บิ๊กทีมว่าไง?! 'เซาท์เกต' เผยมีแค่งานระดับสูงที่ยั่วใจ
แกเร็ธ เซาท์เกต กล่าวว่ามีเพียงบทบาทสำคัญระดับสูงเท่านั้นที่จะดึงดูดให้เขากลับมาคุมทีมอีกครั้ง พร้อมเชื่อว่าเขาจะทำผลงานได้ดีกว่าเฮ้ดโค้ชหลายคนที่ประสบปัญหาในการประสบความสำเร็จกับสโมสรใหญ่ๆ
ผู้จัดการทีมวัย 55 ปี ซึ่งลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติ อังกฤษ หลังจากแพ้ สเปน ในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปปี 2024 ยอมรับว่าเขา "ไม่ได้มองหา" บทบาทใหม่ แม้ว่าจะห่างหายจากข้างสนามไปกว่า 18 เดือนแล้วก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เซาท์เกต ปฏิเสธที่จะตัดความเป็นไปได้ในการกลับไปพรีเมียร์ลีก หลังจากมีข่าวเชื่อมโยงกับตำแหน่งงานในลีกสูงสุดหลายแห่งนับตั้งแต่ลาออกจากทีมชาติอังกฤษ
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในสโมสรที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ เซาธ์เกต มากที่สุด เนื่องจากคาดว่าพวกเขาจะมองหาผู้จัดการทีมคนใหม่เมื่อจบฤดูกาล
เซาธ์เกต ซึ่งเคยคุมทีม มิดเดิลสโบรห์ ในลีกสูงสุดก่อนจะมาร่วมทีมชาติอังกฤษ ยอมรับว่าเขาไม่ค่อยสนใจที่จะคุมทีมระดับกลางตาราง
เขากล่าวในรายการพอดแคสต์ The Football Boardroom ว่า “ผมไม่มีความกระตือรือร้นที่จะไปคุมทีมในพรีเมียร์ลีก ผมเคยทำแบบนั้นตอนอายุ 35 ปี ผมจบอันดับ 11 หรือ 12 ตอนนี้ใครอยู่ในอันดับเหล่านั้นบ้างนะ อาจจะเป็น บอร์นมัธ หรือ ไบรท์ตัน?”
“ดังนั้น ผมจึงไม่รู้สึกว่าจำเป็นต้องไปทำมันเพื่อที่จะบอกว่าผมเคยคุมทีมในพรีเมียร์ลีกมาแล้ว”
“ผมเคยได้งานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งในวงการฟุตบอลโลกมาแล้ว ดังนั้นผมจึงโชคดีมาก ได้เจอค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ ได้ทำงานกับนักเตะที่ยอดเยี่ยม ไม่มีเจ้าของทีมเข้ามาแทรกแซง”
“สิ่งที่คนภายนอกพูดกันก็คือ "ก็เขาไม่ได้แชมป์นี่นา" แล้วคุณจะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าคุณสามารถคว้าแชมป์ได้? คุณต้องไปอยู่กับสโมสรใหญ่ๆ สักแห่ง”
ในช่วงท้ายของการคุมทีมชาติ เซาท์เกต ถูกวิพากษ์วิจารณ์ที่ไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์รายการสำคัญได้ โดยอังกฤษยังไม่เคยคว้าแชมป์รายการใหญ่ใดๆ นับตั้งแต่ฟุตบอลโลกปี 1966
เซาท์เกต มั่นใจว่าเขาสามารถรับบทบาท "ใหญ่" ในลีกสูงสุดได้ โดยกล่าวเสริมว่า "ตอนนี้เรารู้จักสโมสรใหญ่เหล่านั้นแล้ว… ผมคิดว่าผมจะทำผลงานได้ดีเหมือนกับคนที่เคยคุมสโมสรเหล่านั้นเมื่อเร็วๆ นี้หรือไม่? ผมจะทำได้ดีกว่าไหม? ผมคิดว่าผมทำได้"
"แต่เราได้พูดคุยกันถึงภาระที่มาพร้อมกับการแต่งตั้งผม หากคุณเป็นเจ้าของสโมสร"
"และมันก็มีข้อเท็จจริงอยู่บ้าง ผมเข้าใจว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้นมาจากอะไร มีส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมอาจเป็นตัวเลือกที่ซับซ้อนสำหรับสโมสร"
เซาท์เกต ไม่อยากรีบร้อนที่จะกลับมาคุมทีม โดยยอมรับว่า "ผมไม่อยากไปคุมทีมชาติอื่น สโมสรเหรอ? พูดตามตรง มันไม่ใช่สิ่งที่ผมกำลังมองหาอยู่"
“ตอนนี้ สองปีหลังจากออกจากงานทีมชาติ อังกฤษ ผมไม่ได้มองหางานโค้ชอย่างจริงจัง ถ้าการแข่งขันนัดชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพเป็นจุดเปลี่ยน (ในด้านการเป็นโค้ช) ผมก็คงไม่กังวลเรื่องนั้น”
“เพราะชีวิตผมยังมีอีก 15-20 ปีข้างหน้า และผมก็ยังตื่นเต้นกับการดูวิดีโอ ดูภาพยนตร์ และส่วนอื่น ๆ ของชีวิตผมอยู่”