โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ความกังวล “ภาษีทรัมป์” กระตุ้นนักลงทุนเทขายดอลลาร์-หุ้นสหรัฐรอบใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 04.19 น.

นักลงทุนกลับมากังวลต่อทิศทางนโยบายภาษีของสหรัฐ หลังทรัมป์ส่งสัญญาณขึ้นภาษีทั่วโลก 15% ส่งผลให้ดอลลาร์-สัญญาฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐถูกเทขาย

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.44 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงพร้อมกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนภาษีศุลกากรชุดใหม่ จุดชนวนความกังวลรอบใหม่เกี่ยวกับทิศทางนโยบายของสหรัฐ และบั่นทอนความน่าสนใจของสินทรัพย์สหรัฐในสายตานักลงทุน

*ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ของบลูมเบิร์กร่วงลงมากสุดราว 0.3% ต่อเนื่อง จากการปรับตัวลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางสภาพคล่องการซื้อขายที่เบาบาง เนื่องจากตลาดญี่ปุ่นและจีนปิดทำการในช่วงวันหยุด โดยเงินฟรังก์สวิส เงินเยน และเงินยูโร แข็งค่าขึ้นนำกลุ่มเมื่อเทียบกับดอลลาร์ หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้าทั่วโลก 15% ภายหลังศาลฎีกาสหรัฐมีคำตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของเขา*

ด้านสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 ปรับตัวลง 0.8% ขณะที่ ดัชนีหุ้นเอเชีย ปรับขึ้นสูงสุดราว 1% สะท้อนทิศทางสวนทางระหว่างตลาดสหรัฐกับภูมิภาคเอเชีย

โรดริโก แคทริล นักกลยุทธ์จากธนาคาร National Australia Bank ระบุว่าดอลลาร์กำลังเผชิญแรงกดดันในวงกว้าง ขณะที่ตลาดพยายามประเมินผลกระทบจากคำตัดสินของศาล และความไม่แน่นอนจากระบอบภาษีของทรัมป์ซึ่งยังคงดำรงอยู่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ ควบคู่กับคำตัดสินของศาลฎีกา และความพยายามของเจ้าหน้าที่ระดับสูงสหรัฐในการปกป้องนโยบายการค้าเชิงรุก ได้สร้างทั้งความสับสนและความไม่แน่นอนต่อกระบวนการกำหนดนโยบายในกรุงวอชิงตัน และอาจตอกย้ำความกังวลเกี่ยวกับการเสื่อมถอยของความเป็นข้อยกเว้นของสหรัฐ (American exceptionalism) หลังทรัมป์ประกาศเก็บภาษีทั่วโลกครั้งใหญ่เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

ทั้งนี้ดัชนีดอลลาร์ของบลูมเบิร์กร่วงลงแล้ว 8.1% ในปีที่ผ่านมา ถือเป็นการปรับลดรายปีมากที่สุดในรอบ 8 ปี โดยถูกกดดันจากการผ่อนคลายนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และมาตรการภาษีของทรัมป์

ในฝั่งเอเชีย ค่าเงินบาท เปโซฟิลิปปินส์ และริงกิตมาเลเซียแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นในภูมิภาคปรับตัวขึ้นเช่นกัน โดยดัชนีหุ้นบริษัทจีนรายใหญ่ที่จดทะเบียนในฮ่องกงพุ่งขึ้นสูงสุด 3.1% มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ส่วนดัชนีหุ้นไต้หวันและเกาหลีใต้ทำสถิติสูงสุดใหม่

แกรี ดูแกน ซีอีโอของ Global CIO Office ระบุว่า การที่ศาลฎีกาสหรัฐจำกัดขอบเขตการใช้มาตรการภาษีช่วยสร้างแรงผ่อนคลายให้ตลาดเอเชีย และการลดความเสี่ยงเชิงสุดโต่งด้านนโยบายการค้า อาจช่วยเร่งจุดแข็งเชิงโครงสร้างของเอเชีย ทั้งการเติบโตภายในประเทศที่แข็งแกร่ง นโยบายที่มีเสถียรภาพมากขึ้น และการบูรณาการการค้าภูมิภาคที่ลึกซึ้งขึ้น

นักลงทุนกำลังจับตาปฏิกิริยาของผู้นำโลกต่อพัฒนาการด้านภาษีล่าสุด เพื่อประเมินทิศทางการลงทุนระยะถัดไป โดยยุโรประบุอาจเสนอระงับการให้สัตยาบันข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ ขณะที่อินเดียเลื่อนการเจรจาข้อตกลงการค้าชั่วคราวออกไป ส่วนจีน อินเดีย และบราซิล เป็นกลุ่มประเทศที่เริ่มเผชิญอัตราภาษีนำเข้าสหรัฐที่ลดลง หลังคำตัดสินศาลเมื่อวันศุกร์

ด้าน นักกลยุทธ์ของโกลด์แมน แซคส์ นำโดย กามักชยา ทริเวดี ระบุว่า การอ่อนค่าของดอลลาร์ในวงกว้างสะท้อนการเพิ่มขึ้นของความไม่แน่นอนด้านนโยบายอีกระลอก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันค่าเงินดอลลาร์ เนื่องจากส่งผลลบต่อการตัดสินใจลงทุนและกิจกรรมทางธุรกิจ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...