[Vision Exclusive] OR มุ่งรักษาแชมป์กาแฟไทย ดัน Non-Beverage ต่อยอดโต
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 13.46 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 06.30 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - OR มุ่งรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ร้าน Café Amazon ตั้งเป้ายอดขายโตไม่ต่ำกว่าตลาดเดินหน้าเปิดสาขาใหม่ในไทยอีก 300 สาขา รับตลาดกาแฟขยายตัวต่อเนื่อง ควบคู่รุกตลาดต่างประเทศ พร้อมเร่งเครื่อง Non-Beverage ลุย Digital Store สร้างกำไรและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
นายไกรพิท เปรมมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยกับ “ทีมข่าวหุ้นวิชั่น” ว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจ ของร้านคาเฟ่ อเมซอน (Café Amazon) ในปี 2569 บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นรักษาแชมป์ หรือครองส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) เป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขายที่เติบโตไม่ต่ำกว่าตลาด โดยตลาดกาแฟถือว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ซึ่งบริษัทฯ มองว่าตลาดกาแฟในไทย ยังมีการเติบโตได้อีกมาก เป็นไปตามการบริโภคเครื่องดื่มกาแฟของคนไทยที่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชีย
ทั้งนี้ในปีนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าขยายสาขาร้าน Café Amazon เฉพาะในประเทศไทยเพิ่มอีกประมาณ 300 สาขา คิดเป็นการเติบโตราว 6% ครอบคลุมทั้งในและนอกสถานีบริการน้ำมัน PTT Station
ส่วนสาขาในต่างประเทศ ยังคงเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นเตรียมเปิดสาขา ร้าน Café Amazon ในประเทศบังคลาเทศ 5 สาขา โดยมองว่าเป็นประเทศที่มีประชากรจำนวนมาก และมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ พร้อมด้วยการขยายสาขาในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคที่ชอบเครื่องดื่มเย็นคล้ายไทย รวมถึงอยู่ระหว่างศึกษาโอกาสการขยายสาขาไปยังประเทศอินโดนีเซีย จากเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง ด้วยจำนวนประชากร และขนาดเศรษฐกิจ ซึ่งบริษัทกำลังศึกษาและมองหาพาร์ทเนอร์ท้องถิ่นที่แข็งแกร่ง ที่มีทั้งเงินทุนและความเข้าใจในตลาดเพื่อสร้างการเติบโต
ณ สิ้นปี 2568 ร้าน Café Amazon มีสาขารวมในประเทศไทย จำนวน 4,705 สาขา จำแนกเป็นสาขาในสถานีบริการ 2,404 สาขา และนอกสถานีบริการ 2,301 สาขา อีกทั้งมีร้าน Café Amazon ในต่างประเทศ กว่า 300 สาขา ครอบคลุมใน 8 ประเทศ
*Non-Beverage เครื่องยนต์ใหม่สร้างกำไร
นอกจากการสร้างการเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่มแล้ว บริษัทฯ จะให้ความสำคัญกับกลุ่ม Non-beverage (สินค้าที่ไม่ใช่เครื่องดื่ม) ประกอบด้วย เบเกอรี่, สินค้า Merchandise (เช่น แก้วลิขสิทธิ์ Disney) และสินค้า Home Use (กาแฟแคปซูล/ดริป) มากยิ่งขึ้น โดยยอมรับว่าการเพิ่มยอดขายกาแฟเพียงอย่างเดียวอาจมีข้อจำกัดด้านจำนวนแก้วที่คนสามารถดื่มได้ แต่กลุ่มสินค้า Non-beverage มีโอกาสเติบโตได้อีกมาก และจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการรักษาและผลักดันระดับกำไรให้สูงขึ้น ผ่านการใช้กลยุทธ์ Bundle Set (เครื่องดื่มคู่เบเกอรี่) และการขยายบริการ Catering ในสาขาที่ตั้งอยู่ในอาคารสำนักงาน เพื่อเพิ่มยอดขาย
*มุ่งสู่ Digital Store
เพื่อแก้ปัญหา Pain Point เรื่องการรอคิวในพื้นที่เร่งด่วน เช่น อาคารสำนักงาน หรือโรงพยาบาล OR ได้พัฒนา Digital Store โดยการใช้งาน ผู้บริโภคสามารถสั่งสินค้า หรือเครื่องดื่มผ่าน QR Code หรือตู้ Kiosk พร้อมทั้งเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ผ่านระบบสมาชิก blueplus+/ Café Amazon Reward เพื่อสร้าง Loyalty และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่มองว่าการดื่มกาแฟไม่ใช่แค่เรื่องของคาเฟอีน แต่คือ "ไลฟ์สไตล์"
อย่างไรก็ตามโมเดลนี้จะเริ่มนำไปใช้กับสาขา Café Amazon อื่น ๆ ต่อไป จากปัจจุบันประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังเปิดให้บริการ Café Amazon Digital Store แห่งแรกของประเทศ ที่สาขา Forestry ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) โดยได้ร่วมมือกับทาง LINE MAN โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อและรับเครื่องดื่มที่ร้าน Café Amazon ได้สะดวกผ่านโทรศัพท์มือถือของตนเอง โดยไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเพิ่มเติม เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิม
*ชู Supply Chain แข็งแกร่ง
นายไกรพิท กล่าวว่า จุดแข็งที่ทำให้ Café Amazon ได้เปรียบคู่แข่งอย่างชัดเจน คือ การมี Supply Chain ที่ครบวงจร โดยมีทั้งโรงคั่วกาแฟ ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ, โรงงานผลิตเบเกอรี, ศูนย์กระจายสินค้า ไปจนถึงโรงงานผลิตแก้วที่เพิ่งเปิดดำเนินการ
การควบคุมห่วงโซ่อุปทานด้วยตัวเองช่วยให้บริษัทสามารถ บริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและมีประสิทธิภาพ แม้ราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกจะผันผวน บริษัทก็สามารถวางแผนการจัดซื้อระยะยาวและมีสต็อกเพียงพอเพื่อรักษาระดับราคาไม่ให้กระทบต่อผู้บริโภค
รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision