โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หลักฐานใหม่โผล่! วิดีโอชี้ขีปนาวุธสหรัฐฯ ตกใกล้โรงเรียนอิหร่าน คร่าเด็กกว่า 160 ชีวิต

tvpoolonline.com

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TV Pool

สื่ออิหร่านเผยแพร่หลักฐานใหม่ที่อ้างว่าแสดงให้เห็นขีปนาวุธพุ่งตกในพื้นที่ใกล้โรงเรียนประถมหญิงล้วนในเมืองมินาบ ซึ่งเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 160 ราย

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจากกรณีการโจมตีบริเวณใกล้โรงเรียนในเมืองมินาบ ประเทศอิหร่าน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของอิหร่านเอง อย่างไรก็ตาม หลักฐานวิดีโอที่เผยแพร่ออกมาใหม่ได้สร้างข้อสงสัยต่อคำกล่าวอ้างดังกล่าว

วิดีโอที่ถูกเผยแพร่โดย Mehr News Agency แสดงให้เห็นภาพการโจมตีทางอากาศที่มุ่งเป้าไปยังอาคารแห่งหนึ่งภายในฐานทัพเรือของ Islamic Revolutionary Guard Corps (IRGC) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนประถมศึกษาในเมืองมินาบ โดยภาพดังกล่าวถือเป็นหลักฐานวิดีโอครั้งแรกที่แสดงให้เห็นขีปนาวุธโจมตีบริเวณดังกล่าวอย่างชัดเจน

จากการวิเคราะห์ภาพในวิดีโอ พบว่าอาวุธที่ใช้มีลักษณะภายนอกคล้ายกับขีปนาวุธร่อนโจมตีภาคพื้นดิน “โทมาฮอว์ก” (Tomahawk Land Attack Missile – TLAM) รุ่น BGM หรือ UGM-109 ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ และสามารถยิงได้จากเรือรบหรือเรือดำน้ำ ขณะที่อิสราเอลไม่ได้ใช้อาวุธประเภทนี้

ระหว่างที่กล้องแพนไปทางด้านขวา ยังปรากฏกลุ่มควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นจากทิศทางของโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ตัยยิบา ในเมืองมินาบ ขณะเดียวกันมีประชาชนจำนวนหลายสิบคนวิ่งหลบหนีออกจากพื้นที่ด้านหน้าโรงเรียน

ด้าน Sam Lair นักวิจัยจาก James Martin Center for Nonproliferation Studies (CNS) ระบุว่า ลักษณะของอาวุธที่ปรากฏในวิดีโอมีความสอดคล้องกับขีปนาวุธ TLAM ของสหรัฐฯ

เขาอธิบายว่า อาวุธดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะที่สามารถสังเกตได้จากภาพ ได้แก่ รูปร่างคล้ายกากบาท มีปีกอยู่ตรงกลางลำตัวและหางอยู่ด้านหลัง อีกทั้งวิดีโอยังถูกถ่ายจากระยะประมาณ 250 เมตรจากจุดที่คาดว่าเป็นตำแหน่งตกกระทบ ซึ่งบ่งชี้ว่าอาวุธต้องมีขนาดค่อนข้างใหญ่ จึงตัดความเป็นไปได้ของอาวุธชนิดอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน เช่น GBU-69B ออกไป

ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธหลายรายเห็นพ้องกับการประเมินดังกล่าว พร้อมระบุว่าขีปนาวุธ TLAM มักถูกใช้ในช่วงเริ่มต้นของการโจมตี ก่อนที่ฝ่ายโจมตีจะสามารถครองอากาศเหนือพื้นที่เป้าหมายได้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าอาคารใดเป็นเป้าหมายหลักของการโจมตี โดยการวิเคราะห์เบื้องต้นคาดว่าอาจเป็นอาคารภายในหรือใกล้กับคลินิกทางการแพทย์ที่ดำเนินการโดย IRGC ภายในฐานทัพดังกล่าว

ก่อนหน้านี้ การสืบสวนของสื่อต่างประเทศหลายแห่งระบุว่า สหรัฐฯ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีครั้งนี้ โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายดาวเทียม วิดีโอที่สามารถระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ได้ คำแถลงจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ รวมถึงการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญด้านยุทโธปกรณ์ ซึ่งทั้งหมดชี้ว่าโรงเรียนถูกโจมตีในช่วงเวลาใกล้เคียงกับการโจมตีฐานทัพเรือของ IRGC ที่อยู่ใกล้เคียง

วิดีโอใหม่ยังเผยให้เห็นกลุ่มควันในพื้นที่ใกล้เคียงในช่วงเวลาเดียวกับการโจมตี ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจมีการโจมตีเป้าหมายอื่นในบริเวณใกล้เคียงก่อนหน้าไม่นาน โดยวิดีโอที่ผ่านการระบุตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ยังแสดงให้เห็นขีปนาวุธร่อนพุ่งชนอาคารแห่งหนึ่งภายในฐานทัพอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าวิดีโอดังกล่าวจะไม่แสดงช่วงเวลาที่ขีปนาวุธพุ่งชนโรงเรียนโดยตรง แต่ผู้เชี่ยวชาญประเมินว่าเหตุการณ์ดังกล่าวน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการโจมตีชุดเดียวกัน และอาจมีขีปนาวุธร่อนหลายลูกถูกใช้ในการโจมตีครั้งนั้น

ขณะเดียวกัน สื่อต่างประเทศยังคงพยายามติดตามและขอภาพซากอาวุธที่ตกในบริเวณโรงเรียน เนื่องจากหลักฐานดังกล่าวถือเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันแหล่งที่มาของการโจมตี และหากยังไม่มีหลักฐานดังกล่าว การสรุปความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้ก็ยังไม่สามารถทำได้อย่างชัดเจน.

https://www.khaochaobaan.com/wp-content/uploads/2026/03/tomahawk.mp4

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...