โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

‘หุ้นไทย’ วันนี้ แนวโน้มในกรอบ 1,505-1,530 จุด รับแรงหนุนลดดอกเบี้ย

Businesstoday

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 03.21 น. • Businesstoday

บล.กสิกรไทยประเมิน SET Index วันนี้แกว่งตัวกรอบ 1,505-1,530 จุด รับอานิสงส์ดัชนีทะลุ 1,500 จุด และ กนง. ลดดอกเบี้ย พร้อมชูหุ้นเด่น KTB และ SC

ภาพรวมตลาดหุ้นไทย (SET Index) วานนี้ (25 ก.พ.) ปิดตลาดที่ระดับ 1,516.01 จุด เพิ่มขึ้น 25.61 จุด (+1.72%) โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มการเงิน และกลุ่มปิโตรเคมี แม้ว่ากระแสเงินทุน (Fund Flow) ของนักลงทุนต่างชาติจะยังคงเป็นการขายสุทธิราว 2.32 พันล้านบาทก็ตาม

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้ (26 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ประเมินกรอบ SET Index ไว้ที่ 1,505 – 1,530 จุด โดยมองว่าบรรยากาศการลงทุนในระยะสั้นยังคงเป็นบวก หลังจากดัชนีสามารถทะลุแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 1,500 จุดขึ้นมาได้

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 1.00% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 และเป็นการปรับลดที่สวนทางกับความคาดหวังของตลาดส่วนใหญ่ที่คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ย การตัดสินใจดังกล่าวของ กนง. เกิดจากความกังวลด้านความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ รวมถึงภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงติดลบต่อเนื่อง ซึ่งการลดดอกเบี้ยในครั้งนี้จะส่งผลดีโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มการเงิน เนื่องจากช่วยลดต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ในอนาคต

นอกจากนี้ การรายงานผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของบริษัทจดทะเบียนภายใต้การวิเคราะห์ของ KS จำนวน 91 บริษัท ออกมาดีกว่าที่ทาง KS และตลาดคาดการณ์ไว้ถึง 5.2% และ 7.3% ตามลำดับ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงตลาดในระยะสั้น

แนะกลยุทธ์ลงทุน ชู KTB และ SC

บล.กสิกรไทย แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้น 2 บริษัทที่มีความโดดเด่น ได้แก่:

  • KTB (ราคาพื้นฐาน 33.50 บาท): มีมุมมองเชิงบวกจากเป้าหมายทางการเงินในปี 2026 ที่คาดว่าจะปรับลด Credit Cost ลงมาอยู่ที่ 75-115 bps เนื่องจากธนาคารมีการตั้งสำรองไว้เพียงพอและสูงเป็นอันดับสองในกลุ่ม ประกอบกับการมีอัตราส่วนเงินกองทุน (CET1) สูงสุดราว 19% ทำให้ KTB มีโอกาสพิจารณาจ่ายเงินปันผลในระดับสูงที่ 6-7% ซึ่งมีความน่าสนใจในการลงทุนอย่างมาก
  • SC (ราคาพื้นฐาน 2.61 บาท): ประเมินว่าผลประกอบการจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแกร่งในปี 2026 โดยคาดการณ์การเติบโตที่ระดับ 22% จากการเริ่มรับรู้รายได้โอน 2 โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ ได้แก่ COBE Kaset–Sripatum และ COBE Ratchada–Rama 9 รวมถึงการรับรู้รายได้เต็มปีจากโรงแรมใหม่ 2 แห่ง ซึ่งจะช่วยชดเชยรายได้ค่าเช่าที่ลดลงบางส่วน นอกจากนี้ SC ยังมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และคาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ปี 2026 สูงถึง 8.41%

อัปเดตประเด็นสำคัญที่มีผลต่อการลงทุน

  • กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ (DELTA): ได้รับจิตวิทยาเชิงบวกจากกระแส AI ทั่วโลก หลัง Nvidia คาดการณ์รายได้ไตรมาสแรกสูงกว่าคาด และยืนยันความพร้อมในการผลิตชิปเพื่อรองรับความต้องการของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ เช่น Google และ Microsoft
  • กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK, STECON, PYLON): กทม. เดินหน้าเวนคืนที่ดินมูลค่ากว่า 4,216 ล้านบาท เตรียมลุยโครงการก่อสร้างถนนเทพรักษ์ช่วงสุดท้าย คาดเริ่มก่อสร้างได้ในช่วงปี 2026-2028
  • กลุ่มโรงพยาบาล (BCH, CHG): ได้รับอานิสงส์เชิงบวกจากนโยบายสำนักงานประกันสังคม ที่ประกาศเพิ่มสิทธิประโยชน์ครอบคลุมการดูแลรักษาและฟอกเลือดสำหรับผู้ป่วยโรคไตทุกระยะแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายและไม่จำกัดระยะเวลา
  • กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย (SCC): ประกาศขายหุ้น 50% ใน PT. Siam Maspion Terminal (SMT) ธุรกิจท่าเทียบเรือในอินโดนีเซีย มูลค่าสินทรัพย์ราว 700 ล้านบาท โดยจะรับรู้กำไรสุทธิประมาณ 300 ล้านบาท สอดคล้องกับกลยุทธ์การลดภาระทางการเงิน
  • กลุ่มร้านอาหาร (M, ZEN, OKJ): เผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับพุ่งขึ้นกว่า 40% รวมถึงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ส่งผลกระทบเชิงลบต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรม

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องจับตา นักลงทุนยังคงต้องติดตามการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกของสหรัฐฯ ในวันพฤหัสบดี และดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (MPI) ของไทย รวมถึงดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนมกราคมในวันศุกร์นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...