โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาพัฒน์ จับตาภาษี “ทรัมป์” ชี้เร็วเกินไปประเมินผลกระทบส่งออก

การเงินธนาคาร

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 05.41 น.

สภาพัฒน์ ชี้ เร็วเกินไปที่จะประเมินสถานการณ์ส่งออกไทย-ออกมาตรการรับมือ หลังทรัมป์ประกาศอัตราภาษีนำเข้าใหม่ 15% ทั่วโลก มองไทยได้เปรียบส่วนต่างภาษีเพิ่มจาก 19% เป็น 15% แต่ต้องจับตามาตรการภาษีเฉพาะสินค้า-อุตสาหกรรม เผยทีมเศรษฐกิจร่วมประชุมประเมินผลกระทบเบื้องต้นแล้ว

23 ก.พ. 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ( สศช .) หรือ สภาพัฒน์ เปิดเผยว่า กรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกจาก 10% เป็น 15% เป็นเวลา 150 วัน หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าทั่วโลก ทำให้ประเทศต่างๆ ได้รับอัตราภาษีที่เท่ากันทุกประเทศ ส่งผลให้ความสามารถในการแข่งขันของแต่ละประเทศกลับไปสัดส่วนที่เป็นพื้นฐานของอุตสาหกรรมนั้นๆ

สำหรับประเทศไทย ซึ่งเดิมได้รับอัตราภาษีที่19% หากมีการปรับลดลงมาเหลือ 15% จริง จะถือว่าไทยได้รับกำไรจากส่วนต่างภาษีนี้ถึง 4% ในขณะที่คู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามอาจได้กำไรส่วนต่างนี้ถึง 5% อย่างไรก็ตามต้องจับตาว่าสหรัฐฯ จะเริ่มพิจารณาเก็บภาษีเป็นรายอุตสาหกรรมหรือรายสินค้าหรือไม่ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มเหล็กและอลูมิเนียมที่ยังมีมาตรการเฉพาะอยู่

“ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลกระทบต่อการส่งออกไทย แต่ข้อดีคือตอนนี้ทุกประเทศได้รับอัตราภาษีเท่ากันอยู่ที่ 15% แม้จะ 150 วันก็ตาม ดังนั้นขึ้นอยู่กับความสามารถในการส่งออกของแต่ละประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาการส่งออกไปสหรัฐฯ ของไทยก็ค่อยข้างไปได้ สิ่งสำคัญคือต้องจับตาว่าหากมีมาตรการภาษีเฉพาะสินค้าจะกระทบอย่างไร”

ขณะที่อีกประเด็นสำคัญคือภาษีที่แต่ละประเทศได้จ่ายไปก่อนหน้านี้จะสามารถขอคืนได้หรือไม่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าในสหรัฐฯ ต่างต้องร่วมกันแบกรับภาระภาษี ซึ่งหากสหรัฐฯ ให้ประเทศต่างๆ ฟ้องศาลเพื่อขอคืนภาษีคำตัดสินของศาลในคดีแรกจะกลายเป็นมาตรฐานกรณีอื่นๆ ต่อไป

นายดนุชา เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 ก.พ. ที่ผ่านมา ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมประชุมหารือเพื่อประเมินทิศทางเบื้องต้นอย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ข้อมูลยังคงมีจำกัดเนื่องจากสถานการณ์เพิ่งเริ่มนิ่ง และทางสหรัฐฯ ยังไม่มีการรายงานอย่างเป็นทางการที่ชัดเจน ทำให้ภาคยังไม่สามารถออกมาตรการตอบโต้หรือสนับสนุนได้ทันที แต่ต้องรอจังหวะเพื่อดำเนินตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะออกมาตรการเพื่อรับมือกับผลกระทบได้ เพราะมาตรการเพิ่งประกาศออกมาเพียงแค่ 2 วัน และยังมีความไม่ชัดเจนอยู่ แต่เราก็ได้มีการประชุมหารือทิศทางเบื้องต้นแล้ว”

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...