โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ศึกตุนน้ำมัน เงินเฟ้อ ราคาทองพุ่ง’ วิกฤตที่ทั่วโลกต้องเจอหากสงครามสหรัฐฯ-อิหร่านยืดเยื้อ

Capital

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 08.32 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 08.32 น. • Insight

สถานการณ์ตึงเครียดที่ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากการที่อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่าน และสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะโจมตีตอบโต้ไปยังประเทศต่างๆ ที่มีฐานทัพของสหรัฐฯ ตั้งอยู่ เช่น ดูไบ อิสราเอล คูเวต บาห์เรน กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

นอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากการโจมตีพลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องแล้ว ยังสร้างแรงกระเพื่อมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั่วโลก โดยเฉพาะวิกฤตพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ และราคาทองที่ผันผวน คำถามสำคัญคือถ้าสงครามยืดเยื้อ ผลกระทบนี้จะรุนแรงเพียงใด และประเทศไทยจะรับมือกับเหตุการณ์นี้ยังไง

ทำไมสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มอิหร่านส่งผลกระทบทั่วโลก

อิหร่านเป็นประเทศ ‘ผู้ผลิตน้ำมัน’ รายใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมามีปริมาณการผลิตมากกว่า 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ยังมีชายฝั่งติดกับ ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ซึ่งเป็นจุดคอขวดที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของการขนส่งน้ำมันทั่วโลก โดยเฉลี่ยแล้วมีเรือบรรทุกน้ำมันประมาณ 100 ลำต่อวัน บรรทุกน้ำมันราว 20-21 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันโลก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 มีนาคมมีรายงานจากสำนักข่าว Reuters ว่าอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว และจะยิงใส่เรือทุกลำที่พยายามแล่นผ่าน ทำให้ตอนนี้มีเรือคอนเทนเนอร์ประมาณ 100 ลำ คิดเป็น 10% ของเรือขนส่งสินค้าคอนเทนเนอร์ทั่วโลกกำลังติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ตอนนี้เส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก ‘ถูกตัดขาด’

ส่งผลให้ตอนนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวพุ่งสูงขึ้น 9% หรือราว 79.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่น้ำมัน แต่ยังทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติพุ่งขึ้นกว่า 50% ในยุโรป และเกือบ 40% ในเอเชีย สาเหตุหลักมาจากการที่โรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติเหลวหรือ LNG ของ QatarEnergy ในกาตาร์ ซึ่งเป็นผู้จัดหารายใหญ่ถูกโจมตีจนต้องระงับการผลิต ในขณะที่โรงกลั่นน้ำมัน Ras Tanura ในซาอุดีอาระเบียที่มีกำลังการผลิตกว่าครึ่งล้านบาร์เรลต่อวัน ก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีด้วยเช่นกัน

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและตลาดโลกขยายวงกว้างขึ้น จากความตึงเครียดเรื่องราคาน้ำมัน การส่งออก ตลาดหุ้น เงินเฟ้อ และอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้คนหันไปครอบครองสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำกันมากขึ้น จนราคาทองพุ่งสูงขึ้น ทำให้ผู้ค้าทองรายใหญ่ทั้งฮั่วเซ่งเฮง, แม่ทองสุก และ YLG ประกาศงดซื้อ-ขายทองคำแท่งออนไลน์ชั่วคราว ก่อนจะกลับมาเปิดบริการเมื่อวันที่ 2 มีนาคม เวลา 10:00 น.

ถ้าสงครามยืดเยื้อจะเกิดอะไรขึ้น

1. ราคาน้ำมันทั่วโลกดีดตัวขึ้นสูง

เมื่อเกิดสงครามระหว่างประเทศ ย่อมเกิด ‘สงครามน้ำมัน’ ตามมา นักวิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันอาจแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทวีปเอเชียจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะน้ำมันที่มาจากช่องแคบฮอร์มุซส่งออกไปยังจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทำให้หลังจากนี้อาจเกิด ‘ศึกกักตุนน้ำมัน’

ถึงแม้ประเทศไทยจะไม่ได้ซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านโดยตรง แต่ 1 ใน 3 ของพลังงานที่ใช้ในไทยผลิตจากภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งมีเส้นทางการขนส่งน้ำมันดิบที่ต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จึงได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ราคาน้ำมันล่าสุดวันที่ 3 มีนาคนนี้ น้ำมันดีเซลพุ่งไปถึงลิตรละ 4.20 บาท ถือว่าเป็นการขยับที่รุนแรงมาก ขณะที่เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขยับเพิ่มลิตรละ 1.50 บาท ทำให้คนต่างตื่นตระหนกและแห่มาเติมน้ำมัน อย่างสถานีบริการน้ำมันในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีรถป้ายทะเบียนประเทศไทยและเมียนมา แห่มาต่อคิวเติมน้ำมันถึงขนาดที่น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 หมดเลยทีเดียว

2. เงินเฟ้อขึ้นสูง เงินบาทอ่อนค่า

อย่างที่รู้กันว่าน้ำมันแพงขึ้นเมื่อไหร่ สินค้าและบริการจะขึ้นราคาตามเมื่อนั้น เพราะน้ำมันถือเป็นต้นทุนของทุกอย่าง ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก ที่จำนวนเงินเท่าเดิมซื้อแต่ซื้อของได้ลดลงหรือที่เรียกว่า ‘อำนาจซื้อลดลง’ ยิ่งถ้าสงครามยาวนาน ไทยต้องนำเข้าน้ำมันที่แพงขึ้น จะยิ่งเสียดุลการค้า ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีโอกาสอ่อนลงไปถึง 36.50-37 บาทต่อดอลลาร์

3. ราคาทองผันผวนอย่างรุนแรง

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกตื่นตระหนกและมองหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทอง ทางแม่ทองสุก หนึ่งในผู้ค้าทองรายใหญ่ของไทยได้มองว่าถ้าสถานการณ์ยืดเยื้อ ราคาทองคำมีโอกาสพุ่งขึ้นถึง 85,000-90,000 บาท ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนเกิดสงครามถึง 10% ทำให้คนแห่ซื้อทองเพื่อกระจายความเสี่ยง ถึงอย่างนั้นหากสถานการณ์นี้คลี่คลายลงได้ มีโอกาสที่ราคาทองจะปรับลดลงอย่างรวดเร็ว

ไทยมีมาตรการรับมือยังไง

จากผลกระทบทั้งหมด ประเด็นใหญ่ที่ใกล้ตัวทุกคนที่สุดในตอนนี้คือ ‘ปริมาณน้ำมัน’ เพียงพอต่อความต้องการหรือไม่ ซึ่งทางอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้ออกมาบอกว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีปริมาณน้ำมันคงเหลือ 7,660 ล้านลิตร สามารถใช้ได้ประมาณ 60 วัน และได้เริ่มมาตรการระงับการส่งออกน้ำมัน พร้อมเตรียมใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดจากราคาน้ำมันพุ่งสูง จนทำให้ราคาสินค้าและค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ยังได้จัดทำแผนเพิ่มการผลิตก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ไปจนถึงการเลื่อนแผนการซ่อมบำรุงแหล่งผลิตก๊าซธรรมชาติออกไป เพื่อลดผลกระทบในช่วงนี้ พร้อมเดินเครื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินและโรงไฟฟ้าพลังงานเต็มกำลัง เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าอีกด้วย

หลายคนต่างภาวนาให้สงครามนี้ได้ข้อสรุปที่ดีกับทุกฝ่ายและจบโดยไว ไม่รุกรานไปถึงขั้นเกิดส่งครามโลกครั้งที่ 3 เพราะถ้าสถานการณ์เข้าขั้นเลวร้ายไม่มากกว่านี้และยืดเยื้อไปหลักเดือนจนถึงหลักปี ย่อมส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจทั่วโลกมากกว่าวิกฤตน้ำมัน เงินเฟ้อ และราคาทองอย่างแน่นอน

ที่มา

cnbc.com/2026/02/28/iran-us-attack-oil-market-economy.html

france24.com/en/live-news/20260302-mideast-war-risks-sending-global-economy-into-stagflation

bbc.com/news/articles/cx2dyz6p3weo

think.ing.com/articles/war-in-the-middle-east-implications-for-markets-and-macro

investopedia.com/iran-war-has-only-effect-on-u-s-economy-so-far-forecasters-say-11917490

bbc.com/news/live/cn5ge95q6y7t

thairath.co.th/scoop/theissue/2917422

mtsgold.co.th/th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...