โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ภาคการท่องเที่ยวไทย ผนึกกำลังดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง บูรณาการความร่วมมือรัฐ–เอกชน ยืนยันความพร้อมและมาตรการช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

สวพ.FM91

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 04.05 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการมาตรการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินหรือแผนการเดินทาง เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างปลอดภัยและอุ่นใจสูงสุด ตอกย้ำภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและความอุ่นใจของนักท่องเที่ยวทุกคน โดยภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย ทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือร่วมใจกันในการให้ความช่วยเหลือและดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่ง ททท. จะทำหน้าที่เป็นกลไกกลางในการสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องให้ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวได้รับทราบอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ ททท. สำนักงานในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ อาทิ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ได้ช่วยประสานในการดูแลนักท่องเที่ยว ทั้งในเรื่องโรงแรมที่พัก ให้ข้อมูลข่าวสารอำนวยความสะดวกการเดินทาง รวมทั้งประสานงานผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็น สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวและสมาคมโรงแรมจังหวัดภูเก็ต กระบี่ พังงา ต่างร่วมกันออกมาตรการช่วยเหลือให้ผู้ประกอบการช่วยบรรเทาผลกระทบแก่นักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม ความร่วมมือของทุกภาคส่วนในครั้งนี้สะท้อนถึงความพร้อมของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยในการดูแลนักท่องเที่ยวด้วยความรับผิดชอบ ตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวทั่วโลก

สำหรับมาตรการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ได้เพิ่มการอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลและการประสานงานภายในท่าอากาศยาน จัดเตรียมน้ำดื่มแจกจ่ายแก่ผู้โดยสารที่รอเช็กอิน และจัดพื้นที่รองรับให้เพียงพอ ตลอดจนประสานงานกับสายการบินอย่างใกล้ชิด เพื่อบริหารจัดการเที่ยวบินและดูแลผู้โดยสารให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ขณะที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดพังงา และสมาคมโรงแรมจังหวัดพังงา, สมาคมโรงแรมจังหวัดกระบี่ ขอความร่วมมือผู้ประกอบการพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมการเลื่อนการเดินทางหรือเลื่อนการเข้าพัก (Reschedule) และยกเว้นค่าธรรมเนียมการยกเลิก (Cancellation) สำหรับนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมถึงเสนออัตราพิเศษหรือเงื่อนไขที่เหมาะสม

สำหรับนักท่องเที่ยวที่จำเป็นต้องขยายระยะเวลาการพำนัก ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเกี่ยวกับสถานการณ์และเที่ยวบิน ในส่วนของสายการบินได้มีการผ่อนผันเงื่อนไขการเปลี่ยนแปลงหรือเลื่อนการเดินทางตามสถานการณ์ รวมทั้งดูแลจัดโรงแรมที่พักให้กับนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความกังวลของผู้โดยสาร

นอกเหนือจากมาตรการดูแลเฉพาะหน้า ภาครัฐได้กำหนดนโยบายเชิงรุก เพื่อรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางในมิติการท่องเที่ยวอย่างรอบด้าน โดยแบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ ได้แก่

ระยะสั้น มุ่งกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งเสริมให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวไทยมากยิ่งขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากการชะลอการเดินทางออกนอกประเทศ และรักษาการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจการท่องเที่ยว พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการในประเทศให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องภายใต้สถานการณ์ที่ผันผวน

ระยะยาว มุ่งเสริมศักยภาพประเทศไทยสู่การเป็น “Second Hub” ทางการบิน เพื่อบริหารความเสี่ยงจากการพึ่งพาศูนย์กลางการบินในพื้นที่ที่มีความไม่แน่นอน พร้อมผลักดันการเพิ่มโอกาสเที่ยวบินตรงของสายการบินไทยสู่ตลาดสำคัญทั่วโลก อันจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เสริมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบการเดินทางระหว่างประเทศในอนาคต

ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่มีแผนเดินทางไปยังประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลางหรือพื้นที่ใกล้เคียง ขอให้ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินอย่างใกล้ชิด ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบิน เคาน์เตอร์สายการบิน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือช่องทางติดต่อโดยตรงของสายการบิน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ AOT Contact Center โทร. 1722 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์

หากต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางหรือประสานขอความช่วยเหลือ สามารถติดต่อ TAT Call Center โทร 1672 Travel Buddy หรือสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว โทร 1155

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...