โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้ตา 2 ชั้นต้องยกหนังตาขึ้นไหม แตกต่างกันอย่างไร เลือกเทคนิคอย่างไรให้ได้ตาสวย ไม่ต้องแก้ซ้ำ!

Campus Star

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 17.00 น.

แก้ตา 2 ชั้นต้องยกหนังตาขึ้นไหม แตกต่างกันอย่างไร เลือกเทคนิคอย่างไรให้ได้ตาสวย ไม่ต้องแก้ซ้ำ!

แก้ตา 2 ชั้นต้องยกหนังตาขึ้นไหม? ต่างกันอย่างไร?
แก้ตา 2 ชั้นจำเป็นต้องยกหนังตาขึ้นไหม? อาจไม่มีคำตอบที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับการประเมินสภาพผิวหนังและโครงสร้างดวงตาเดิมร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือมีประสบการณ์การทำตา 2 ชั้น เพราะ ‘การยกหนังตา’ (Upper Blepharoplasty) คือเทคนิคหนึ่งที่เน้นการจัดระเบียบผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตาบนด้วยการตัดออกหรือยกขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาหนังตาตกที่ส่งผลกระทบต่อความสวยงามและการมองเห็น ส่วนการแก้ตา 2 ชั้น (Double Eyelid Revision) คือการแก้ไขชั้นตาเดิมที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นชั้นตาไม่เท่ากัน ชั้นตาหาย หรือต้องการเปลี่ยนรูปทรงใหม่ ให้กลับมามีเส้นชั้นตาที่ชัดเจนและสวยงามอีกครั้ง หากอธิบายให้เห็นภาพมาขึ้น เราอาจแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
กรณีแก้ตา 2 ชั้น ที่ควรพิจารณายกหนังตาขึ้นร่วมด้วย
การแก้ตารอบสองอาจจำเป็นต้องมีการยกหนังตา หากพบข้อบ่งชี้ที่ส่งผลต่อผลลัพธ์โดยรวม กรณี ได้แก่ หนังตาหย่อนคล้อยจากอายุหรือพันธุกรรม พบผิวหนังส่วนเกินตกลงมาทับชั้นตาเดิม ทำให้ชั้นตาดูแคบลง หรือทำให้ดูมีอายุ มีชั้นตาดูหนาและหนัก เนื้อตาเยอะเกินไปจนทำให้ตาดูปรือ ไม่สดใส การยกหนังตาจะช่วยให้ดวงตาดูโฉบเฉี่ยวและเบาสบายขึ้น นอกจากนี้ยังมีกรณีพังผืดเก่าดึงรั้ง หากการทำตา 2 ชั้นครั้งแรกทิ้งพังผืดไว้จนรั้งชั้นตาให้หลบใน การจัดการผิวหนังและเลาะพังผืดออกจะช่วยให้เปิดตาได้เต็มที่มากขึ้นนั่นเอง
กรณีแก้ตา 2 ชั้น ที่ไม่จำเป็นต้องยกหนังตาขึ้นร่วมด้วย
อยากแก้ตา 2 ชั้น แต่เมื่อวิเคราะห์โดยละเอียดแล้ว รูปตาโดยรวมของเรายังสามารถเปิดได้ดี ไม่มีสภาวะตาปรือ หรืออาการกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเข้ามาเกี่ยวข้อง ขอบตาบนยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม การแก้ตา 2 ชั้นก็อาจมุ่งเน้นไปที่การจัดเรียงชั้นตาใหม่ หรือการเย็บย้ำจุดเพื่อให้ได้เส้นชั้นตาที่คมชัดและเป็นธรรมชาติตามต้องการ ไม่จำเป็นต้องตัดแต่งผิวหนังส่วนเกิน หรือยกหนังตาให้ซับซ้อนขึ้น ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการพักฟื้น และลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดใหม่จากการผ่าตัดซ้ำซ้อนเกินความจำเป็น
เทคนิคการเลือกวิธีแก้ตา 2 ชั้น ให้ได้ตาสวย ได้ตามแบบ ลดโอกาสแก้ซ้ำ
เพื่อให้ผลลัพธ์การแก้ตา 2 ชั้นเป็นครั้งสุดท้าย และไม่ต้องเผชิญกับการแก้ไขซ้ำรอบที่สาม หรือรอบอื่นๆ ตามมา ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
1) การปรับกล้ามเนื้อตา แก้ปัญหา Ptosis หากมีอาการตาดูง่วงนอนตลอดเวลา สาเหตุมักมาจากกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง การมุ่งเน้นการแก้ไขที่ชั้นตาที่คมชัด ดูเท่ากันอาจยังไม่ครอบคลุม แต่ต้องอาศัยเทคนิคปรับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตาร่วมด้วย เพื่อให้ดวงตาเปิดชัด และสดใสมากขึ้น เช่น เลือกใช้เทคนิคยกหนังตา เป็นต้น
2) การจัดการพังผืดและไขมันเก่า เป็นอีกข้อพิจารณาสำคัญ หากพบพังผืดและไขมันเก่าเป็นจำนวนมาก แพทย์ต้องอาศัยความชำนาญในการเลาะพังผืดจากการผ่าตัดครั้งก่อนอย่างประณีต เพื่อไม่ให้ชั้นตาใหม่ดูแข็งทื่อ หรือเกิดปัญหารอยพับซ้อนที่ไม่ต้องการ
3) ดีไซน์ที่เหมาะสมกับโครงหน้า ในครั้งแรกเราอาจเลือกไปที่ไลฟ์สไตล์ความชอบ มากกว่าลักษณะที่เข้ากับโครงสร้างรูปหน้า จนส่งผลให้ตาเมื่อทำตา 2 ชั้นมาแล้ว เส้นชั้นตาดูหนาไป บางไป ไม่เข้ากับลุคตนเอง แนะนำให้คำนึงถึงระยะห่างระหว่างคิ้วและเบ้าตาเดิม เพื่อให้ได้ชั้นตาที่ดูพอดี บาลานซ์กับใบหน้า ไม่สูง หรือลึกจนเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
จบปัญหาแก้ตา 2 ชั้นซ้ำซ้อนที่ Saonanon Clinic
การแก้ไขตา 2 ชั้นที่เคยผ่านการผ่าตัดมาแล้วครั้งหนึ่ง ต้องการความละเอียดและความแม่นยำสูง ที่ Saonanon Clinic (เศาณานนท์คลินิก) พร้อมดูแลทุกเคสแก้ตา โดยจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างรอบดวงตา มีประสบการณ์หลากหลายเคส มีความเกี่ยวกับระบบการทำงานของกล้ามเนื้อและผิวหนังรอบดวงตา ทุกเคสจะได้รับการประเมินและวิเคราะห์สาเหตุอย่างตรงจุด เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการยกหนังตา การเลาะพังผืด หรือการปรับกล้ามเนื้อตา ครบ จบ ทุกปัญหาด้านดวงตา ปรึกษา Saonanon Clinic!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...