โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก "แมกนีเซียม" แร่ธาตุคลายเครียด ช่วยหลับลึก ลดตะคริว กินอย่างไรให้ปลอดภัย

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 14.27 น.
ภาพไฮไลต์

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ แมกนีเซียม (Magnesium) ช่วยเรื่องการนอนหลับ ลดความเครียด และป้องกันตะคริว พร้อมคำแนะนำวิธีกินที่ถูกต้อง ข้อควรระวัง และอาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ครบจบในที่เดียว

หลายคนอาจเคยประสบปัญหาตื่นกลางดึกเพราะตะคริวที่น่อง รู้สึกอ่อนเพลียเรื้อรัง หรือแม้แต่พยายามข่มตานอนเท่าไรก็ไม่หลับเสียที อาการเหล่านี้อาจไม่ได้เกิดจากความเหนื่อยล้าเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายของคุณกำลังขาด “แมกนีเซียม” แร่ธาตุสำคัญที่เป็นฟันเฟืองหลักในระบบทำงานของร่างกายกว่า 300 ชนิด

มหัศจรรย์ของแมกนีเซียม สารอาหารที่มากกว่าแค่เรื่องกระดูก

ในโลกของสารอาหาร แมกนีเซียมเปรียบเสมือน "สารสื่อประสาทธรรมชาติ" ที่ช่วยให้ร่างกายเข้าสู่โหมดผ่อนคลาย หน้าที่เด่นชัดที่สุดคือการควบคุมการยืดหดของกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้ที่ออกกำลังกายหนักหรือหญิงตั้งครรภ์ถึงจำเป็นต้องได้รับแร่ธาตุนี้อย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหรือตะคริว

ภาพจาก iStock

นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังทำงานลึกไปถึงระดับเซลล์สมอง โดยช่วยยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทที่กระตุ้นความตื่นตัว ทำให้จิตใจสงบลง ลดความวิตกกังวล และส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพการนอนหลับ ช่วยให้เราหลับสนิทได้ยาวนานขึ้น รวมถึงยังมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดหัวไมเกรน และเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกควบคู่ไปกับแคลเซียม

กินวิตามินแมกนีเซียมอย่างไรให้ได้ผล

คำถามที่พบบ่อยคือ "เราควรกินแมกนีเซียมตอนไหน?" คำตอบขึ้นอยู่กับเป้าหมายสุขภาพของคุณ หากต้องการเน้นเรื่องการนอนหลับและการพักผ่อนกล้ามเนื้อ การรับประทานในช่วงมื้อเย็นหรือก่อนนอนถือเป็นช่วงเวลาทองที่จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ในช่วงที่พักผ่อนได้ดีที่สุด โดยแนะนำให้รับประทานพร้อมอาหารเพื่อป้องกันอาการไม่สบายท้องที่อาจเกิดขึ้นได้ในบางราย

อย่างไรก็ตาม "ของดีหากใช้ผิดวิธีก็อาจส่งผลเสีย" การรับประทานแมกนีเซียมมีข้อควรระวังที่สำคัญคือ ไม่ควรกินพร้อมกับแคลเซียมในปริมาณที่สูงเกินไปเพราะแร่ธาตุทั้งสองจะแย่งกันดูดซึม รวมถึงยาปฏิชีวนะบางชนิดที่อาจออกฤทธิ์ได้ไม่เต็มที่หากทานคู่กัน นอกจากนี้กลุ่มผู้ป่วยโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทานเสริมเสมอ เพราะหากไตทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ การขับแร่ธาตุส่วนเกินออกจากร่างกายอาจทำได้ยากและกลายเป็นอันตรายต่อระบบความดันโลหิต

แหล่งอาหารใกล้ตัว เติมแมกนีเซียมจากธรรมชาติ

การเติมแมกนีเซียมเข้าสู่ร่างกายไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ในรูปแบบเม็ดวิตามินเท่านั้น เพราะในอาหารจานโปรดที่เราหาทานได้ง่ายตามท้องตลาดก็อุดมไปด้วยแร่ธาตุชนิดนี้

1. ผักใบเขียวเข้ม

แมกนีเซียมเป็นส่วนประกอบหลักของคลอโรฟิลล์ในพืช ผักที่มีสีเขียวเข้มจึงมีแมกนีเซียมสูงมาก เช่น

  • ผักโขม: ผักโขมต้มสุก 1 ถ้วย ให้แมกนีเซียมสูงถึง 157 มิลลิกรัม
  • ผักคะน้า และกวางตุ้ง: หาซื้อง่ายในตลาดไทย เป็นแหล่งแร่ธาตุชั้นดี

2. ถั่วและธัญพืช

เป็นแหล่งพลังงานและแร่ธาตุที่เข้มข้น เหมาะสำหรับกินเป็นของว่าง

  • เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และอัลมอนด์: เพียงหนึ่งกำมือ (ประมาณ 28 กรัม) ให้แมกนีเซียมถึง 20% ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน
  • เมล็ดฟักทอง: ถือเป็น "ราชาแห่งแมกนีเซียม" เพราะมีปริมาณสูงมากในสัดส่วนที่น้อย
  • ถั่วแระญี่ปุ่น: ของโปรดสายสุขภาพที่หาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ
ภาพจาก iStock

3. ข้าวไม่ขัดสีและธัญพืชเต็มเมล็ด

  • ข้าวกล้อง และข้าวไรซ์เบอร์รี่: มีแมกนีเซียมสูงกว่าข้าวขาวหลายเท่าตัว
  • ขนมปังโฮลวีต: อีกหนึ่งทางเลือกง่ายๆ ในมื้อเช้า

4. ผลไม้ใกล้ตัว

  • กล้วยหอม: นอกจากโพแทสเซียมแล้ว กล้วย 1 ลูกใหญ่ยังมีแมกนีเซียมประมาณ 32 มิลลิกรัม ช่วยลดอาการตะคริวได้ดี
  • อะโวคาโด: ผลไม้ไขมันดีที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ

5. ดาร์กช็อกโกแลต

  • ดาร์กช็อกโกแลต (ที่มีโกโก้ 70% ขึ้นไป) เป็นแหล่งแมกนีเซียมชั้นยอดและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง แต่ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ

แมกนีเซียมไม่ใช่ยาปาฏิหาริย์ แต่คือพื้นฐานสำคัญของสุขภาพที่แข็งแรง การเริ่มสังเกตสัญญาณจากร่างกายและเลือกทานอาหารธรรมชาติที่มีแมกนีเซียมสูง ควบคู่ไปกับการพักผ่อนที่เพียงพอ คือกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้คุณห่างไกลจากความเครียดและการปวดเมื่อยได้อย่างยั่งยืน หากมีความจำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร การเลือกรูปแบบที่เหมาะสมและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณได้รับคุณประโยชน์สูงสุดโดยไม่มีผลข้างเคียงตามมา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รู้จัก "แมกนีเซียม" แร่ธาตุคลายเครียด ช่วยหลับลึก ลดตะคริว กินอย่างไรให้ปลอดภัย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...