จิราพร เผยปีนี้ครบ 20 ปี รัฐบาลไทยรักไทย ปลุกพลังอีสาน-เจนZ เลือกเพื่อไทยส่ง ยศชนัน เป็นนายก
จิราพร เผยปีนี้ครบรอบ 20 ปี รัฐบาลไทยรักไทย ปลุกพลังอีสาน-เจน Z ร่วมสร้างปาฏิหาริย์ เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลายส่ง ยศชนัน เป็นนายกฯ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 6 ก.พ.2569 ที่สนามเทพหัสดิน พรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ครอบครัวของนายยศชนัน พร้อมแกนนำพรรคเพื่อไทย ผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร สส.เขต และบัญชีรายชื่อ ร่วมเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย
ก่อนเริ่มกิจกรรม มีการเปิดวีดีทัศน์การลงพื้นที่หาเสียงของพรรคเพื่อไทย ตลอด 53 วัน 106 เวทีปราศรัย 49 จังหวัด ยศชนันทำได้ จากนั้นเป็นการปราศรัยของแกนนำพรรค โดยมีประชาชนกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง เดินทางมาฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่
จากนั้นเวลา 18.40 น. น.ส.จิราพร สินธุไพร ผู้สมัคร สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กราบสวัสดีพี่น้องชาว แดงเพื่อไทย ทุกท่าน ดิฉัน จิราพร สินธุไพร แดงอีสาน รายงานตัวค่ะ ในฐานะผู้สมัคร สส.ลูกอีสาน ที่ได้มีโอกาสมายืนอยู่บนเวทีกลางเมืองหลวง ซึ่งเป็นการรวมพลังผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทยในวันนี้ ต้องเรียนว่าภาคอีสาน ที่หลายคนมีภาพจำว่าแร้นแค้น เป็นพื้นที่ที่สร้างนักสู้เพื่อประชาธิปไตยจากรุ่นสู่รุ่น
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ในยุคสมัยที่บ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย เกิดขบวนการการต่อสู้ของคนเสื้อแดง ในการต่อสู้ครั้งนั้น คนอีสานคือคนไปเคลื่อนไหวเรียกร้อง เพื่อประชาธิปไตยมากที่สุด และพี่น้องเสื้อแดงภาคอีสาน ได้ไปร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทั้งประเทศ ตลอดระยะเวลา 2 ทศวรรษที่ผ่านมา มีความพยายามด้อยค่าคะแนนเสียงของคนอีสานว่า คนอีสานที่เลือกเพื่อไทยอย่างถล่มทลาย คือเสียงที่ไร้คุณภาพ ไร้การศึกษา คนที่พูดเช่นนี้ไม่รู้ว่าภาคอีสานคือพื้นที่ประชาธิปไตย และได้พิสูจน์ชัดเจนผ่านการลงมติเลือกตั้งหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะหลังการรัฐประหารปี 2549 เกิดรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่ร่างภายใต้รัฐบาลที่มาจากการทำรัฐประหาร ในการลงประชามติครั้งนั้น อีสานคือภูมิภาคที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 มากที่สุด
น.ส.จิราพร กล่าวต่อว่า และในการลงประชามติรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ร่างขึ้นภายใต้รัฐบาล คสช.คนที่ออกมารณรงค์ไม่ให้รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ถูกจับกุมคุมขังนับ 100 รายภายใต้บรรยากาศที่ปิดกั้นไม่เป็นประชาธิปไตยนี้ ภาคอีสานก็ยังเป็นภูมิภาคที่ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญที่เกิดจากรัฐบาลเผด็จการมากที่สุด ปรากฎการณ์เหล่านี้คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ชี้ชัดว่า คนอีสานคือคนที่ตื่นรู้ทางการเมืองและต่อสู้กับความบิดเบี้ยวของประเทศนี้มายาวนานผ่านคูหาเลือกตั้ง และนี่คือเกียรติภูมิทางการเมืองของพี่น้องชาวอีสาน ที่ต่อสู้ร่วมกับคนไทยทั้งประเทศ
น.ส.จิราพร กล่าวว่า ที่ผ่านมาในอดีตการต่อสู้ทางการเมืองของคนอีสาน เราเห็นแต่ภาพการต่อสู้ที่เจ็บปวด ถูกทำร้าย ถูกจับขัง คนอีสานเคยสัมผัสแต่อำนาจที่ไม่ชอบธรรม และเป็นฝ่ายถูกกระทำอยู่เสมอ เป็นประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกด้วยหยาดเลือดและคราบน้ำตา แต่เมื่อคนอีสานได้พบกับรัฐบาลที่ชื่อว่าไทยรักไทย พรรคการเมืองที่เดินเข้าหาประชาชนด้วยนโยบาย พี่น้องชาวอีสานและชาวไทยทั้งประเทศได้สัมผัสกับอำนาจรัฐที่ไม่ทำร้าย ไม่กดขี่ อำนาจรัฐที่สร้างประชาธิปไตยที่กินได้ สร้างโอกาส สร้างรายได้ ทำให้พี่น้องชาวอีสาน ได้ใช้ 1 คะแนนเสียงของตัวเองในคูหาเพื่อสร้างชีวิตที่ดีกว่าให้กับตัวเอง และสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับลูกหลาน
พรรคไทยรักไทยจึงได้มีนโยบายที่พยายามเปลี่ยนอีสานจากแผ่นดินที่แห้งแล้งกันดาร ให้เป็นแผ่นดินที่สร้างรายได้ สร้างชีวิตใหม่ให้คนอีสานมีที่ยืนทัดเทียมกับคนจากทุกภูมิภาค การต่อสู้ของคนอีสานผ่านคูหาเลือกตั้งเป็นเสียงที่สร้างรัฐบาลไทยรักไทย พลังประชาชนและพรรคเพื่อไทยขึ้นมา และไม่ว่าสถานการณ์จะเปลี่ยนไปแค่ไหนอย่างไร ไม่ว่าจะถูกยุบพรรคไปกี่ครั้ง ไม่ว่ากรรมการบริหารพรรค สส.จะถูกตัดสิทธิทางการเมืองไปกี่คน ไม่ว่าการเมืองจะบีบคั้นจนหลายท่านต้องลี้ภัย ไม่ว่าจะถูกทำร้ายแค่ไหน ไม่ว่าอะไรจะเกิดอะไรขึ้นกับพรรคเพื่อไทย เราก็ยังเป็นพรรคอันดับหนึ่งในแผ่นดินอีสานตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนแปลง
น.ส.จิราพร กล่าวอีกว่า ซึ่งการตัดสินใจเลือกลงคะแนนให้พรรคไทยรักไทย พลังประชาชน และพรรคเพื่อไทยของคนอีสานในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นการลงคะแนนเลือกที่เขาตอบตัวเองได้ว่าเขาเลือกเพราะนโยบายที่ฝันใหญ่แต่ทำได้จริง นโยบายที่ทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น นโยบายที่เปลี่ยนชีวิตพวกเขาได้ราวกับปาฏิหาริย์ เป็นนโยบายที่สร้างคุณูปการเป็นรากฐานที่มั่นคง ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยทั้งประเทศมาถึงทุกวันนี้ ดังนั้น พรรคการเมืองที่เดินเข้าหาประชาชนด้วยนโยบาย คือการแสดงความเคารพ และให้เกียรติต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย และการเลือกพรรคการเมืองที่นโยบายคือการประกาศศักดิ์ศรีของพี่น้องประชาชนเช่นกัน
น.ส.จิราพร กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เราช่วยกันประกาศว่าในแผ่นดินอีสานและแผ่นดินไทยนี้ ถึงจะมีคนซื้อแต่ไม่มีคนขาย ถึงจะมีคนจ่าย แต่จะไม่มีวันได้คะแนน เราจะไม่เลือกเพราะแบงค์สีเทา แต่เราจะเลือกพรรคการเมืองเพราะนโยบาย เราจะเลือกเพื่ออนาคตของเรา หากเรากาให้พรรคที่เงินตรา เราก็ได้เพียงเงินนั้นไว้ใช้ไม่กี่วันก็หมด แต่ถ้าท่านกาเพื่อไทย ท่านจะได้นโยบายที่จะเปลี่ยนชีวิตให้กับประชาชนทั้งประเทศ เงินไม่กี่พันบาท ซื้ออนาคตที่ดีให้กับเราไม่ได้ แต่นโยบายที่ดี และพรรคการเมืองที่ทำนโยบายได้ จะพาให้พวกเรามีชีวิตที่ดีขึ้น
“บนเวทีวันนี้มีลูกสาว 3 คน ที่มีบาดแผลจากการต่อสู้ มีลูกสาว 1 คนที่ต้องสูญเสียคุณพ่อจากการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และมีลูกสาวอีก 2 คน ที่วันนี้พ่อยังอยู่ในเรือนจำ นี่คือสิ่งที่เรายังเจอกันมา แต่เราก็ยืนยันที่จะเดินหน้าสู้ต่อไป ดิฉันอยากบอกคนรุ่นหนุ่มสาว น้องๆ Gen Z ว่า ครั้งหนึ่งยังมีพรรคการเมืองที่เปลี่ยนภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย สร้างประชาธิปไตยที่กินได้ เปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนด้วยนโยบาย ครั้งหนึ่งเรายังมีพรรคการเมืองที่ไม่ว่าจะถูกยุบพรรค จะถูกตัดสิทธิทางการเมือง นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สส. สมาชิกพรรคจะถูกจองจำจากคดีทางการเมือง แต่พรรคนี้ก็ไม่เคยเดินออกห่างจากเส้นทางประชาธิปไตย” น.ส.จิราพร กล่าว
น.ส.จิราพร กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่ไม่เคยสนับสนุนการทำรัฐประหาร เราคือพรรคการเมืองที่ไม่เคยตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร เราคือพรรคการเมืองที่เดินตามกฎกติการะบบรัฐสภา และเดินตามระบอบประชาธิปไตย ไม่เคยผิดแผก ไม่เคยหลงไปจากนี้ แม้จะต้องเผชิญกับกลไกกับดักที่วางไว้ให้พรรคการเมืองอ่อนแอ แม้ต้องเผชิญกับข้อจำกัดทางการเมืองต่างๆ แต่พรรคเพื่อไทยคือพรรคการเมืองที่พูดได้เต็มปากว่าเรายืนอยู่บนเส้นทางประชาธิปไตยอย่างมั่นคง
น.ส.จิราพร กล่าวต่อว่า 20 ปีที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีพรรคการเมืองไหน มีนโยบายชัดเจนและทำสำเร็จเป็นรูปธรรมได้เท่ากับพรรคการเมืองนี้ ไม่มีพรรคการเมืองไหนที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อความถูกต้องและความเท่าเทียมของคนไทยยาวนานเท่ากับพรรคการเมืองนี้ เราต้องช่วยกันรักษาพรรคการเมืองแบบนี้ไม่ให้ล้มหายตายจากไป
ปีนี้เป็นการครบรอบ 20 ปี ที่รัฐบาลไทยรักไทย พรรคการเมืองที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ถูกยึดอำนาจ วันนี้ขอพลังของคน gen Z ขอพลังคนวัยหนุ่มสาว มาช่วยกันขอทวงคืนรัฐบาลเดิมที่เคยถูกรัฐประหาร ขอทวงคืนพรรคการเมืองที่เดินเข้าหาประชาชนด้วยนโยบาย ขอทวงคืนวันเวลาแห่งปาฏิหาริย์กลับคืนมา มาร่วมกันประกาศชัยชนะว่า 20 ปีผ่านไป แม้พรรคเพื่อไทยจะเคยล้ม แม้เราจะเคยพ่าย แต่พรรคเพื่อไทยฆ่าไม่ตาย
น.ส.จิราพร กล่าวอีกว่า สิ่งที่ทรงพลังที่สุดในการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่ใช่อำนาจเงินไม่ใช่อำนาจรัฐ แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่และทรงพลังที่สุดคือ เสียงของประชาชนทั้งประเทศ 1 สิทธิ 1 เสียงของท่าน มีพลังที่จะเปลี่ยนประเทศไทยไปตลอดกาล 1 สิทธิ 1 เสียงของคนไทย ได้เคยเลือกไทยรักไทยอย่างถล่มทลาย จนสร้างปาฏิหาริย์ให้กับชีวิตคนไทยหลายล้านคนทั่วประเทศ
และวันนี้เราจะสร้างปาฏิหาริย์ครั้งใหม่ไปด้วยกันร่วมกันประกาศเกียรติภูมิทางการเมืองของคนไทยทั้งประเทศว่า เงินซื้ออนาคตเราไม่ได้ เงินซื้อคุณภาพชีวิตที่ดีของเราไม่ได้ 8 ก.พ. เข้าคูหา กาเพื่อไทย 2 ใบทั้งคนทั้งพรรค ส่งยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เข้าทำเนียบรัฐบาล
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จิราพร เผยปีนี้ครบ 20 ปี รัฐบาลไทยรักไทย ปลุกพลังอีสาน-เจนZ เลือกเพื่อไทยส่ง ยศชนัน เป็นนายก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th