โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศึกในค่ายแดง ‘ขุนพลอีสาน’ ชิงโควตารมต.‘สายนาย-สายทุน’

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

บทสรุปศึกเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 ก.พ. 2569 พรรคเพื่อไทย พลาดท่าเสียแชมป์ภาคอีสานให้กับพรรคภูมิใจไทย

สำหรับ จำนวน สส.เขต อีสานมี 133 ที่นั่ง ภูมิใจไทย ได้อันดับ 1 กวาดไป 64 ที่นั่ง พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 2 เหลือ 43 ที่นั่ง เมื่อรวมกับคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ เพื่อไทยมีจำนวน สส.รวม 74 ที่นั่ง

เมื่อได้โอกาสเข้าร่วมรัฐบาลภูมิใจไทย จึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษ เพราะได้โควตา 8 เก้าอี้ โดยล่าสุด มีแนวโน้มได้ 5 รัฐมนตรีว่าการ และ 3 รัฐมนตรีช่วย

ด้วยจำนวนเก้าอี้ที่มีจำกัด และถูกล็อกไว้ให้สายทุน สายเจ้าของพรรค เป็นหลัก ที่เหลือจึงตกเป็นของบรรดาก๊ก ก๊วน สส.ในพรรค ฉะนั้น เกมห้ำหั่นเปิดศึกแย่งเก้าอี้รัฐมนตรีจึงเลี่ยงไม่ได้

ล่าสุด เป็นที่แน่ชัดแล้ว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ถูกล็อกไว้ให้ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เพื่อสร้างผลงาน เก็บโปรไฟล์แคนดิเดตนายกฯ และสะสมไมล์ทางการเมืองต่อไป

ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ มีข่าวว่า “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์”หัวหน้าพรรค จะมานั่งตำแหน่งนี้ ขณะที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คาดว่าจะเป็นของกลุ่ม สส.โคราช โดยมีชื่อ “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” เป็นตัวเต็ง

ขณะที่ 2 ส. ทั้ง“สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” มีแนวโน้มจะไปนั่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้จะเป็นเพียงการวางตัวเบื้องต้น ซึ่งยังต้องรอการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อโหวตเลือกประธานสภาผู้แทนฯ และรองประธาน รวมทั้งโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เสร็จสิ้นลง ทุกอย่างก็จะสะเด็ดน้ำ

โฟกัสภาคอีสาน ค่ายแดง มีสส.ไม่มากเท่าเดิม บรรดาตัวเต็งที่มีลุ้น 3 เก้าอี้รัฐมนตรีช่วย มีทั้งบ้านใหญ่ขาวขำ จาก “อุดรธานี” บ้านใหญ่ “สัพโส” สส.สกลนคร 4 สมัย บ้านใหญ่ “พิมพะนิตย์” จาก กาฬสินธุ์ รวมทั้ง “มนพร เจริญศรี” สส.นครพนม 4 สมัย

มีความเคลื่อนไหวในค่ายแดงว่า ปฏิบัติการชิงเก้าอี้รัฐมนตรีช่วย 3 ที่นั่ง มีการแข่งขันกันสูงในหมู่ สส.อีสาน ทำให้มีเปิดปฏิบัติการเตะตัดขากันเอง

โดยเฉพาะรายที่ตกเป็นเป้า คือ “สส.เดือน” มนพร เจริญศรี โดยหวังให้หลุดโควตา รมช. 3 เก้าอี้สุดท้าย

จะว่าไปแล้ว ศึกเลือกตั้งที่ผ่านมา มนพรถือเป็นมือเป็นไม้สำคัญในสายกลุ่มทุนเพื่อไทย โดยในทางลับ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวขบวนทุนหลัก ยังต้องการมือทำงานที่แข็งขันมาช่วยทำพื้นที่

ทำให้ที่ผ่านมา ชื่อของ “มนพร” ติดโผเป็นรัฐมนตรี ในซุ้ม 2 ส.มาโดยตลอด

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา จึงมีการปล่อยข่าว โดยอ้างเป็นมติ สส.อีสาน พรรคเพื่อไทย สนับสนุนให้ “มนพร” ไปนั่งตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่2 ก่อน ซึ่งเกมโหวตประธานสภาฯ น่าจะจบได้ไม่เกิน กลางเดือน มี.ค. นี้

เมื่อแกะรอยเกมเตะตัดขา สส.อีสาน สาย 2 ส.นี้ ก็พบว่า เพื่อเปิดทางให้ สส.อีสานบางราย ได้มีโอกาสเบียดเข้าป้ายนั่งรัฐมนตรีช่วย ในช่วงนาทีสุดท้าย

สำหรับรัฐมนตรีช่วย 3 กระทรวงนั้น ค่ายแดงจะได้ รมช.เกษตรฯ 2 เก้าอี้ และ รมช.ศึกษาธิการ 1 เก้าอี้ เป็นแพ็กเกจเดียวกับตำแหน่งหลัก แบบเบ็ดเสร็จ

ทำให้รอบนี้ สส.อีสานหลายคน จึงหมายมั่นว่า อาจจะประเดิมเก้าอี้รัฐมนตรีเป็นครั้งแรก เพราะที่ผ่านมามี สส.อีสานจำนวนไม่น้อย ผิดหวังมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อโดนบรรดา สส.ใกล้ชิดนายใหญ่ นายน้อย นายทุน ข้ามหัว

หากโฟกัสตัวเต็งที่มีโอกาสเข้าชิงเก้าอี้รอบนี้ มีทั้ง “วิเชียร ขาวขำ” อดีตนายก อบจ.อุดรธานี ที่พา สส.อุดรธานี เข้าสภา ได้ 4 คน

ขณะที่“วิรัช พิมพะนิตย์”ก็นำ สส.กาฬสินธุ์ ได้รับเลือกตั้ง 4 คน ส่วน“พัฒนา สัพโส” ก็นำ สส.สกลนครเข้าสภาได้ 3 คน มีเพียง “มนพร เจริญศรี” ที่พลาดเก้าอี้ สส.ในซุ้มของตัวเองมากสุด

นอกจากนี้ ยังต้องจับตารัฐมนตรีม้ามืดสายวีไอพี ซึ่งอาจมีชื่อ “จิราพร สินธุไพร” สส.ร้อยเอ็ด 3 สมัยโผล่เข้าป้ายมา

อย่างไรก็ตาม ในช่วงก่อนเปิดประชุมสภาฯ นัดแรก เพื่อโหวตประมุขนิติบัญญัติ คงได้เห็นเกมห้ำหั่น ชิงเหลี่ยมกันในหมู่ สส.อีสานค่ายแดงในโค้งสุดท้าย

เพราะ สส.อีสาน ในพรรคไม่มีใครต้องการ นั่งตำแหน่งรองประธานสภาฯ ที่มีวาระอยู่จนถึง 4 ปี เพราะต้องนั่งเฝ้าการประชุมตามอายุของสภาฯ

ฉะนั้นการนั่งในตำแหน่งเสนาบดี มีภาษีเป็นรัฐมนตรี นอกจากได้สร้างบารมีและได้อาวุธในการลงพื้นที่ต่อยอดถึงการเลือกตั้งสมัยหน้าแล้ว ย่อมดีกว่านั่งอยู่บนบัลลังก์สภา ต้องคุมเกมป่วน และเปิดศึกกันระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาล หากทำได้ดีก็เป็นผลงาน แต่หากพลาดท่าก็อาจเสียแต้มทางการเมืองคาบัลลังก์สภาได้

รัฐมนตรีช่วยที่มีเพียง 3 ที่นั่ง ใครพลาดหวังรอบนี้ไป คงมีโอกาสได้นั่งตำแหน่งรองประธานสภาฯ เป็นรางวัลปลอบใจสูง

แต่ถ้า 3 เก้าอี้ถูก สส.อีสาน กินรวบทั้งหมด แน่นอนว่า คลื่นใต้น้ำภายในค่ายแดงอาจปะทุ เพราะภาคอื่นๆ ทั้งภาคเหนือ และภาคกลาง ก็รอลุ้นหวยรัฐมนตรีครั้งนี้เช่นกัน

หากคีย์แมนเพื่อไทยบริหารจัดการได้ไม่ดีพอ อาจมีผลสะเทือนถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า

ฉะนั้น เกมสร้างผลงาน ผ่านการเป็นรัฐมนตรีของค่ายแดง เพื่อให้เข้าตาประชาชน จึงต้องบริหารจัดสรรทรัพยากรให้ดี เมื่อตำแหน่งมีน้อยต้องจัดวางให้ลงตัว

ไม่เช่นนั้นอาจถูกมองว่าเป็นเกมการเมืองต่างตอบแทนกลุ่มทุน และกลุ่มก๊วนการเมืองบ้านใหญ่แต่ละมุ้งเท่านั้น ผลเสียระยะยาวอาจทำให้ค่ายแดงฟื้นแต้มนิยม สส.ต่ำร้อยได้ยากกว่าเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...