โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทนายดังวิเคราะห์กรณี “ทนายแก้ว” ละเมิดต่อหน้าธารกำนัลและเข้าเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 278 วรรคสองจึงเป็นความผิดยอมความไม่ได้

daradaily

อัพเดต 24 ม.ค. เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. เวลา 04.15 น.

ทนายดังวิเคราะห์กรณี “ทนายแก้ว” ละเมิดต่อหน้าธารกำนัลและเข้าเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 278 วรรคสองจึงเป็นความผิดยอมความไม่ได้

ทนายดัง“สาคร ศิริชัย”วิเคราะห์ละเอียดมุมมองประเด็นทางกฎหมายและสังคมต่อกรณี ทนายแก้ว ดังที่ปรากฏเป็นข่าว ดังนี้

อ่านข่าวต่อ: “ทนายแก้ว” ชี้แจงปมข่าวฉาว หลังถูกพาดพิง

กรณีประเด็นคดีดัง ในความชื่อดังกระทำอนาจารกับนักศึกษาหญิงอายุ 18ปีจนตกเป็นข่าวดังทั่วประเทศในขณะนี้

คดีนี้ขอแสดงความเห็นด้วยความระมัดระวังเนื่องจากฝ่ายหนึ่งในฐานะผู้ร่วมวิชาชีพที่ได้แถลงต่อสาธารณะชนไปแล้วว่าได้กระทำไปด้วยความที่ “ คิดน้อย” ไปหน่อยทำให้เกิดผลเสียหาย ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็นน้องนักศึกษาผู้หญิงอายุเพียง 18ปีเศษยังถือว่าอายุยังน้อยถือว่าเป็น “ รุ่น ลูก” ก็ว่าได้ยังด้อยประสบการณ์

ในเรื่องลักษณะดังกล่าว นอกจากนี้กรณีดังกล่าวยังมีประเด็นเกี่ยวกับมีการเจรจาไกล่เกลี่ยเรียกเงินค่าเสียหายเป็นเงินหลักล้านเพื่อให้จบเรื่อง

“แต่ผมขอให้ความเห็นเพื่อให้ความรู้ข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติในฐานะที่เป็นทนายความที่เคยทำคดีลักษณะเช่นเดียวกันนี้มาก่อนซึ่งผมได้ทำหน้าที่เป็นทนายความของฝ่ายหญิงซึ่งเป็นผู้เสียหายถูกกระทำอนาจาร”

“คดีที่ตกเป็นข่าวข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏตามสื่อจากฝ่ายทนายความชื่อดังคือมีการนั่งรถไปทานอาหารด้วยกันและยอมรับว่ามีการกอดและหอมแก้มน้องนักศึกษาภายในรถส่วนบุคคลโดยน้องนักศึกษาไม่แสดงอาการขัดขืน”

“ส่วนฝ่ายน้องนักศึกษาผู้หญิงให้ข้อเท็จจริงว่ามีการ กอด จูบ ลูบคลำ นอกจากนี้มีความพยายามจะจูบปากและจับอวัยวะอันพึงสงวนโดยตัวเองไม่มีความยินยอมพร้อมใจซึ่งข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่ายยังคงโต้แย้งกันอยู่จึงเป็นเรื่องที่รู้กันเพียงสองคนคงต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงกันในชั้นศาล”

ประเด็นดังกล่าวมีข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 “ ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15ปี โดยขู่เข็ญโดยประการใดใดโดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นไม่อยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ฯ ต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 10ปีหรือปรับไม่เกิน 200,000บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ

วรรคสอง ถ้าการกระทำตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำโดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นใดซึ่งมิใช่อวัยวะเพศ ” ล่วงล้ำ“ อวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้นั้นต้องระวังโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึง 20ปีและปรับตั้งแต่ 80,000บาทถึง 400,000บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 281ถ้าความผิดตาม มาตรา 278วรรคแรก” มิได้เกิดขึ้นต่อหน้าธารกำนัล เป็นความผิดอันยอมความได้“

เทียบเคียงจากคดีที่ผมเคยทำมาคดีดังกล่าวฝ่ายชายซึ่งเป็นจำเลยรู้จักกันกับน้องผู้หญิงผู้เสียหายมาก่อน วันเกิดเหตุมีการนัดดื่มกินกันจนเกิดอาการเมาฝ่ายชายจึงมีการทำร้ายตบตีผู้เสียหายพยายามขอมีเพศสัมพันธ์ ฝ่ายหญิงไม่ยินยอม จึงมีการทำร้ายทุบตีผู้เสียหายจนได้รับบาดเจ็บศีรษะแตกเลือดไหล มีการฉีกเสื้อผ้าของผู้เสียหายพยายามปลุกป้อมใช้มือล้วงอวัยวะเพศผู้เสียหาย แต่ท้ายที่สุดผู้เสียหายหลบหนีออกจากที่เกิดเหตุจนหลุดพ้นจากอันตราย

ซึ่งคดีดังกล่าวฝ่ายหญิงได้ไปแจ้งความจนในที่สุดจำเลยถูกฟ้องต่อศาลตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278และเมื่อมีการใช้มือล้วงอวัยวะเพศจึงโดนฟ้องเหตุตามวรรคสองด้วยซึ่งมีโทษหนัก ตอนแรกจำเลยจะต่อสู้คดีอ้างว่า เป็นแฟนกันอ้างว่าผู้เสียหายยินยอม สุดท้ายเมื่อดูพยานหลักฐานต่างๆแล้วเห็นว่าไปไม่รอดจึงยอมรับสารภาพและยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายเป็นเงินหลักแสนบาท ศาลจึงได้มีคำพิพากษาจำคุกสี่ปีปรับ 80,000บาท แต่เนื่องด้วยจำเลยให้การรับสารภาพศาลจึงลดโทษจำคุกกึ่งหนึ่งคงลงโทษจำคุกสองปีปรับ 40,000บาทโทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดสองปีและให้จำเลยรายงานตัวต่อเจ้าพนักงานคุมประพฤติสองปี

ดังนั้นเมื่อเทียบกับคดีดังที่ปรากฏตามข่าวระหว่างทนายความชื่อดังกับนักศึกษาสาว หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่น้องนักศึกษาหญิงแจ้งไว้ว่ามีการกอด หอม และใช้ มือ ล้วง(จก) อวัยวะเพศ โดยตนเองไม่มีความยินยอมพร้อมใจและทำในรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถซึ่งมิใช่ที่รโหฐานถือว่าทำต่อหน้าธารกำนัล และเข้าเหตุฉกรรจ์ ตามมาตรา 278วรรคสองจึงเป็นความผิดยอมความไม่ได้

แต่ในการดำเนินการในชั้นศาลคดีอาจมีทางออกได้หากมีการเจรจา ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนความเสียหาย และจำเลยให้การรับสารภาพศาลอาจมีความเมตตาลงโทษจำคุกและปรับ โดยโทษจำคุกอาจใช้ดุลย์พินิจให้มีการรอการลงโทษได้ เหมือนตัวอย่างคดีที่ผมทำมา ลักษณะนี้หากสู้คดีแล้วแพ้มีสิทธิ์ติดคุกสูงโดยไม่รอการลงโทษ

ซึ่งคดีลักษณะนี้แม้จะเป็นความผิดยอมความไม่ได้แต่ในทางปฏิบัติ ก่อนคดีเข้าสู่กระบวนการหลังเกิดเหตุมักจะมีการเจรจาไกล่เกลี่ยชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินกัน คือ“ เจอ จ่าย จบ” ซึ่งมีให้เห็นกันเยอะไม่เป็นที่เปิดเผย

คดีที่ตกเป็นข่าวต่างฝ่ายต่างมองว่าตนเองตกเป็น“เหยื่อ” แต่ในมุมมองของผมผมเห็นว่าทั้งสองฝ่ายได้ตกเป็น “ เหยื่อ” ของสื่อต่างๆโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ในยุคนี้ไปแล้ว

เรื่องนี้ขอเตือนสติ วัวแก่ชอบกินหญ้าอ่อน ต้องระมัดระวัง โชคดีก็รอดตัว ถ้าโชคร้าย เจอแล้ว “ ไม่ยอมจ่าย” จะมีจุดจบที่ไม่สวย ราคาที่ต้องจ่ายจะสูงตามฐานะและชื่อเสียง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...