AOT เผยเหตุการณ์สหรัฐฯ โจมตีอิหร่าน ทำยกเลิกแล้ว 20 ไฟล์ทไปตะวันออกกลาง กระทบผู้โดยสาร 2,000-3,000 คน ด้าน ‘การบินไทย’ ยังบินได้ปกติ เหตุไม่มีบินผ่านเส้นทางที่มีการโจมตี แต่ยังมอนิเตอร์สถานการณ์ใกล้ชิด
จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กรณีสหรัฐอเมริกาเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ต้องมีการปิดน่านฟ้าถึง 6 แห่ง ทางด้าน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ได้ออกมาระบุถึงผลกระทบในภาคการบินและแผนการบริหารจัดการภายในสนามบินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น
วันนี้ (28 กุมภาพันธ์) ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ระบุว่า ผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ณ เวลา 21.50 น.ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มีสายการบินที่จำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินแล้วประมาณ 20 เที่ยวบิน โดยส่วนใหญ่เป็นเส้นทางที่เดินทางไปยังตะวันออกกลาง รวมถึงสายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ต้องบินผ่านน่านฟ้าดังกล่าว
โดยเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 2 ท่าอากาศยานหลักของไทย ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานภูเก็ต โดยมีผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้นประมาณ 2,000-3,000 คน
ในด้านการบริหารจัดการจัดการพื้นที่และดูแลผู้โดยสาร ปวีณาระบุว่า AOT ได้ดำเนินการอพยพผู้โดยสารบางส่วนที่ผ่านเข้าไปรอขึ้นเครื่อง (Boarding) ให้ออกมาจากเกตแล้วหลังจากทราบข่าวการปิดน่านฟ้า พร้อมทั้งได้จัดเตรียมพื้นที่พักคอย แจกน้ำดื่ม และ Snack Box เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับผู้โดยสาร
อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่เมื่อทราบสถานการณ์ ได้ตัดสินใจเดินทางกลับเข้าเมือง ทำให้ปัจจุบันไม่มีผู้โดยสารตกค้างหรือเข้ามาใช้พื้นที่พักคอยที่ AOT จัดเตรียมไว้
“หน้าที่หลักในการดูแลเรื่องอาหารและที่พักให้กับผู้โดยสารจะเป็นความรับผิดชอบของสายการบิน ในขณะที่ท่าอากาศยานจะดูแลเรื่องพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกเบื้องต้น ซึ่งตอนนี้ AOT ได้ดำเนินการอย่างครบถ้วนแล้ว” ปวีณากล่าว
สำหรับการจัดการเชิงพื้นที่ ปวีณายอมรับว่าที่ท่าอากาศยานภูเก็ตมีความท้าทายเล็กน้อยเนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่จำกัด แต่ก็สามารถบริหารจัดการได้เรียบร้อย ในขณะที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไม่มีปัญหาใดๆ เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง และผู้โดยสารมีความเป็นอิสระ สามารถเลือกช่องทางในการเดินทางกลับเข้าเมืองได้หลากหลาย
เมื่อประเมินถึงสถานการณ์ในระยะต่อไป ปวีณามองว่า ความวุ่นวายภายในสนามบินมักจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วง 12 ชั่วโมงแรกหลังเกิดเหตุการณ์ เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉิน ทำให้สายการบินไม่สามารถติดต่อแจ้งข่าวสารกับผู้โดยสารได้ทันท่วงที
แต่หลังจากผ่านพ้นช่วงแรกไปแล้ว เมื่อข่าวสารกระจายออกไป ผู้โดยสารจะระงับการเดินทางเข้ามายังสนามบิน และจะรออยู่ที่พักจนกว่าจะได้รับการคอนเฟิร์มตั๋วโดยสารรอบใหม่จากสายการบิน
ปัจจุบัน จำนวนเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกมีความชัดเจนแล้วตามประกาศกรอบเวลาการปิดน่านฟ้า โดย AOT จะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อดูแลผู้โดยสารและบริหารจัดการสนามบินให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดต่อไป
‘การบินไทย’ ยังไม่มียกเลิกเที่ยวบิน ชี้บินเลี่ยงน่านฟ้าตะวันออกกลางอยู่แล้ว พร้อมจัดศูนย์เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง
ด้านชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่เกิดขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเส้นทางการบินของการบินไทย โดยไม่มีความจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนตารางบินหรือยกเลิกเที่ยวบินแต่อย่างใด ทุกเที่ยวบินยังคงให้บริการได้ตามปกติ
สำหรับสาเหตุหลักที่การบินไทยไม่ได้รับผลกระทบนั้น ซีอีโอการบินไทยอธิบายว่า ในเส้นทางการบินเข้าสู่ทวีปยุโรป ทางสายการบินไม่ได้ทำการบินผ่านน่านฟ้าของประเทศที่อยู่ในจุดเสี่ยงอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นน่านฟ้าของอิหร่าน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE), อิสราเอล, กาตาร์ รวมถึงอัฟกานิสถาน
“การบินไทยได้เลือกใช้เส้นทางบินอ้อมขึ้นไปทางตอนบน ผ่านกลุ่มประเทศแถบ
เอเชียกลาง เช่น ทาจิกิสถาน ซึ่งการไม่บินเข้าน่านฟ้าอิหร่านหรืออัฟกานิสถานนั้น ถือเป็นเส้นทางบินปกติของเราที่ใช้ทำการบินเป็นประจำอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงนี้” ชาย ระบุ
แม้เส้นทางบินในปัจจุบันจะรอดพ้นจากรัศมีความขัดแย้ง แต่ในด้านแผนการรับมือและการบริหารความเสี่ยง การบินไทยได้ยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นรายชั่วโมง และมีการติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการจัดเตรียมเจ้าหน้าที่คอยประเมินและติดตามสถานการณ์ตลอดเวลาผ่านศูนย์ปฏิบัติการ (OPC) ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรับประกันความปลอดภัยสูงสุดให้แก่เที่ยวบินและผู้โดยสาร
ภาพ: J-Alone / Shutterstock