โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สรุปภาวะหุ้นไทยเดือน ก.พ. ดัชนีพุ่ง 21.3% ยืนเหนือ 1,500 จุด รับเงินทุนไหลเข้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 07.47 น. • The Bangkok Insight

สรุปภาวะหุ้นไทยเดือน ก.พ. ดัชนีปิดที่ระดับ 1,528.26 จุด พุ่ง 21.3% นับตั้งแต่ต้นปี รับกระแสเงินทุนไหลเข้าของผู้ลงทุนต่างประเทศ

SET Index ณ สิ้นเดือน ก.พ. 2569 ปิดที่ระดับ 1,528.26 จุด เพิ่มขึ้น 15.3% จากเดือนก่อนหน้า และ 21.3% นับตั้งแต่ต้นปี การปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นในเดือน ก.พ. ได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนไหลเข้าของผู้ลงทุนต่างประเทศภายหลังความชัดเจนของผลการเลือกตั้งภายในประเทศ ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองของไทยประกอบกับเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4/2568 ขยายตัวดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์

สรุปภาวะหุ้นไทย

นอกจากนี้ ศาลฎีกาสหรัฐมีคำวินิจฉัยว่าการใช้กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) เพื่อจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้างเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตของประธานาธิบดี ทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องใช้อำนาจภายใต้มาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติการค้าปี 1974 (Trade Act of 1974) ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าจากทั่วโลกในอัตรา 10% ก่อนปรับขึ้นเป็น 15% ในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม อัตราดังกล่าวยังคงต่ำกว่าอัตราที่เคยจัดเก็บภายใต้กฎหมาย IEEPA จึงส่งผลเชิงบวกต่อภาคการส่งออกของไทย

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกลยุทธ์องค์กรและการเงิน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ดัชนีอุตสาหกรรมทุกกลุ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือน ก.พ. นำโดยหุ้นขนาดใหญ่ใน MSCI Thailand Index อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและคาดเดาได้ยาก ส่งผลให้ผู้ลงทุนเข้าสู่ภาวะ Risk-Off โดยขายสินทรัพย์เสี่ยง และโยกย้ายเงินทุนกลับเข้าสู่สินทรัพย์ปลอดภัย

ทั้งนี้ ตลาดทุนไทยมีแนวโน้มเผชิญความผันผวนในระยะสั้น โดยในอดีต SET Index มักแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการฟื้นตัว (Resilience) จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมาตรการรองรับความผันผวนของตลาดที่อาจเกิดขึ้น และพร้อมที่จะนำมาใช้หากมีความจำเป็น เพื่อให้ผู้ลงทุนมีเวลาในการทบทวนข้อมูลและตัดสินใจลงทุนอย่างรอบคอบ

สรุปภาวะหุ้นไทย

ภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือน ก.พ. 2569

  • ณ สิ้นเดือน ก.พ. SET Index ปิดที่ 1,528.26 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 21.3% นับตั้งแต่ต้นปี และเพิ่มขึ้น 15.3% จากเดือนก่อนหน้า โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2568 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มทรัพยากร
  • ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) อยู่ที่ 72,999 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 59,748 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ในเดือน ก.พ. 2569 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 54,560 ล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 และตั้งแต่ต้นปีถึงเดือน ก.พ. 2569 นักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิ 58,905 ล้านบาท
  • ผู้ลงทุนรายย่อยในประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 32.79% อย่างไรก็ดี ผู้ลงทุนต่างประเทศยังคงมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดที่ระดับ 51.74% ของมูลค่าการซื้อขายรวม ทั้งนี้ผู้ลงทุนสถาบันในประเทศ และบริษัทหลักทรัพย์ มีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 8.79% และ 6.68% ตามลำดับ

Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้น ก.พ. 2569 อยู่ที่ระดับ 16.0 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 15.1 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 17.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 18.6 เท่า

อัตราเงินปันผลตอบแทนของตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ สิ้น ก.พ. 2569 อยู่ที่ระดับ 3.68% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 2.67%

ภาวะตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เดือน ก.พ. 2569

ในเดือน ก.พ. 2569 มีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 668,476 สัญญา เพิ่มขึ้น 47.1% จากเดือนก่อน ที่สำคัญจากการเพิ่มขึ้นของ SET50 Index Futures และ Single Stock Futures ส่งผลให้ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวม อยู่ที่ 561,465 สัญญา เพิ่มขึ้น 34.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...