ความกังวล “ภาษีทรัมป์” กระตุ้นนักลงทุนเทขายดอลลาร์-หุ้นสหรัฐรอบใหม่
นักลงทุนกลับมากังวลต่อทิศทางนโยบายภาษีของสหรัฐ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณขึ้นภาษีทั่วโลก 15% ส่งผลให้ดอลลาร์-สัญญาฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐถูกเทขาย
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.44 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงพร้อมกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนภาษีศุลกากรชุดใหม่ จุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับทิศทางนโยบายของสหรัฐ และบั่นทอนความน่าสนใจของสินทรัพย์สหรัฐในสายตานักลงทุน
*ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ของบลูมเบิร์กร่วงลงมากสุดราว 0.3% ต่อเนื่อง จากการปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพคล่องการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นและจีนปิดทำการในช่วงวันหยุด โดยเงินฟรังก์สวิส เงินเยน และเงินยูโร แข็งค่าขึ้นนำกลุ่มเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ภายหลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของเขา*
ด้านสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.8% ขณะที่ ดัชนีหุ้นเอเชีย ปรับขึ้นสูงสุดราว 1% สะท้อนทิศทางสวนทางระหว่างตลาดสหรัฐกับภูมิภาคเอเชีย
โรดริโก แคทริล นักกลยุทธ์จากธนาคาร National Australia Bank ระบุว่าดอลลาร์กำลังเผชิญแรงกดดันในวงกว้าง ขณะที่ตลาดพยายามประเมินผลกระทบจากคำตัดสินของศาล และความไม่แน่นอนจากระบอบภาษีของทรัมป์ซึ่งยังคงดำรงอยู่
ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ ควบคู่กับคำตัดสินของศาลฎีกา และความพยายามของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐในการปกป้องนโยบายการค้าเชิงรุก ได้สร้างทั้งความสับสนและความไม่แน่นอนต่อกระบวนการกำหนดนโยบายในกรุงวอชิงตัน และอาจตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับการเสื่อมถอยของความเป็นข้อยกเว้นของสหรัฐ (American exceptionalism) หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีทั่วโลกครั้งใหญ่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์กร่วงลงแล้ว 8.1% ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับลดรายปีมากที่สุดในรอบ 8 ปี โดยถูกกดดันจากการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และมาตรการภาษีของทรัมป์
ในฝั่งเอเชีย ค่าเงินบาท เปโซฟิลิปปินส์ และริงกิตมาเลเซียแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นบริษัทจีนรายใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกงพุ่งขึ้นสูงสุด 3.1% มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ส่วนดัชนีหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดใหม่
แกรี ดูแกน ซีอีโอของ Global CIO Office ระบุว่า การที่ศาลฎีกาสหรัฐจำกัดขอบเขตการใช้มาตรการภาษีช่วยสร้างแรงผ่อนคลายให้ตลาดเอเชีย และการลดความเสี่ยงเชิงสุดโต่งด้านนโยบายการค้า อาจช่วยเร่งจุดแข็งเชิงโครงสร้างของเอเชีย ทั้งการเติบโตภายในประเทศที่แข็งแกร่ง นโยบายที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และการบูรณาการการค้าภูมิภาคที่ลึกซึ้งขึ้น
นักลงทุนกำลังจับตาปฏิกิริยาของผู้นำโลกต่อพัฒนาการด้านภาษีล่าสุด เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนระยะถัดไป โดยยุโรประบุอาจเสนอระงับการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ขณะที่อินเดียเลื่อนการเจรจาข้อตกลงการค้าชั่วคราวออกไป ส่วนจีน อินเดีย และบราซิล เป็นกลุ่มประเทศที่เริ่มเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐที่ลดลง หลังคำตัดสินศาลเมื่อวันศุกร์
ด้าน นักกลยุทธ์ของโกลด์แมน แซคส์ นำโดย กามักชยา ทริเวดี ระบุว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์ในวงกว้างสะท้อนการเพิ่มขึ้นของความไม่แน่นอนด้านนโยบายอีกระลอก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ เนื่องจากส่งผลลบต่อการตัดสินใจลงทุนและกิจกรรมทางธุรกิจ
อ้างอิง : www.bloomberg.com