ราคาน้ำมันโลก ทะลุ 100 ดอลลาร์ ฉุดฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐดิ่ง 800 จุด ผวาสงครามอิหร่าน
ตลาดการเงินเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยแรงเทขาย หลังราคาน้ำมันพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากความตึงเครียดสหรัฐฯ–อิหร่าน ส่งผลให้สัญญาฟิวเจอร์สดาวโจนส์ร่วงกว่า 800 จุด
วันที่ 9 มีนาคม 2569 เวลา 07.00 น . สำนักข่าว CNBC รายงานว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงลงอย่างหนักในช่วงเปิดสัปดาห์การซื้อขาย ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยกระดับขึ้น สร้างความกังวลว่าต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
สัญญาฟิวเจอร์สของดัชนี Dow Jones Industrial Average ลดลง 806 จุด หรือประมาณ 1.7% ขณะที่ฟิวเจอร์สของ S&P 500 และ Nasdaq 100 ต่างปรับตัวลดลงประมาณ 1.5%
ในตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) พุ่งขึ้นราว 18% แตะระดับมากกว่า 108 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 100 ดอลลาร์นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ในช่วงที่ตลาดกำลังตอบสนองต่อผลกระทบจากสงครามรัสเซีย–ยูเครน
ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของตลาดโลก เพิ่มขึ้นประมาณ 16% อยู่เหนือระดับ 107 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในสหรัฐฯ เมื่อต้นปีอยู่ต่ำกว่า 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงพุ่งของราคาน้ำมันเกิดขึ้นหลังผู้ผลิตน้ำมันรายสำคัญในตะวันออกกลางลดกำลังการผลิต เนื่องจากการปิดช่องแคบ Strait of Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกยังคงดำเนินต่อไป
รายงานระบุว่า คูเวต ได้ประกาศลดกำลังการผลิตน้ำมัน แม้จะไม่ได้เปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจน ขณะที่ อิรัก มีรายงานว่าการผลิตน้ำมันลดลงถึง 70%
นักวิเคราะห์ในวอลล์สตรีทจำนวนมากมองว่า ระดับราคาน้ำมัน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หากสงครามยังยืดเยื้อและราคาพลังงานไม่ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความเมื่อวันอาทิตย์ว่า การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันในระยะสั้นถือเป็น “ราคาที่เล็กน้อยมาก” เมื่อเทียบกับการทำลายภัยคุกคามด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ขณะเดียวกัน สัญญาณของการคลี่คลายความขัดแย้งยังมีน้อย แม้ทรัมป์จะกล่าวว่าสงคราม “ชนะไปแล้ว” โดยมีรายงานว่าอิหร่านได้แต่งตั้ง โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากตลาดวอลล์สตรีทเผชิญสัปดาห์ที่ผันผวนอย่างหนัก จากแรงพุ่งของราคาน้ำมันอันเป็นผลจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 35% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายสัญญาน้ำมันล่วงหน้าในปี 1983
ในด้านตลาดหุ้น ดัชนี Dow Jones ปรับตัวลดลงประมาณ 3% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายน 2025 เมื่อการประกาศมาตรการภาษีของทรัมป์สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาด
ขณะที่ดัชนี S&P 500 ปรับลดลงประมาณ 2% และ Nasdaq Composite ลดลง 1.2%
Rick Rieder ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ BlackRock ระบุว่า ตลาดกำลังอยู่ในภาวะวิตกกังวลอย่างมาก เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินผลกระทบและระยะเวลาของสงครามในตะวันออกกลางได้อย่างชัดเจน
เขากล่าวว่า ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินในหลายด้าน และทำให้เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงในบางส่วนของตลาด เนื่องจากนักลงทุนพยายามลดความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนหรือทำการป้องกันความเสี่ยง
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจในวันจันทร์ยังไม่มีตัวเลขสำคัญที่จะประกาศ แต่ตลอดสัปดาห์นี้นักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยข้อมูล เงินเฟ้อ การจ้างงาน และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
นอกจากนี้ ตลาดยังติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน โดย Hewlett Packard Enterprise จะรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดในวันจันทร์ ก่อนที่บริษัทอย่าง Kohl’s, Oracle, Dollar General และ Dick’s Sporting Goods จะทยอยประกาศผลประกอบการในช่วงปลายสัปดาห์
อ้างอิง : cnbc.com