โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

"พี่ศรีฯ"มาแล้ว ร้องป.ป.ช.สอบนายกฯ ยกเว้นขายน้ำมันให้ลาว-พม่า

Khaosod

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 07.35 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 07.35 น.

"พี่ศรีฯ" มาแล้ว ร้อง ป.ป.ช.สอบอนุทิน ออกคำสั่งยกเว้นขายน้ำมันให้ลาว-พม่า ตั้งกรรมการ ศบก.เป็นการขัดกันแห่งผลกระโยชน์หรือไม่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 9 มี.ค.2569 ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนชี้มูลความผิดนายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์หรือไม่

ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายอนุทิน ชาญวีรกุลได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 2/2569 ให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมาย ว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ระงับการส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิง แต่กลับยกเว้น สปป.ลาว และสหภาพเมียนมา

และลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 53/2569 จัดตั้งศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. โดยให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ ซึ่งเคยทำธุรกิจพลังงาน มีปั๊มชื่อดัง แต่ผ่องถ่ายให้น้องชายแล้ว มาเป็น ผอ.ศูนย์ฯ อาจถือได้ว่าเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา184 - 186 ห้ามไว้

ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้สัมภาษณ์ว่า การยกเว้นการห้ามส่งน้ำมันไป สปป.ลาวและพม่านั้น เนื่องจากไทยต้องพึ่งพาการซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว แต่ทว่าโรงไฟฟ้าใน สปป.ลาวส่วนใหญ่ที่รัฐบาลไปเซ็นสัญญาซื้อไฟมานั้น เป็นโครงการของกลุ่มทุนใหญ่ของไทย ที่ข้ามพรมแดนไปลงทุนโดยใช้ทรัพยากรของเพื่อนบ้าน แล้ววกกลับมาทำสัญญาผูกมัดให้คนไทย ต้องควักเงินจ่ายในราคาแพงผ่านใบเสร็จค่าไฟทุกสิ้นเดือน

ส่วนการแต่งตั้งบิ๊กบริษัทน้ำมันเบอร์หนึ่งของไทยมาร่วมเป็นกรรมการ ศบก.ด้วย การเข้ามาเป็นกรรมการ ศบก.ย่อมเกี่ยวพันกับการกำหนดมาตรการด้านพลังงานรองรับปัญหาผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลาง อาจเป็นคุณหรือโทษต่อบริษัทดังกล่าวได้ ซึ่งจะสามารถรู้ข้อมูลข่าวสารและมาตรการต่าง ๆ ของทางราชการได้ก่อนใคร ก่อนคู่แข่ง ก่อนที่นายกจะนำมาตรการที่ ศบก.กำหนดไปบังคับใช้ จึงเป็นเรื่องของการขัดกันแห่งผลประโยชน์ทั้งสิ้น

การใช้อำนาจลงนามในคำสั่งของนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งมีความสัมพันธ์สอดรับกัน จึงอาจเข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง และกระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์

ซึ่งเป็นอำนาจของ ป.ป.ช.ที่จะดำเนินการไต่สวนและชี้มูลความผิดได้ หากตรวจสอบแล้วเป็นไปตามข้อมูลการร้องเรียนให้เร่งเสนอศาลฎีกาเพื่อพิจารณาสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ และพิจารณาลงโทษตามครรลองของกฎหมายต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "พี่ศรีฯ"มาแล้ว ร้องป.ป.ช.สอบนายกฯ ยกเว้นขายน้ำมันให้ลาว-พม่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...