โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

'ผู้ตรวจการแผ่นดิน' จี้ 'รัฐ' เร่งทำตามข้อเสนอแนะความปลอดภัย

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกแถลงการณ์กรณีเกิดเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 ณ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2569 และเหตุเครนก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ร่วงลงบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2569 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดและสร้างความสูญเสียต่อชีวิต รวมถึงทรัพย์สินอย่างมาก ก่อให้เกิดความสะเทือนใจแก่สังคมอย่างยิ่ง โดยผู้ตรวจการแผ่นดินขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่านฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงช่องว่างด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวน และปรับปรุงอย่างจริงจังและเร่งด่วน

ทั้งนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 หยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่การก่อสร้างและบำรุงทางมาพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระหว่างการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2)

โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ เสนอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณากำหนดมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยสำหรับโครงการก่อสร้างและบำรุงทางที่มีการปฏิบัติงานบนที่สูงเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมจากโครงการก่อสร้างทางทั่วไป และพิจารณานำมาตรการดังกล่าวบัญญัติเป็นกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ระเบียบ หรือข้อบังคับ รวมถึงผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างก่อสร้างหลักเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อพิจารณาจัดตั้ง “คณะกรรมการด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย” ซึ่งเป็นคณะกรรมการอิสระด้านวิศวกรรม ให้มีหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของโครงการ ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ดำเนินการก่อสร้าง ตลอดจนการตรวจสอบภายหลังเกิดเหตุเพื่อให้การควบคุมความปลอดภัยในภาพรวมเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นระบบ

พร้อมกันนี้ ยังได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง เร่งพัฒนาสมุดพกผู้รับเหมา ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเปิดเผยข้อมูลให้ทุกหน่วยงานของรัฐใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกผู้รับเหมางานก่อสร้างโครงการของรัฐ ทั้งยังเป็นกลไกในการควบคุม กำกับดูแลผู้รับเหมา รวมถึงพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาให้ครอบคลุมถึงผู้รับเหมาช่วง และผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อเสริมสร้างกลไกการกำกับดูแลผู้รับเหมาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากโครงการก่อสร้างของรัฐในอนาคต

นายทรงศัก ย้ำว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว หน่วยงานรัฐไม่อาจมองข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2568 ว่า เป็นเพียงแนวทางเชิงป้องกันอีกต่อไป แต่ต้องเร่งนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อหยุดวงจรความสูญเสียจากโครงการก่อสร้างของรัฐ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการชดเชยและเยียวยาค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ต่อไปจะติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะจัดประชุมติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...