โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความบาดหมางวังหลวงกับวังหน้าสมัย ร.1 จากมุมพระธิดา “วังหน้าพระยาเสือ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา
(ซ้าย) พระบวรราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรฯ ที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพฯ (ขวา) พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ที่เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า กรุงเทพมหานคร

ความบาดหมางวังหลวงกับวังหน้าสมัยรัชกาลที่ 1 จากมุมมองของ “พระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตร” พระธิดาในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคล

หนังสือ “นิพพานวังหน้า” เป็นอีกหลักฐานที่บอกเล่าถึงความบาดหมางระหว่าง พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1กับกรมพระราชวังบวรสถานมงคล สมเด็จพระอนุชาธิราชของพระองค์ นั่นคือ สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทหรือ “วังหน้าพระยาเสือ”

หนังสือเล่มนี้เป็นพระนิพนธ์ในพระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตรพระธิดาในกรมพระราชวังบวรฯ กับนักองอี เนื้อหากล่าวถึงการเสด็จสวรรคตของกรมพระราชวังบวรสถานมงคล รำพันถึงความอาลัยรักที่พระองค์เจ้าหญิงมีต่อพระบิดา รวมถึงความผันผวนในพระชนม์ชีพหลังสิ้นกรมพระราชวังบวรฯ

รัชกาลที่ 5 ทรงนำต้นฉบับนิพพานวังหน้ามาถอดอักขรวิธีให้เข้าใจง่าย แล้วโปรดให้ใส่ในภาคผนวกของพระราชนิพนธ์ “พระราชวิจารณ์” กลายเป็นคำบอกเล่ากรณีความบาดหมางระหว่างวังหลวงกับวังหน้าจากฝั่งวังหน้า ขณะที่ประเด็นเดียวกันในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) หรือหลักฐานอื่น ๆ เกือบทั้งหมดล้วนมาจากฝ่ายวังหลวง

ความบาดหมางวังหลวงกับวังหน้า

พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ บันทึกความบาดหมางระหว่างวังหลวงกับวังหน้าว่า เมื่อ พ.ศ. 2339 ในการแข่งขันเรือระหว่างวังหลวงกับวังหน้า เมื่อเปรียบคนและเรือแล้ว ปรากฏว่า วังหน้าซ่อนคนเรือที่กำยำไว้อีกสำรับสำหรับแข่งจริง รัชกาลที่ 1 จึงทรงพระพิโรธ แล้วโปรดให้งดการแข่งขัน

หลังจากนั้น กรมพระราชวังบวรฯ ก็ไม่เสด็จมาเฝ้าอีกนาน ก่อนจะเสด็จมาเฝ้าอีกเพื่อขอเงินเพิ่มให้พอแจกจ่ายข้าราชการวังหน้า แต่รัชกาลที่ 1 ไม่โปรดพระราชทาน ทรงอ้างว่า เงินสำหรับใช้ในการแผ่นดินไม่พอ ทำให้ความบาดหมางระหว่าง “สองพี่น้อง” ร้าวลึกลงไปอีก กรมพระราชวังบวรฯ ทรงขัดเคืองพระทัยจนไม่เสด็จไปเข้าเฝ้าอีกเลย

พระราชพงศาวดารฯ เล่าต่อไปว่า พระยาเกษตร (บุญรอด) ข้าราชการวังหน้า ได้ชักปืนขึ้นป้อมวังหน้า เป็นเหตุให้เจ้าพระยารัตนาพิพิธ ข้าราชการผู้ใหญ่ฝ่ายวังหลวง ไปกราบทูลขอเอาปืนขึ้นป้อมบ้าง สถานการณ์ตึงเครียดจนเกือบจะเป็นสงครามกลางเมือง ร้อนไปถึงสมเด็จพระพี่นางเธอทั้งสองพระองค์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระยาสุดาวดี (สา)กับ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระศรีสุดารักษ์ (แก้ว) ต้องเสด็จไปเกลี้ยกล่อมให้วังหน้ายอมอ่อนน้อม เรื่องจึงสงบไป

นิพพานวังหน้าเล่าเรื่องนี้ต่างไปจากในพระราชพงศาวดาร คือไม่ได้กล่าวถึงสาเหตุความร้าวฉาน แต่อ้างว่า ฝ่ายวังหลวงให้เขมรชักปืนขึ้นป้อม ฝ่ายวังหน้าจึงไปสืบความ ความว่า “ครั้นทรงทราบว่าพระจอมบิตุลา ให้พลกัมพูชาลากปืนขัน ประจุป้อมล้อมราชวังจันทร์ จึงมีบัณฑูรสั่งให้สืบความ”

พอฝ่ายวังหน้าทราบว่า ฝ่ายวังหลวงชักปืนขึ้นป้อมในพิธีตรุษเท่านั้น เรื่องจึงได้สงบลง แต่พระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตรก็ยอมรับว่า ช่วงที่ยังระแวงสงสัยกันนั้น ฝ่ายวังหน้าตอบโต้อย่างรุนแรงทีเดียว ดังว่า “เพราะพระปิ่นดำรงบวรสฐาน กระหึมหาญหุนเหี้ยมกระหยับย่ำ เหมือนจะวางกลางเมืองเมื่อเคืองคำ พิโรธร่ำดังจะรุกเข้าโรมรัน”

กระนั้นเมื่อกรมพระราชวังบวรฯ จวนจะเสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 1 ยังเสด็จมา “ง้อ” พระอนุชาธิราชอยู่ กล่าวคือ “ดำรัสร่ำเรียกโอ้พ่อมิ่งเมือง ถึงยามเคืองพี่ก็ข้ามตามถนอม สู้เอาใจไม่ถือทั้งอดออม เพราะหมายกล่อมขวัญน้องประคองเคียง”

อย่างไรก็ตาม เป็นที่แน่ชัดว่า ความระแวงและบาดหมางระหว่างกันไม่ได้ยุติลง และพระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตรก็ทรงเข้าใจว่า รัชกาลที่ 1 ยังทรงขุ่นเคืองพระราชหฤทัยมาโดยตลอด

ก่อนกรมพระราชวังบวรฯ จะเสด็จสวรรคต ทรงแสดงความอาลัยสิ่งต่าง ๆ เล่าลือกันว่า ทรง “ให้ท้าย” พระโอรสคิดก่อการแย่งราชสมบัติ ตามที่มีพระราชดำรัสในพระราชพงศาวดารฯ ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ ระบุว่า “สมบัติทั้งนี้พระองค์ได้กระทำศึกสงครามกู้แผ่นดินขึ้นได้ ก็เพราะพระองค์ทั้งสิ้น ไม่ควรให้สมบัติตกไปได้แก่ลูกหลานวังหลวง ผู้ใดมีสติปัญญาก็ให้เร่งคิดเอาเถิด”

เข้าใจว่า ฝ่ายวังหลวงได้ทราบพระดำรัสดังกล่าวจากการสอบสวนหลังเหตุการณ์กบฏพระองค์เจ้าลำดวนกับพระองค์เจ้าอินทปัต พระโอรสในกรมพระราชวังบวรฯ เป็นเหตุให้รัชกาลที่ 1 ทรงพระพิโรธมาก ถึงกับมีพระราชดำรัสว่า กรมพระราชวังบวรฯ “รักลูกยิ่งกว่าแผ่นดิน”และจะไม่จัดงานพระเมรุให้พระอนุชาธิราช

เรื่องพระดำรัสส่งเสริมพระโอรสกระด้างกระเดื่องจะจริงเท็จอย่างไรไม่ทราบ แต่ไม่แปลกที่ นิพพานวังหน้าจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่องนี้เลย ทั้งยังกล่าวตรงกันข้ามว่า กรมพระราชวังบวรฯ ทรงสอนให้บรรดาพระโอรสธิดาเทิดทูนรัชกาลที่ 1 ดังความว่า “จึงดำรัสเรียกเหล่าบุตรีสมร ประโลมสอนพ่อจะร้างนิราศา ดวงจิตรฝากชีวิตรพระบิตุลา วาศนาหาไม่จงเจียมสกล”

รวมถึงทรงสั่งให้ข้าราชการวังหน้าจงรักภักดีต่อวังหลวงว่า “เราจะล่วงชิวงคตคัลไลลา จงชีพใต้ฝ่าธุลีลออง อย่าคิดคดทรยศไม่จงรัก จงตั้งภักดีต่อยุคลสนอง อาษาอย่าได้คิดชีวิตรปอง ฉลองพระเดชกว่าจะสิ้นชิวินปลง”

พระองค์เจ้าหญิงกัมพุชฉัตรยังทรงเล่าว่า เมื่อพระองค์เจ้าลำดวนและพระองค์เจ้าอินทปัตถูกจับข้อหากบฏ เจ้านายและข้าราชการวังหน้ายังไม่ทราบสาเหตุด้วยซ้ำ เพราะยังโศกเศร้าที่กรมพระราชวังบวรฯ เพิ่งเสด็จสวรรคตอยู่ เมื่อพระองค์เจ้าทั้งสองได้รับอนุญาตให้เข้ามาถวายบังคมพระบรมศพพระบิดา และฝ่ายวังหน้าพากันทราบข้อหา ก็พากันชิงชังเจ้านาย 2 พระองค์ด้วย ความว่า

“ถึงสองเชษฐ์ต้องคดีที่ข้อขำ เขาว่าโทษลึกลับให้จับจำ ก็ค้างคำเทศนาเข้ามาฟัง ต่างคนึงสุดคเนสนเทห์จิตร ไม่ทราบกิจโอ้ไฉนอย่างไรมั่ง ครั้นรู้แน่ว่ากระบถหมดทั้งวัง ชวนกันชังไม่มีภักดีปอง ควรเคืองเบื้องบรมจักรพรรดิ ไม่คิดว่าฉัตรแก้วกั้นเกษสนอง จะได้พึ่งเดชาฝ่าลออง ฉลองบาทบิตุเรศนิราไป พระบิดาบัญชากำชับสั่ง คำหลังลืมพระคุณไม่คิดได้ เพราะทนงนึกประมาทราชไภย ไม่อาไลยถึงถวายพระเพลิงปลง”

ไม่ว่าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท จะ “ให้ท้าย” พระโอรสก่อกบฏรัชกาลที่ 1 จริงหรือไม่ แต่ข้อเท็จจริงคือ ความบาดหมางระหว่างวังหลวงกับวังหน้า ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก และยังคงเป็นปัญหาหลังจากนั้น กระทั่งรัชกาลที่ 5 ทรงยุบตำแหน่งวังหน้า แล้วแทนที่ด้วยตำแหน่ง “สยามมกุฎราชกุมาร” ในเวลาต่อมา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

นิธิ เอียวศรีวงศ์. นิพพานวังหน้า. นิตยสาร ศิลปวัฒนธรรมฉบับมีนาคม พ.ศ. 2545.

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว.พิมพ์ครั้งแรก ร.ศ. 127 (2451). พระราชวิจารณ์ จดหมายความทรงจำ ของ พระเจ้าไปยิกาเธอ กรมหลวงนรินทรเทวี (เจ้าครอกวัดโพ). กรุงเทพฯ : บำรุงนุกูลกิจ. ห้องสมุดดิจิทัลวัชรญาณ.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 23 กุมภาพันธ์ 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความบาดหมางวังหลวงกับวังหน้าสมัย ร.1 จากมุมพระธิดา “วังหน้าพระยาเสือ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...