เมอร์เซเดส-เบนซ์ กางโรดแมปปี 69 รุกตลาด EV เต็มสูบ พร้อมเปิดตัว “The all-new electric CLA”
รายงานผลประกอบการปี 68 มียอดจดทะเบียนรวม 8,378 คัน ชูความสำเร็จกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า 100% เติบโตแรงกว่า 110% ประกาศปรับทัพผู้นำแต่งตั้ง "คริสเตียน เชลล์" นั่งเก้าอี้ CEO คนใหม่ มีผลกุมภาพันธ์นี้ เดินหน้าสานต่อโมเดลธุรกิจ Retail of the Future เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 8 รุ่นในปีนี้ พร้อมไฮไลต์เด่นเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าโมเดลสำคัญในงาน Motor Show 2026
2 กุมภาพันธ์ 2569 – บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยุทธศาสตร์การดำเนินงานประจำปี 2569 มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (Electrification) อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมฉลองวาระครบรอบ 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ โดยชูความสำเร็จจากการปรับโมเดลธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่ช่วยผลักดันส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ลักชัวรีให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
เมอร์เซเดส-เบนซ์ รายงานยอดจดทะเบียนรถยนต์รวมในปีที่ผ่านมาจำนวน 8,378 คัน โดยมีประเด็นสำคัญในเชิงสถิติดังนี้:
- กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) : มียอดขายเติบโตสูงถึง 110% สะท้อนการยอมรับเทคโนโลยีไฟฟ้าในกลุ่มลูกค้าระดับบน
- กลุ่มปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) : ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ในเซกเมนต์ ด้วยสัดส่วน 37% นำโดยรุ่น The new E-Class
- กลุ่ม Top-End Luxury (TEV+) : เติบโตขึ้น 15% ครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 40% ในกลุ่มรถยนต์ระดับสูงสุด
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ ระบุว่าโมเดลธุรกิจ Retail of the Future ที่ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 2 ประสบความสำเร็จในการยกระดับโครงสร้างราคาให้มีความโปร่งใสเท่าเทียมกันทั่วประเทศ และช่วยลดภาระด้านการจัดการคลังสินค้าให้กับตัวแทนจำหน่าย ส่งผลให้แบรนด์ได้รับคะแนนความพึงพอใจจากลูกค้าสูงถึง 89.1% จากการสำรวจของ NielsenIQ
“โมเดลธุรกิจ Retail of the Future ถือเป็นส่วนสำคัญของแผนการดำเนินงานระยะยาวที่จะเข้ามายกระดับอุตสาหกรรมค้าปลีกระดับลักชัวรีในประเทศไทย ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงคลังสินค้าส่วนกลางที่เชื่อมต่อกันทั่วประเทศด้วยราคาที่โปร่งใส”
ยุทธศาสตร์ปี 2569 และการเปลี่ยนผ่านผู้นำ
เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประกาศแต่งตั้งมร. คริสเตียน เชลล์ (Christian Schell) เข้ารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่ ต่อจาก มร. มาร์ทิน ชเวงค์ โดยภารกิจหลักในปีนี้คือการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 9 ของแบรนด์อย่าง The all-new electric CLA ซึ่งเตรียมเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2569 ช่วงเดือนมีนาคมนี้
“เราจะเดินหน้าตอกย้ำประวัติศาสตร์ยาวนานผ่านการฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรม และต่อยอดเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตด้วย The all-new electric CLA ซึ่งจะเป็นรุ่นที่สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้ากลุ่มเจเนอเรชันใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกัน”
นอกจากผลิตภัณฑ์ใหม่แล้ว บริษัทยังเตรียมเปิดตัว Mercedes-Benz Classic Car Center แห่งแรกในทวีปเอเชีย เพื่อรองรับกลุ่มนักสะสมรถยนต์คลาสสิก โดยจะเป็นแพลตฟอร์มตรวจสอบมาตรฐานและออกใบรับรองอย่างเป็นทางการระดับโลก
ยกระดับ After-Sales Service สู่ระบบดิจิทัล
ในด้านบริการหลังการขายนายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบริการลูกค้า เปิดเผยว่าในปี 2569 จะมีการขยายพอร์ตโฟลิโออะไหล่แท้กลุ่ม StarParts สำหรับรถยนต์อายุ 5 ปีขึ้นไป และโปรแกรม Service Select สำหรับรถยนต์อายุ 7 ปีขึ้นไป เพื่อขยายฐานการบริการให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิดตัวโปรแกรม MBSP Extra Guarantee Lite ที่ขยายเวลารับประกันคุณภาพครอบคลุมเครื่องยนต์และเกียร์ในช่วงปีที่ 6-10 แบบไม่จำกัดระยะทาง รวมถึงการนำระบบ XENTRY Vehicle Detector มาใช้ในการตรวจสอบสภาพรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้เหนือระดับยิ่งขึ้นตามมาตรฐานสากล
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ตอกย้ำว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย กำลังเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเพียงผู้จำหน่ายรถยนต์ ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันการเดินทางระดับลักชัวรีที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีไฟฟ้าและระบบดิจิทัลอย่างเต็มตัว