๆ เนื่องจากสินค้าต้องถูกเปลี่ยนเส้นไปยังจุดอื่น เพิ่มแรงกดดันต่อค่าระวางเรือเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ความขัดแย้ง

ล่าสุด Hapag-Lloyd ได้ประกาศเมื่อวันที่ 1 มีนาคม เรียกเก็บ ค่าความเสี่ยงสงคราม เพิ่มอีก 1,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต สำหรับการขนส่งไปยังภูมิภาคดังกล่าว และให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม

นอกจากหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซแล้ว Maersk ยังได้เปลี่ยนเส้นทางเรือให้หลีกเลี่ยง คลองสุเอซ และให้เรืออ้อมไปทางตอนใต้ของแอฟริกาแทน หลังกลุ่มฮูตี ขู่ว่าจะกลับมาโจมตีเรือสินค้าที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ และอิสราเอลในทะเลแดง ซึ่ง Hapag-Lloyd ก็ปรับเส้นทางในลักษณะเดียวกัน

ขณะที่ CMA CGM สายการเดินเรืออันดับ 3 ของโลก ได้สั่งให้เรือในอ่าวเปอร์เซียหาที่หลบภัยทันที และระงับการเดินเรือผ่านคลองสุเอซ พร้อมเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสถานการณ์ฉุกเฉินจากความขัดแย้ง เพิ่มอีก 2,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อคอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุต สำหรับการจองขนส่งในภูมิภาคดังกล่าว

ด้าน Peter Sand หัวหน้านักวิเคราะห์ของ Xeneta แพลตฟอร์มข้อมูลค่าระวางเรือดิจิทัลในกรุง ออสโล ระบุว่า ผลกระทบจากปฏิบัติการทางทหารร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน รวมถึงการตอบโต้ที่ตามมา มีแนวโน้มทำให้การค้าโลกถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น และทำลายความหวังของสายเดินเรือ ที่จะเห็นการกลับมาใช้เส้นทางทะเลแดงของการขนส่งคอนเทนเนอร์ในวงกว้างอย่างแพร่หลายภายในปีนี้ อีกด้วย

ทั้งนี้ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในปี 2026 มีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นอยู่แล้ว จากแนวโน้มค่าขนส่งทางเรือที่เพิ่มขึ้น แต่สงครามที่เกิดขึ้น ยิ่งซ้ำเติมทำให้ราคาสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้ สถาบันวิชาชีพด้านการจัดซื้อและซัพพลายเชน (CIPS) ระบุว่า ต้นทุนด้านการขนส่ง ราคาพลังงาน และต้นทุนวัตถุดิบยังคงปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มกดดันต่อภาคธุรกิจและผู้บริโภคตลอดปี 2026

จากผลสำรวจยังพบว่า ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี สะท้อนความวิตกที่เพิ่มมากขึ้นในทีมจัดซื้อของบริษัทต่าง ๆ ขณะที่ภาคขนส่งและโลจิสติกส์ เป็นภาคส่วนที่มีแนวโน้มเห็นการปรับขึ้นของราคามากที่สุดในปีนี้ จากปี 2025 ที่ได้ปรับขึ้นไปแล้วร้อยละ 10

และการปรับขึ้นของราคาและความผันผวนที่ยังคงอยู่ ทั้งความตึงเครียดทางการเมือง มาตาการภาษี รวมถึงสงคราม กำลังทำให้มีคาดการณ์ว่า ผู้บริโภคทั่วโลกจะต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านเงินเฟ้อมากขึ้นในปี 2026 นี้

สำหรับ Nintendo (นินเทนโด) เป็นหนึ่งในบริษัทที่นักลงทุนจับตามองเป็นพิเศษ โดยเทขายหุ้นอย่างหนักหลังเปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความความกังวลว่าต้นทุนการขนส่งจะพุ่งสูงขึ้น หลังสายการเดินเรือรายใหญ่ของโลกต้องเปลี่ยนเส้นทาง โดยหลีกเลี่ยงคลองสุเอช แล้วไปอ้อมแหลมกู้ดโฮปทางตอนใต้ของแอฟริกาแทน

การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าว คาดว่าจะทำให้การขนส่งล่าช้าไปมากกว่า 10 วัน

โดย นินเทนโด พึ่งพาการขนส่งทางเรือเป็นหลักในการส่งเครื่องเล่นเกมคอนโซล นินเทนโด Switch 2 ราคา 450 ดอลลาร์ จากฐานการประกอบในเอเชียไปยังยุโรป โดยราคาหุ้น นินเทนโด ร่วงไปมากถึงร้อยละ 4.7

ขณะที่หุ้น โซนี่ ก็ลดลงไปถึงร้อยละ 3 ในวันเดียวกัน เพราะใช้การขนส่งทางเรือสำหรับเครื่องเล่น PlayStation 5 เช่นกัน

การที่ธุรกิจเครื่องเล่นเกม ถูกจับตามองเป็นพิเศษ นักวิเคราะห์จาก Toyo Securities ระบุว่าเป็นเพราะการบริหารต้นทุนขนส่งทางเรือ ถือเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเป็นฮาร์ดแวร์ที่มีกำไรขั้นต้นค่อนข้างบาง

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงด้านต้นทุนโลจิสติกส์ให้กับบริษัทฯ จากเดิมที่เผชิญกับแรงกดดันอื่น ๆ อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ภาษีนำเข้าสำหรับเครื่อง สวิตช์ ทู ที่ส่งไปสหรัฐฯ, การขาดทุนจากรุ่นราคาประหยัดที่ขายเฉพาะในญี่ปุ่นในราคาต่ำกว่าทุน รวมถึงตลาดตะวันออกกลางที่กำลังเติบโตอาจต้องชะลอตัวลง หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ ซึ่งจะกระทบต่อยอดขายระยะสั้นของผู้ผลิตฮาร์ดแวร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...