ไผ่-กชณิชา ฐิติชนาโชติ เอนเนอจี้ที่ทำให้ชาชีสแก้วนี้ไม่เหมือนใคร
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 04.55 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารในโลกของชาชีส ชื่อของ Nose Tea กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับคนรักชาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเมนูใหม่หรืออีเวนต์เซอร์ไพรส์ที่ชวนให้แฟนๆ ได้สนุกกันแทบทุกเดือน เบื้องหลังไอเดียที่เต็มไปด้วยพลังและแพชชั่นนั้น ขับเคลื่อนโดย ไผ่–กชณิชา ฐิติชนาโชติ และในเดือนพิเศษที่มี “วันสตรีสากล” เราจึงถือโอกาสชวนคุณไผ่มานั่งพูดคุยถึงมุมมองการทำงานในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ รวมถึงวิธีบาลานซ์ชีวิตให้ยังคงเปี่ยมไปด้วยเอนเนอจี้ในทุกบทบาทของเธอ
วันที่ตัดสินใจก้าวมาเป็นผู้บริหาร มอง"ความเป็นผู้หญิง" ของตัวเองอย่างไร
วันที่ตัดสินใจทำ Nose Tea ไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย คิดแค่ว่าเราอยากทำสิ่งนี้ มีไอเดีย มีความตั้งใจ แค่นั้นเลย แต่พอเดินมาเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นว่าความเป็นผู้หญิงของเรามันไม่ใช่ข้อจำกัด มันกลับเป็นเลนส์ที่ทำให้เรามองเห็นอะไรบางอย่างที่คนอื่นอาจมองข้าม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายละเอียดของสินค้า ความรู้สึกของลูกค้า หรือแม้แต่บรรยากาศในทีม การเป็นผู้หญิงทำให้ต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่นในโลกธุรกิจไหม
มีบ้าง ไม่โกหก โดยเฉพาะช่วงแรกๆ ที่ต้องไปเจรจากับพาร์ตเนอร์หรือซัพพลายเออร์ บางทีเขามองมาแล้วรู้สึกได้ว่าเขายังไม่เชื่อเรา 100% แต่ไผ่ไม่ได้เอามานั่งเจ็บปวดนะ เอามาเป็นแรงผลักมากกว่า ให้ตัวเลขพูดแทน ให้ผลงานพูดแทน พอแบรนด์โตขึ้น สาขาเปิดเพิ่ม ยอดขายชัดเจน คนก็เริ่มฟังเราเอง
โมเมนต์ที่ทำให้รู้สึกว่า"เราแกร่งกว่าที่คิด”
ช่วงที่ขยายสาขาเร็วมากแล้วต้องบริหารทุกอย่างพร้อมกัน ทั้งคน ทั้งเงิน ทั้งคุณภาพ มีวันนึงที่ปัญหามาพร้อมกันหมดเลย ทั้งเรื่องสาขา เรื่องทีม เรื่องต้นทุน แล้วเราก็ยังนั่งอยู่ตรงนั้น ยังแก้ทีละเรื่อง ยังไม่ล้ม ตอนนั้นแหละที่รู้สึกว่า เฮ้ย เราไม่ได้เปราะบางอย่างที่ตัวเองเคยกลัวนะ อคติหรือกรอบความคิดเกี่ยวกับผู้หญิงที่อยากลบจากสังคมธุรกิจ
คำว่า "ผู้หญิงทำธุรกิจเล็กๆ น่ารักๆ ก็พอ" อันนี้แหละ ไม่ชอบเลย ทำไมต้องเล็กๆ ทำไมต้องพอ ถ้าเรามีศักยภาพจะโตและเราพร้อม ก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องจำกัดตัวเอง แล้วก็เรื่องที่มักมองว่าผู้หญิงบริหารด้วยอารมณ์ ซึ่งจริงๆ การที่เรา Sensitive กับคนรอบข้าง มันก็เป็น Emotional Intelligence แบบหนึ่ง มันไม่ใช่จุดอ่อน หลายคนมอง‘ความอ่อนโยน’ เป็นจุดอ่อน แต่สำหรับคุณไผ่ คือ ‘จุดแข็ง’
ความอ่อนโยนทำให้คนกล้าเข้าหาเรา ทีมกล้าเล่าปัญหาให้ฟังก่อนที่มันจะบานปลาย ลูกค้ารู้สึกว่าแบรนด์นี้มีความเป็นมนุษย์ พาร์ตเนอร์รู้สึกว่าทำงานกับเราแล้วสบายใจ มันสร้าง Trust ได้เร็วมาก แล้วในธุรกิจ Trust คือทุกอย่างเลยนะ คนไม่ได้ซื้อแค่สินค้า คนซื้อความรู้สึกด้วย การบริหารทีม คุณไผ่ใช้ความเข้าใจและความละเอียดแบบผู้หญิงเป็นข้อได้เปรียบอย่างไร
ไผ่จะสังเกตน้องๆ ในทีมค่อนข้างละเอียด ไม่ใช่แค่ดูว่าทำงานได้ดีไหม แต่ดูด้วยว่าเขาโอเคไหม มีความสุขกับงานอยู่ไม๊ บางทีแค่ถามว่า "เป็นไงบ้าง" แล้วตั้งใจฟังจริงๆ มันก็เปลี่ยนบรรยากาศแล้ว ตอนนี้ Nose Tea มีพนักงานเกินร้อยคน ถ้าเราไม่เข้าใจคน เราจะรักษาคนไว้ไม่ได้เลย แล้วธุรกิจ F&B ขึ้นอยู่กับคนหน้าร้านมากๆ ถ้าเขามีความสุข ลูกค้าก็รู้สึกได้
อุปสรรคที่หนักที่สุดในฐานะผู้หญิงที่ทำธุรกิจคืออะไร
ถ้าพูดตรงๆ คือการที่ต้องทำให้คนเชื่อว่าเราจริงจัง ไม่ใช่ทำเล่นๆ ไม่ใช่ทำเป็นงานอดิเรก โดยเฉพาะตอนไปคุยเรื่องการเงิน เรื่องสัญญา เรื่องการลงทุน บางทีเราต้องเตรียมตัวมากกว่า ต้องมีข้อมูลพร้อมกว่า เพราะ Room for Error มันน้อยกว่าจริงๆ แต่พอผ่านจุดนั้นมาได้ มันก็ทำให้เราเป็นคนที่เตรียมตัวดีขึ้นในทุกเรื่อง ก็ถือว่าเป็นของแถมที่ดี เคยมีวันที่รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองไหม และผ่านมันมาได้อย่างไร
มีบ่อยมากค่ะ ไม่ใช่แค่วันเดียว มีเป็นช่วงเลย โดยเฉพาะตอนที่ธุรกิจโตเร็ว แล้วปัญหาก็โตตาม บางทีนอนไม่หลับ คิดวนว่าตัดสินใจถูกไม๊ เปิดสาขาเร็วไปไม๊ ทีมไหวไม๊ สิ่งที่ช่วยได้คือกลับมาดูข้อมูลจริงๆ ดูตัวเลข ดูว่า Fact เป็นยังไง อย่าปล่อยให้ความกลัวนำ แล้วก็คุยกับคนที่ไว้ใจ อย่าแบกคนเดียว ความคิดที่ทำให้ลุกขึ้นสู้ในวันที่เหนื่อย
ไผ่จะบอกตัวเองเสมอว่า "ถ้าไม่ใช่เรา แล้วใครจะทำ" เพราะ Nose Tea เกิดจากเรา ทีมเชื่อในเรา ลูกค้าเชื่อในแบรนด์นี้ ถ้าเราเหนื่อยแล้วหยุด มันไม่ใช่แค่เราคนเดียวที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็อีกประโยคนึงคือ "ไม่มีใครรู้ทุกอย่างตั้งแต่วันแรก" เราไม่ต้องเก่งทุกอย่างก่อนถึงจะเริ่มได้ เราเรียนรู้ระหว่างทางได้
บทบาทผู้บริหาร กับบทบาทผู้หญิงในชีวิตส่วนตัว บาลานซ์อย่างไร
พูดตามตรงคือบาลานซ์ยาก ไม่ได้สมบูรณ์แบบเลย แต่สิ่งที่ไผ่พยายามคือ ตั้ง Boundary ให้ตัวเอง มีเวลาที่เราจะไม่ตอบงาน มีเวลาที่เราจะอยู่กับตัวเอง แล้วก็ยอมรับว่าบางวันมันจะเอียง บางวันงานเยอะก็ต้องทุ่มให้งาน บางวันเหนื่อยก็ต้องพักจริงๆ ไม่ต้องทำทุกวันให้สมดุลเป๊ะ แค่ดูภาพรวมเป็นรายสัปดาห์ ถ้าโอเค ก็พอแล้ว การดูแลตัวเองสำคัญแค่ไหน
สำคัญที่สุดเลย เพราะถ้าเราพังก่อน ทุกอย่างก็พังตาม มีช่วงนึงไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย ทำงานหนักมาก ไม่ออกกำลังกาย กินไม่เป็นเวลา ไผ่เริ่มสังเกตตัวเองว่าตัดสินใจช้าลง อารมณ์แปรปรวน ตอนนั้นแหละที่เข้าใจเลยว่า ร่างกายเราคือ Asset อันดับแรกของธุรกิจจริงๆ กิจกรรมที่ช่วยเติมพลังใจให้ตัวเอง
ไผ่ชอบไปกินอาหารอร่อยๆ เหมือนเป็นคนในสาย F&B ก็ชอบไป Explore ร้านใหม่ๆ ดูว่าเขาทำอะไร คอนเซ็ปต์เป็นยังไง ได้ทั้งพักผ่อนและได้ไอเดียกลับมาด้วย แล้วก็ชอบเที่ยว ไปเปลี่ยนบรรยากาศ บางทีไอเดียดีๆ มันไม่ได้มาตอนนั่งที่โต๊ะทำงาน มันมาตอนที่สมองเราได้หยุดพัก ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งอยากเริ่มต้นทำธุรกิจ แต่ยังกลัวและไม่มั่นใจ อยากบอกอะไรกับเธอ
อยากบอกว่า กลัวก็ทำได้ ไม่ต้องรอวันที่หายกลัว เพราะวันนั้นอาจไม่มาเลย ตอนไผ่เริ่มทำ Nose Tea ก็ไม่ได้มั่นใจ 100% แต่ก็ลงมือทำ แล้วความมั่นใจมันมาทีหลัง มาจากการลงมือทำจริงๆ ไม่ต้องเริ่มใหญ่ เริ่มเล็กๆ ก่อนก็ได้ แต่ขอให้เริ่ม แล้วก็อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น เพราะทุกคนมี Journey ไม่เหมือนกัน มุมมองของคุณไผ่"ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ" มีนิยามว่าอย่างไร
สำหรับไผ่ “ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ” คือผู้หญิงที่ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองเลือกจริง ๆ ไม่ใช่ชีวิตที่สังคมคาดหวังหรือกำหนดไว้ให้ ไม่ว่าเราจะเลือกเป็นแม่บ้าน เป็นเจ้าของธุรกิจ เป็นพนักงานบริษัท หรือเป็นซีอีโอ มันไม่ได้มีคำตอบเดียวว่าทางไหนถึงเรียกว่าประสบความสำเร็จ เพราะสุดท้ายแล้วมันไม่ได้วัดกันที่ตำแหน่งหรือรายได้ แต่วัดกันที่ว่าเรามีอิสระในการเลือกทางของตัวเองไหม และเรามีความสุขกับทางที่เดินอยู่หรือเปล่า ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่เราทำ หรือวิธีที่เราใช้ชีวิต สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้คนรอบข้างได้ แม้จะไม่ได้ตั้งใจเลยด้วยซ้ำ สำหรับไผ่…นั่นก็คือความสำเร็จแล้วค่ะ ทริคดีๆ ที่อยากบอกผู้หญิงทุกคน เนื่องในวันสตรีสากล
ไผ่อยากบอกว่า…เราไม่จำเป็นต้องขออนุญาตใครเพื่อจะเป็นตัวเองค่ะ และไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่า “เก่งพอแล้ว” ก่อน ถึงจะเริ่มเชื่อมั่นในตัวเอง บางทีเรามักจะรอการยืนยันจากคนอื่น ทั้งที่จริง ๆ แล้วคุณค่าของเราไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากใครเลย ผู้หญิงเราเก่งได้ แข็งแกร่งได้ และในขณะเดียวกันก็อ่อนโยนได้ด้วย มันไม่ใช่เรื่องที่ขัดแย้งกันเลยค่ะ นั่นแหละคือพลังของเรา อีกเรื่องที่ไผ่อยากชวนทุกคนคือ ผู้หญิงควรสนับสนุนผู้หญิงด้วยกันค่ะ เชียร์กัน ผลักดันกัน เพราะเวลาผู้หญิงคนหนึ่งสำเร็จ มันไม่ได้เป็นแค่ความสำเร็จของเขาคนเดียว แต่มันเปิดทาง และสร้างความเป็นไปได้ให้ผู้หญิงอีกหลายคนตามมาได้เหมือนกันค่ะ
แพลนขยายธุรกิจ หรือเป้าหมายที่อยากทำในปี 2026
ปี 2026 นี้ Nose Tea ยังมีแผนขยายสาขาเพิ่มอีกหลายจุด โดยเฉพาะในศูนย์การค้าหลัก ๆ ที่เรายังไม่ได้เข้าไป เราอยากให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะอยู่โซนไหนของเมืองก็ตาม ในเรื่อง Collaboration ก็จะเปิดกว้างมากขึ้น จากเดิมที่หลายคนคุ้นกับภาพ K-pop ปีนี้เรามองหาแบรนด์ที่มีไลฟ์สไตล์ใกล้เคียงกับเราในมิติที่หลากหลายขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่แนวเดียว เพราะเราเชื่อว่าการร่วมมือที่ดีควรเกิดจากความเข้าใจและตัวตนที่ไปด้วยกันได้จริง ๆ ด้านเมนูก็ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราอยากสร้างเมนูใหม่ ๆ ที่ยังคงความเป็น Signature ของ Nose Tea เอาไว้ แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ ได้มากขึ้นด้วย สิ่งที่ไผ่ให้ความสำคัญที่สุดในปีนี้จริง ๆ คือการทำให้แบรนด์แข็งแรงจากข้างใน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบ ทีมงาน หรือมาตรฐานการทำงาน ไผ่เชื่อว่าการเติบโตที่ยั่งยืนไม่ใช่แค่การขยายให้เร็ว แต่คือการทำให้ทุกอย่างภายในพร้อมก่อน เราอยากโตแบบมั่นคง และเติบโตไปพร้อมกับทีมของเราอย่างแข็งแรงจริง ๆ สาวกชาจมูกเขียว เตรียมตั้งรับความสนุกได้ตลอดทั้งปีเลย