ร้านราเมงญี่ปุ่นแบนลูกค้าชาวจีน อ้างก่อความวุ่นวาย ซ้ำเก็บค่าอาหารเมนูภาษาอังกฤษแพงกว่าปกติ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบการท้องถิ่นของญี่ปุ่นกับนักท่องเที่ยวชาวจีน เมื่อไม่นานมานี้ โดยต้นเรื่องมาจากร้านราเมงสไตล์อิเอะเคย์ ในเมืองโอซากา ได้จุดชนวนความขัดแย้งด้วยการสั่งแบนลูกค้าชาวจีน โดยกล่าวหาว่าคนกลุ่มนี้เป็น “ตัวก่อปัญหา”
ร้านราเมงดังกล่าวประกาศผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมาว่า ห้ามชาวจีนทุกคนเข้าใช้บริการของทางร้าน โดยระบุว่ามีลูกค้าชาวจีนรายหนึ่ง ก่อความวุ่นวายในร้านจนทำให้ต้องเรียกตำรวจมาจัดการ
โพสต์ดังกล่าวระบุว่าร้อยละ 90 ของปัญหาของชาวต่างชาติที่ร้านนั้น เกี่ยวข้องกับลูกค้าชาวจีน ข้อความนี้นำไปสู่ความขัดแย้งและข้อกล่าวหาเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ โดยโพสต์ดังกล่าวมียอดเข้าชมถึง 33 ล้านครั้ง และมีความคิดเห็นกว่า 1,800 ข้อความ บางคนขอให้ทางร้านแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันคำกล่าวอ้างว่า "ร้อยละ 90" ของผู้ก่อปัญหาคือชาวจีน ขณะที่บางคนกล่าวว่า ไม่ยุติธรรมที่จะตำหนิแบบเหมารวมคนทั้งประเทศ เพียงเพราะการกระทำของบุคคลเพียงคนเดียว
นอกจากนี้ ยังมีผู้ระบุว่าสาเหตุที่แท้จริงของ "ความวุ่นวาย" คือนโยบายการตั้งราคาสองมาตรฐานของร้าน โดยอ้างอิงจากภาพถ่ายเครื่องสั่งอาหารที่ชาวเน็ตรายหนึ่งโพสต์ไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า ราคาอาหารในเมนูภาษาอังกฤษนั้นสูงกว่าราคาอาหารในเมนูภาษาญี่ปุ่นเกือบเท่าตัว
ชาวเน็ตบางรายตั้งข้อสังเกตว่านโยบายราคาแบบนี้อาจใช้ได้ผลกับนักท่องเที่ยวชาติอื่น แต่ไม่ใช่กับชาวจีนที่สามารถอ่านตัวอักษรคันจิของญี่ปุ่น ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากตัวอักษรจีนได้ จึงเชื่อว่าร้านค้าอาจตีความการร้องเรียนเรื่องราคาที่ไม่สมเหตุสมผลของลูกค้าชาวจีนผิดไปว่าเป็นการ "ก่อความวุ่นวาย”
ต่อมาในวันที่ 7 มกราคม 2569 เจ้าของร้านซึ่งระบุเพียงชื่อสกุลว่า อาริอิ ได้ตอบโต้ข้อพิพาทผ่านแพลตฟอร์มวิดีโอ โดยยืนยันว่าการตั้งราคาสองมาตรฐานไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คนต่างชาติ แต่มีเป้าหมายอยู่ที่ "คนที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น" ซึ่งมีผู้โต้แย้งว่า การใช้เรื่องภาษามาเป็นข้ออ้างนั้นฟังไม่ขึ้น เพราะยุคนี้สามารถใช้แอปแปลภาษาได้
นอกจากนี้ยังมีผู้แสดงความเห็นการตั้งราคาแบบสองมาตรฐานมักพบเห็นได้ตามแหล่งท่องเที่ยว แต่แทบจะไม่พบในร้านอาหาร หากราคาเปลี่ยนไปตามภาษาที่ใช้เรียกชื่ออาหาร ย่อมนำไปสู่ปัญหาแน่นอน พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้ที่จ่ายแพงกว่าจะได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการพิเศษเพิ่มขึ้นหรือไม่
ขณะเดียวกันก็มีคนบางกลุ่มสนับสนุนวิธีการของเจ้าของร้าน โดยมองว่าคนในท้องถิ่นควรได้รับสิทธิประโยชน์มากกว่า
ร้านราเมงดังกล่าวมีสาขาในเมืองนาราด้วย แต่เจ้าของร้านไม่ได้ระบุว่าจะแบนชาวจีนด้วยหรือไม่
ก่อนหน้านี้เคยมีร้านบุฟเฟ่ต์ในโตเกียว ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์จากการเก็บค่าบริการพิเศษจากผู้ที่ไม่พูดภาษาญี่ปุ่นหรือนักท่องเที่ยวเป็นเงิน 1,100 เยน (ประมาณ 217 บาท) จนถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเกลียดกลัวชาวต่างชาติและเลือกปฏิบัติ
นอกจากนี้ ในเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว สวนสนุก ‘จังเกลีย’ ในโอกินาวา ก็เคยตกเป็นข่าวจากการเก็บค่าเข้าชมจากผู้ที่ไม่ใช่ในท้องที่ในราคาแพงกว่าปกติ โดยบวกเพิ่มเข้าไปอีก 1,870 เยน (ประมาณ 370 บาท)
มันซากุ คันดะ ทนายความชาวญี่ปุ่นให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์กฎหมาย bengo4.com เกี่ยวกับการตั้งราคาของสถานประกอบการเอกชนว่า ธุรกิจเอกชนมีเสรีภาพในการตั้งราคา ตราบใดที่ส่วนต่างนั้นสมเหตุสมผล และ “ไม่ถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่สมควร"
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES