โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘จับโป๊ะ’ กกต. มีอะไรบ้างที่สวนทาง กับความเป็นจริง

The Momentum

อัพเดต 18 ก.พ. เวลา 15.07 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. เวลา 11.34 น. • THE MOMENTUM

วาระที่ควรจะ ‘ลับ’ มากที่สุด ณ ตอนนี้อาจจะพูดแบบนั้นได้ไม่เต็มปาก หลังเห็นการจัดการเลือกตั้ง 2569 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หน่วยงานที่กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธา หลังเจอปัญหามากมายที่ทำให้เกิดคำถามทั้งเรื่องความโปร่งใสและเรื่องความลับ

การแถลงข่าวครั้งล่าสุดของ กกต.คือเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ชี้แจงทุกข้อครหาทั้งเรื่องการนับคะแนนที่ยังไม่แล้วเสร็จสักทีแม้จะผ่านมา 1 สัปดาห์แล้ว ความโปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง การกระทำที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าผิดระเบียบของ กกต.เอง รวมถึงปัญหาใหญ่ที่อาจจะทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็น ‘โมฆะ’ คือความลับในการลงคะแนนเสียงของประชาชน

เมื่อ กกต.ตอบคำถามแล้ว The Momentum ขอนำคำตอบที่ได้รับจากหน่วยงานมาสอบทานกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงกฎหมายและระเบียบ กกต.เพื่อดูว่า มีตรงไหนที่ดูแล้ว ‘โป๊ะ’ สวนทางกับข้อเท็จจริงบ้าง

  • อ้างเก็บต้นขั้ว บัตรลงคะแนนแยกสถานที่ แต่ในความเป็นจริงเก็บที่เดียวกัน

ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าที่ร้อยตรี ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. แถลงข่าวตอนหนึ่งถึงกรณีการเก็บรวบรวมบัตรลงคะแนนเสียง ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยชี้แจงว่า หลังเสร็จสิ้นการนับคะแนนในวันเลือกตั้ง บัตรลงคะแนนเสียง รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และต้นขั้วบัตร จะแยกไปเก็บรักษาคนละที่ กกต.จะเป็นผู้เก็บรักษาบัตรลงคะแนนเสียง นายทะเบียนอำเภอและนายทะเบียนท้องถิ่นเป็นผู้เก็บรักษาบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่วนต้นขั้วบัตรจะเก็บแยกไปอีกสถานที่หนึ่ง ซึ่ง กกต.ไม่ได้ชี้แจงว่าเป็นที่ไหน

ข้อมูลทั้ง 3 อย่างที่เก็บแยกกัน ว่าที่ร้อยตรีภาสกรยืนยันว่า เป็นกระบวนการรักษาความปลอดภัยที่จะทำให้การลงคะแนนเสียงในการเลือกตั้งครั้งนี้ยังคงเป็นไปโดยตรงและลับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 เพราะไม่สามารถรู้ได้ว่า ใครลงคะแนนให้พรรคการเมืองใด

แต่ปรากฏว่า ในระเบียบเลือกตั้ง สส.ข้อ 181 กำหนดว่า บัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือและ ‘ต้นขั้วบัตร’ ให้ส่งไปที่ กกต.เขต และเมื่อติดตามไปดูว่า กกต.เขตจะแยกเก็บต้นขั้วบัตรกับบัตรลงคะแนนเสียงหรือไม่นั้น ในระเบียบเดียวกัน ข้อ 184 ระบุว่า ให้บุคคลหรือคณะบุคคลที่ กกต.ประจำเขตแต่งตั้ง ดำเนินการยุบรวมและใส่บัตรลงคะแนนเสียงที่เหลือไม่เต็มเล่มและต้นขั้วบัตรลงคะแนนเสียงไปบรรจุรวมไว้ในหีบบัตรลงคะแนนเสียง

จึงแปลได้ว่า การเก็บรักษาต้นขั้วและบัตรลงคะแนนเสียง แม้จะไม่ได้เก็บไว้ในหีบบัตรเดียวกัน แต่ยังคงเก็บไว้ในสถานที่เดียวกัน สวนทางกับคำแถลงของรองเลขาธิการ กกต.ที่อธิบายว่า มีการเก็บต้นขั้วบัตร และบัตรลงคะแนนเสียงแยกสถานที่กันอย่างชัดเจน

ด้าน ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แชร์ภาพกองหีบบัตรลงคะแนนเสียงหน่วยที่ 4-6 ตำบลทับช้าง ที่เก็บรวมไว้ ณ สถานที่แห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี โดยพบว่า บัตรลงคะแนนเสียงและต้นขั้วบัตรของหน่วยเลือกตั้งในเขตเดียวกันเก็บไว้ในสถานที่เดียวกัน ที่สำคัญ หีบบัตรลงคะแนนเสียงยังอยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย โดยพบว่าบางหีบไม่ได้ปิดด้วยเคเบิลไทร์หรือสายรัดให้เรียบร้อยตามระเบียบ กกต.แต่อย่างใด

  • ช่วงยุบรวมหีบไม่ต้องคล้องสายรัดปิดหีบ แต่ระเบียบ กกต.กำหนดให้ใช้สายรัดปิดหีบ

สืบเนื่องจากกรณีที่ประชาชนในพื้นที่ชลบุรี เขต 1 พบว่า หีบเลือกตั้งบางใบไม่ได้ปิดผนึกด้วยสายรัดหรือเคเบิลไทร์พร้อมลงลายมือชื่อกรรมการประจำหน่วย มีเพียงการซีลเทปกาวรอบหีบเท่านั้น นำมาสู่คำถามว่าเจ้าหน้าที่รัฐดำเนินการไม่เป็นไปตามระเบียบ กกต.หรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ กกต.ชลบุรีชี้แจงเบื้องต้นว่า สายรัดหมด แต่ในภายหลังกลับพบว่า ภายในโดมสนามแบดมินตันยังคงมีสายรัดเหลืออยู่

กกต.ให้เหตุผลว่า เนื่องจากตอนนั้นอยู่ในช่วงยุบรวมหีบและกำลังจะมีการเคลื่อนย้ายหีบบัตรจากโรงยิมไปยังศูนย์รวมคะแนนที่ศาลาประชาคม ซึ่งอยู่ห่างราว 500 เมตร แต่ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 กกต.ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า หีบบัตรที่ไม่ได้ปิดผนึกด้วยสายรัดหรือเคเบิลไทร์พร้อมลงลายมือชื่อเป็นเพียงหีบบัตรที่เก็บวัสดุและอุปกรณ์ตัดทำลาย

เมื่อดูตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปี 2566 ข้อ 183 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่สามารถยุบรวมหีบด้วยสายรัดหรืออุปกรณ์อื่นแทนสายรัดพร้อมลงลายมือชื่อไว้ แต่กรณีหีบบัตรลงคะแนนเสียงของชลบุรี เขต 1 จำนวนหนึ่งถูกผนึกด้วยเทปกาวและไม่มีสายรัดที่ลงลายมือชื่อ

เหตุผลของ กกต.ยิ่งมีน้ำหนักน้อยลงไปอีก เมื่อมีการเปิดเผยภาพจุดรวมหีบบัตรลงคะแนนเสียงของเขตเลือกตั้งแห่งหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี เพราะแม้จะเป็นหีบที่บรรจุบัตรดีหรือบัตรเสีย ไม่ใช่หีบเก็บวัสดุอุปกรณ์ กลับไม่มีการผนึกหีบด้วยสายรัดหรือเคเบิลไทร์ที่ลงลายมือชื่อแต่อย่างใด

  • การเลือกตั้งเป็นความลับ แต่มีข้อมูลผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหลุด

ธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ชี้ให้เห็นว่า ขณะนี้มีข้อมูลของผู้มีสิทธิเลือกตั้งรั่วไหลจากระบบตรวจสอบรายละเอียดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็น เลขบัตรประชาชน ชื่อจริง (ไม่มีนามสกุล) ลำดับบัญชีในบัญชีทั้ง สส.และประชามติ จังหวัดที่มีสิทธิ เขตที่มีสิทธิ รวมทั้งหน่วยเลือกตั้ง

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แชร์ข้อความธนารัตน์ พร้อมกับแคปชันว่า ข้อมูล 2 ใน 3 ส่วน คือภาพถ่ายบัตรสีชมพูตอนนับคะแนน และข้อมูลลำดับผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศนั้นหลุดออกมาแล้ว เหลือเพียงส่วนสุดท้ายคือ ‘ต้นขั้ว’ บัตรเลือกตั้ง หากมีคลิปหรือภาพถ่ายใดที่เห็นต้นขั้วในบัตรสีชมพูเพียง 1 ใบ ที่ตรงกับภาพตอนนับคะแนนก็อาจจะทำให้รู้ข้อมูลว่า เจ้าของบัตรลงคะแนนเสียงเลือกใคร

“เพียงแค่ 1 เคส ก็เพียงพอแล้วในการพิสูจน์ ว่าที่ กกต.พยายามออกมาแถลงว่า เป็นการเลือกตั้งที่ตรงและลับด้วยกระบวนการนั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ที่เราเดินมาถึงจุดนี้ เพราะคุณผิดพลาด ไม่ว่าด้วยความประมาท หรือด้วยความทุจริตก็ตาม ในการใส่สัญลักษณ์ เช่น บาร์โค้ด ที่ระบุไปถึงบัตรแต่ละใบได้แบบ 1:1” ณัฐพงษ์กล่าว

ทั้งนี้เนื่องจากว่า ผู้ไม่หวังดีสามารถสแกน QR Code แล้วได้เลขที่ซึ่งปรากฏอยู่บนต้นขั้วบัตรลงคะแนนเสียง และสามารถนำเลขที่ที่ได้ไปตามหาเจ้าของบัตรลงคะแนนเสียงจากข้อมูลที่รั่วไหล ดังนั้นจึงเป็นความเสี่ยงต่อเจ้าของบัตรลงคะแนนเสียง สส.แบบแบ่งเขต ที่เผยแพร่อยู่บนโซเชียลฯ ณ เวลานี้ และอาจทำให้การลงคะแนนเสียงของพวกเขาที่ควรจะเป็นความลับ กลายเป็น ‘ข้อมูลสาธารณะ’ ไปโดยปริยาย

สวนทางกับคำยืนยันของ กกต.ก่อนหน้านี้ที่พยายามจะสร้างความเชื่อมั่นว่า ตนมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา ซึ่งสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญที่การเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ โดยการทำเครื่องหมาย QR Code และบาร์โค้ดบนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งก็เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งในการรักษาความปลอดภัย

  • การเลือกตั้งเป็นความลับ แต่บาร์โค้ดตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าเลือกอะไร

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 กำหนดให้การออกเสียงเลือกตั้งต้องเป็นไปโดยตรงและลับ แสดงว่าไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้ใครหรือเลือกพรรคการเมืองใด

แต่หลังการเลือกตั้งผ่านไปไม่กี่วัน มีประชาชนสังเกตเห็นบาร์โค้ดและ QR Code ที่ติดมากับบัตรลงคะแนนเสียง ซึ่งเมื่อสแกนแล้วพบว่า บาร์โค้ดแปลงเป็นตัวเลขที่ตรงกับ ‘เลขที่’ ที่อยู่บน ‘ต้นขั้วบัตร’ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนได้รับไม่ซ้ำกัน

เมื่อตัวเลขบนบาร์โค้ดบอกได้ว่า บัตรลงคะแนนเสียงใบนี้ถูกฉีกมาจากต้นขั้วบัตรใบไหน หากเกิดการจับคู่กันได้ระหว่างบัตรลงคะแนนเสียงกับต้นขั้วบัตร แปลว่าผู้ที่ทำเช่นนั้นจะรู้ข้อมูลลำดับเลขที่ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และสามารถตามไปหารายละเอียดข้อมูลบุคคลในเอกสารบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ประกอบไปด้วยข้อมูลไม่ว่าจะเป็น ชื่อ-สกุล เลขบัตรประชาชน และที่อยู่

ทั้งนี้ วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ กล่าวในแถลงการณ์ของ กกต. และว่าที่ร้อยตรีภาสกร รองเลขาธิการ กกต. พูดถึงประเด็นนี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นไปไม่ได้ที่จะมีผู้ไม่หวังดีไปค้นหาต้นขั้วบัตรเพื่อนำมาจับคู่กับบัตรลงคะแนนเสียง และไม่มีทางที่จะเปิดหีบบัตรลงคะแนนเสียงเพื่อค้นหาต้นขั้วได้ เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การเปิดหีบทำได้เฉพาะมีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่

ว่าที่ร้อยตรีภาสกรยังเพิ่มเติมว่า บัตรลงคะแนนเสียง ต้นขั้วบัตร และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งถูกเก็บแยกกันคนละที่ บัตรลงคะแนนเสียงอยู่ในความดูแลของ กกต. บัญชีรายชื่ออยู่ที่สำนักทะเบียน ส่วนต้นขั้วบัตรไม่บอกว่าเก็บไว้ที่ใด

  • กฎหมายห้ามทิ้งใบขีดคะแนน แต่เจอใบขีดคะแนนในกองขยะ

อันที่จริงตามระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2566 ใบขีดคะแนนจะต้องบรรจุไว้ในถุงใสชั้นนอกแล้วมัดรวมด้วยสายรัด ก่อนนำไปใส่ไว้ในหีบบัตรลงคะแนนเสียง หลังจากนั้น กปน.จะนำหีบบัตรลงคะแนนเสียงที่บรรจุบัตรลงคะแนนเสียงส่งมอบให้กับ กกต.ประจำเขต ซึ่งจะต้องทำหน้าที่ตรวจรับหีบบัตรลงคะแนนเสียง คูหา สิ่งของและวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ก่อนนำไปเก็บรักษาในที่ปลอดภัยตาม กกต.เขตกำหนดต่อไป

แม้ข้อกำหนดในระเบียบจะเป็นเช่นนั้น แต่กลับพบกรณีที่มีประชาชนพบใบขีดคะแนนในกองขยะที่จังหวัดสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังพบเอกสารอื่นๆ เช่น วัสดุและอุปกรณ์ที่ใช้ในการจัดการเลือกตั้ง รวมไปถึงรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของจังหวัดบุรีรัมย์

ตลอดระยะเวลา 4 ปี วันที่ประชาชนมีอำนาจมากที่สุดมีเพียงวันเดียวคือ ‘วันเลือกตั้ง’ พวกเขาเลือกด้วยศรัทธาว่า ปลายปากกาของพวกเขาจะสามารถเปลี่ยนแปลงอนาคตของประเทศได้

ทว่านอกจากการเลือกตั้งในปี 2569 นี้ จะยังไม่มีผลลัพธ์ออกมาอย่างเป็นทางการหลังล่วงเลยวันเลือกตั้งมานานนับสัปดาห์ กลับยังสร้างปัญหากับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หลายคนกำลังร้อนๆ หนาวๆ ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะถึงทีที่ข้อมูลของตนรั่วไหล หลายคนกำลังกังวลว่าจะมี ‘หัวคะแนน’ มาตามเช็กบิลถึงที่บ้านหรือไม่

ในฐานะหน่วยงานหลักในการจัดการเลือกตั้ง กกต.อาจจะต้องสำรวจดูตัวเองว่า ตนทำได้ดีแค่ไหนในการทำหน้าที่นี้ และหากคิดว่าตนทำได้ดี ก็ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า ปัญหาร้อยแปดพันเรื่องที่กัดกร่อนศรัทธาที่มีต่อการเลือกตั้งเช่นนี้ เกิดขึ้นจากสาเหตุใด หากไม่ใช่เพราะจากการทำหน้าที่ของ กกต.เอง

ทั้งนี้ศรัทธาของประชาชนต่อการเลือกตั้งจะกลับมาได้ก็อยู่ที่การจัดการของ กกต. หากว่าจัดการได้ดี โปร่งใส จนประชาชนสิ้นข้อครหา ศรัทธาก็อาจกู้กลับมาได้

แต่หากว่า กกต.จัดการไม่ดี หรือไม่คิดแม้แต่จะลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไข อีก 4 ปีข้างหน้า ในวันที่การเลือกตั้งวนกลับมาอีกครั้ง ไม่แน่ว่า เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์คนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ก็เป็นได้

อ้างอิง:

https://www.facebook.com/share/p/187pq6ePVh/

https://www.ect.go.th/web-upload/migrate/download/article/article_20191224111455-copy73.pdf

https://www.facebook.com/reel/1291654846130115

https://www.ilaw.or.th/articles/57167

https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/posts/pfbid0cUFh18VfVmKVw2rWkRxPRNLZnPsA6b19zkJRiLsHce54H1hu9qSr9uKrYXpPrp3sl

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...