โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยพาณิชย์ มุ่งหน้าสู่ Universal Digital Bank

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 13.08 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. เวลา 06.00 น.

เปิดยุทธศาสตร์ 5 ธนาคารพาณิชย์ใหญ่ปี 2569 มุ่งพลิกโฉมธุรกิจด้วย AI ท้าชน Virtual Bank ในสมรภูมิการเงินยุคใหม่ พร้อมรับมือความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอ

นายกฤษณ์ จันทโนทก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธุรกิจธนาคารไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งระดับหนี้ของครัวเรือนที่สูงและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะเติบโตต่ำอย่างต่อเนื่องจากปัญหาโครงสร้าง ทั้งปัจจัยภายนอกและภายในประเทศ โดยปัจจัยภายนอกประกอบด้วยการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจากมาตรการกีดกันทางการค้า และเงินบาทแข็งค่าที่กระทบต่อการส่งออกและการท่องเที่ยว ส่วนภายในประเทศยังเปราะบางจากธุรกิจขนาดเล็กที่ฟื้นตัวไม่เต็มที่ ตลาดแรงงานอ่อนแอลง รายได้ครัวเรือนฟื้นช้า และข้อจำกัดด้านการคลัง

โดย SCB EIC คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 1.5% ลดลงจาก 2.1% ของปีก่อน ส่งผลต่อการเติบโตของภาคธนาคารโดยตรง และปัญหาหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง 85-90% ของ GDP ที่ยังไม่รวมหนี้นอกระบบ ซึ่งภาระหนี้เหล่านี้กดทับการบริโภคและจำกัดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย ขณะที่หนี้ด้อยคุณภาพยังทรงตัวในระดับสูง ภาคธนาคารจึงต้องระวังในการขยายสินเชื่อและมีต้นทุนบริหารความเสี่ยงสูงขึ้น

“การแข่งขันในภาคธนาคารรุนแรงขึ้น ภายใต้เศรษฐกิจที่ไม่ขยายตัว ธนาคารต่างมุ่งเน้นการขยายสินทรัพย์คุณภาพสูงและมีความเสี่ยงต่ำ ส่งผลให้การแข่งขันด้านราคาทวีความเข้มข้น อัตราผลตอบแทนจึงมีแนวโน้มลดลง กระทบรายได้ของธนาคารโดยรวม”

[inline_posts type="IDs" box_title="5 แบงก์ใหญ่กางโรดแมปปี 2569 ชู AI พลิกโฉมธุรกิจธนาคาร" align="alignleft" textcolor="#FFF001" background=" #162CCD"]220011,220070,220120,220122[/inline_posts]

สำหรับโอกาสของธนาคารนั้น มาจากการปรับตัวของภาคธุรกิจเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ภาคเอกชนเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero และปรับตัวต่อมาตรการกีดกันทางการค้า รวมถึงนำเทคโนโลยี AI มาเพิ่มประสิทธิภาพ ธนาคารจึงมีโอกาสให้สินเชื่อและคำปรึกษาเพื่อช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างธุรกิจให้แข่งขันทันโลก

โอกาสอีกด้านคือ การจัดระเบียบห่วงโซ่อุปทานโลกใหม่ จากความเปลี่ยนแปลงด้าน Geopolitics และการย้ายฐานการลงทุนในยุคทรัมป์ 2.0 เปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทยในกลุ่ม Data Centers, E&E, Machinery & Auto สร้างความต้องการเงินทุนและบริการทางการเงินเพิ่มขึ้น ธนาคารสามารถเข้าไปสนับสนุนสินเชื่อและบริการต่างๆ ได้

นอกจากนี้ โอกาสจากธุรกิจบริหารการเงินและความมั่งคั่งเติบโตต่อเนื่องจาก 3 เทรนด์สำคัญ ได้แก่

  • คนไทยยังมีสัดส่วนการลงทุนต่ำ และส่วนใหญ่ฝากเงินในบัญชีทำให้ผลตอบแทนรวมไม่สูง
  • สินทรัพย์ทางการเงินและฐานผู้มีรายได้สูงขยายตัวต่อเนื่อง โดยคาดว่าประเทศไทยจะมีสินทรัพย์ทางการเงินเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ในปี 2571 และจำนวนผู้มั่งคั่งสุทธิเกิน 1 ล้านดอลลาร์ จะเพิ่มขึ้น 24% ภายในปี 2028
  • การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เพิ่มความต้องการบริหารการเงินระยะยาว และวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน เทรนด์เหล่านี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธนาคารในการขยายบริการบริหารความมั่งคั่ง

ขณะที่เศรษฐกิจดิจิทัลของไทยยังเติบโตโดดเด่น แม้เศรษฐกิจจริงจะชะลอตัว โดยรายงาน e-Conomy SEA 2025 คาดว่า มูลค่าจะเพิ่มเป็น 5.6 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2568 และขยายต่อถึง 9.6-16 หมื่นล้านดอลลาร์ ในปี 2573 ด้านบริการการเงินดิจิทัล โดยเฉพาะสินเชื่อและบริหารความมั่งคั่งดิจิทัล ถูกมองว่าเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญสำหรับธนาคารในการพัฒนาบริการดิจิทัลเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

เจาะหาโอกาส

ท่ามกลางวิกฤต

นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เติบโตช้า หนี้ครัวเรือนสูง และการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ธนาคารไทยพาณิชย์มองเห็นโอกาสสำคัญใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง เศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริการด้านบริหารความมั่งคั่งดิจิทัล ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในภาคการเงิน และความต้องการสนับสนุนภาคธุรกิจในการเปลี่ยนผ่าน

ธนาคารจึงเดินหน้ากลยุทธ์ “Digital Bank with Human Touch” โดยมุ่งสู่การเป็น Universal Digital Bank และเป็นอันดับหนึ่งด้าน Wealth Management ซึ่งจะเน้นการให้บริการที่ไร้รอยต่อทุกช่องทาง ผ่านการผสานเทคโนโลยีดิจิทัลกับการบริการที่ใส่ใจทุกมิติ นอกจากนี้ ธนาคารยังให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาคุณภาพสินเชื่อ ซึ่งถือเป็นธุรกิจหลัก เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและรับมือกับความท้าทายในอนาคต

สำหรับระยะ 3 ปีข้างหน้า (ปี 2569-2571) ธนาคารจะเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจภายใต้ กลยุทธ์หลัก ดังนี้ :

  • การเติบโตของสินเชื่ออย่างมีคุณภาพด้วยแนวทางแบบบูรณาการ (Quality Loan Growth with Integrated Deal) เชื่อมโยงกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่ และลูกค้ารายย่อย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปล่อยสินเชื่อ บริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า สำหรับลูกค้าขนาดใหญ่ เน้นการขยายความร่วมมือกับกลุ่มลูกค้าหลัก และการบริหารความเสี่ยงพอร์ตสินเชื่อเชิงรุก ส่วนลูกค้ารายย่อย เร่งขยายพันธมิตร สร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง เพื่อรักษาฐานลูกค้า และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันอย่างยั่งยืน
    • การเร่งเพิ่มรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย (Non-NII acceleration) ผ่านธุรกิจหลัก ได้แก่
    • การยกระดับธุรกรรมทางการเงิน (Transactional Banking) ด้วยการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในผลิตภัณฑ์หลัก เช่น การบริหารเงินสด (Cash Management) การค้า (Trade) อัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange) และพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อเชื่อมต่อกับพันธมิตรเชิงพาณิชย์
    • การขยายธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Business) ด้วยการเป็นที่ปรึกษาหลักในการวางแผนทางการเงิน การลงทุน และการบริหารสินทรัพย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างบูรณาการ พร้อมการใช้ AI เพื่อเสนอคำแนะนำการลงทุนแบบเฉพาะบุคคล และนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงผ่านช่องทางดิจิทัล
    • การเพิ่มขีดความสามารถการบริหารการลงทุน (Investment and Treasury) โดยการเพิ่มประสิทธิภาพและขยายการลงทุน ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงและกระบวนการติดตามระดับความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด

AI คือ “กลไกเชิงกลยุทธ์”

ตอบโจทย์รู้ใจมนุษย์

นายกฤษณ์กล่าวว่า สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 AI จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ระบบอัตโนมัติ แต่จะก้าวมาเป็น “กลไกเชิงกลยุทธ์” ที่จะเข้ามาปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานและสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนให้กับทางธนาคาร โดยไทยพาณิชย์มีเป้าหมายที่จะผสานเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจมนุษย์ผ่าน 3 มิติสำคัญ ดังนี้

  • เปลี่ยนจาก “ผู้ให้บริการ” สู่ “ที่ปรึกษาที่รู้ใจ” ไทยพาณิชย์กำลังสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกเหมือนมีที่ปรึกษาทางการเงินส่วนตัว พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอดเวลา โดย AI จะทำหน้าที่เชื่อมต่อทุกช่องทางเข้าด้วยกัน ไม่ว่าลูกค้าจะคุยกับเราผ่านแอป หรือสาขา สามารถเข้าใจความต้องการของลูกค้าพร้อมทั้งบริบทต่างๆ เพื่อให้บริการอย่างต่อเนื่องแม้ว่าลูกค้าจะเปลี่ยนช่องทางการติดต่อ

นอกจากนี้ ยังยกระดับการบริหารความมั่งคั่งด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเสนอการปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับจังหวะชีวิตและเป้าหมายของลูกค้าแต่ละคนอย่างแท้จริง รวมถึงการให้บริการที่ปรึกษาอัจฉริยะ ที่พร้อมให้คำปรึกษาได้ตลอด 24 ชั่วโมง

  • รวดเร็วแต่ปลอดภัย หัวใจของการแข่งขัน ในโลกการเงินที่หมุนเร็ว “ความไว” คือแต้มต่อ แต่ความไวต้องมาพร้อมกับ “ความปลอดภัย” ไทยพาณิชย์จึงนำ AI มาพลิกโฉมงานสินเชื่อ โดย AI ไม่ได้มีไว้แค่ช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก และทำให้การอนุมัติสินเชื่อเป็นไปอย่างรวดเร็วเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญของมันคือการทำหน้าที่เป็นผู้จัดการความเสี่ยงอัจฉริยะ ที่ทำงานตลอดเวลาเพื่อสอดส่องและวิเคราะห์ความผิดปกติ รวมถึงตรวจจับความเสี่ยงหรือการทุจริตในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย
  • เพิ่มประสิทธิภาพให้ “คน” ไม่ใช่แทนที่ ธนาคารเชื่อเสมอว่า เทคโนโลยีที่ดีที่สุดคือเทคโนโลยีที่ช่วยให้คนทำงานได้ดีขึ้น จึงใช้ AI เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะให้กับพนักงาน ช่วยจัดการงานที่ต้องทำซ้ำเป็นประจำ เพื่อให้พนักงานของเรามีเวลาโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญกว่า นั่นคือ การดูแลลูกค้าด้วยความเข้าอกเข้าใจ เปลี่ยนบทบาทจากพนักงานขาย สู่การเป็นที่ปรึกษามืออาชีพอย่างเต็มภาคภูมิ

ทั้งนี้ ธนาคารมีแนวทางในการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้โดยพิจารณารูปแบบที่เหมาะสมกับความสามารถในการชำระคืนของลูกหนี้แต่ละราย พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมและหลักประกันเพื่อช่วยจัดสรรการให้ความช่วยเหลือและการติดตามหนี้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยธนาคารได้อำนวยความสะดวกแก่ลูกหนี้ในการขอรับความช่วยเหลือในทุกช่องทางทั้งที่สาขา Call

เตรียมพร้อมรับมือ

ผู้เล่นใหม่ Virtual Bank

ส่วนการเปิดตัว Virtual Bank นายกฤษณ์มองว่า จะยกระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมการเงินและสร้างการเข้าถึงได้มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้ารายย่อย ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลขนาดใหญ่ ส่งผลให้ธนาคารต้องเผชิญความท้าทายและดำเนินกลยุทธ์ที่สำคัญ 3 ด้าน ได้แก่

1.ด้านการให้บริการ ยกระดับการทำธุรกรรมออนไลน์ให้สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากขึ้น เป็นศูนย์กลางการบริการที่ลูกค้าไว้วางใจและเชื่อใจ ตอบโจทย์ในทุกธุรกรรมแบบครบวงจร เพื่อรักษาฐานลูกค้า และพร้อมใช้จุดแข็งด้านสาขาและช่องทางแบบ Human Touch เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าแบบ Seamless Omnichannel ซึ่งเป็นมิติที่ Virtual Bank ไม่สามารถทดแทนได้

2.ด้านเทคโนโลยี/นวัตกรรม เร่งพัฒนาและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI และ Data -driven ทั้งในระบบของธนาคารและการวิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้า เพื่อเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เหมาะสม ตรงความต้องการของลูกค้า และทันท่วงที

3.ด้านต้นทุน Virtual Bank อาจมีโครงสร้างต้นทุนที่ต่ำกว่า หรือเสนอสินค้าและบริการได้ในราคาถูกกว่า ธนาคารจึงต้องพยายามปรับลดต้นทุนในทุกภาคส่วน และพยายามปรับกระบวนการดำเนินงานผสานกับการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อให้มีโครงสร้างต้นทุนที่แข่งขันได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ธนาคารยกระดับยุทธศาสตร์ด้าน Green Finance และความยั่งยืน โดยเน้นสนับสนุนสินเชื่อและการลงทุนที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับมาตรฐาน Thailand Taxonomy และสากล พร้อมผลักดันวงเงินสินเชื่อสีเขียว กว่า 200,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2566-2568 สำหรับหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น พลังงานสะอาด อาคารสีเขียว และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) นอกจากนี้ ยังตอบรับนโยบายรัฐที่เร่งเป้าหมาย Net Zero ปี 2593

โดยธนาคารมุ่งลดการปล่อยคาร์บอนจากการดำเนินงานของตนเอง และสนับสนุนลูกค้าให้แข่งขันได้ในตลาดโลกที่เข้มงวดขึ้น ควบคู่กับการเดินหน้าเป้าหมายระยะยาวของธนาคาร ได้แก่การลดการปล่อยจากการดำเนินงานของตนเอง (Scope 1-2) ภายในปี 2573 และการมุ่งสู่ Net Zero Financed Emissions ภายในปี 2593 เพื่อสร้างความสามารถแข่งขันของลูกค้าและเศรษฐกิจไทยบนมาตรฐานโลกที่เข้มข้นขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนมกราคม 2569 ฉบับที่ 525 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://ma.co.th/product-category/mb-shop/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...